ผลกระทบของไวรัสโคโรน่า

ไวรัสโคโรน่าทำให้คนเราหลีกเลี่ยงจากการกอดและต้องระวังเรื่องพฤติกรรมทางสังคมไปอีกหลายี

เมื่อสัปดาห์หรือเดือนที่แล้ว การอยู่ห่างกันระหว่างครอบครัวและหลีกเลื่ยงการจับมือกัน เป็นเรื่องที่ไม่คุ้นชินทำให้คนเราต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางสังคมที่ทำกันมาตลอด 100 ปี

ลองคิดดูว่าหากสถานการณ์ต้นปี 2021 ยังไม่ดีขึ้น เราต้องเปลี่ยนจากการจับมือมาเป็นนำข้อศอกมาชนกันแทน ยิ่งการระบาดใหญ่ของโรคไวรัสโคโรนานานเท่าไหร่ ก็มีแนวโน้มว่าสังคมมนุษย์ต้องมีการคิดค้นวิธีการทักทายแบบใหม่เพิ่มขึ้นมา และอาจจะต้องใช้การทักทายแบบใหม่เป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปี

พาเมล่า แพร์สกาย นักเขียนและนักศึกษาด้านวิทยาศาสตร์สังคมกล่าวว่า ต่อไปเรื่องการทักทายแบบจับมือจะกลายเป็นอดีตไปแล้ว 

ในช่วงปลายเดือนมีนาคม ประชากรกว่าหนึ่งในสามของโลกเกือบ 3 พันล้านคนต้องติดเชื้อไวรัสโคโรน่า และยังมีคนอเมริกามากกว่าครึ่งประเทศ 

โจ เฟกิน อดีตประธานสมาคมสังคมวิทยาอเมริกันกล่าวว่า หากการล็อคดาวน์น้อยกว่า 6 เดือน ก็คิดว่ามีการเปลี่ยนแปลงเต็มที่คือคนจะเป็นห่วงเรื่องสุขภาพอนามัยมากยิ่งขึ้น 

มือของคุณต้องสะอาดเพราะว่าอาจมีเชื้อโรคอยู่ มิใช่มีไว้เพื่อเช็คแฮนด์ ยิ่งเราอยู่ในสถานะที่มีความเสี่ยงต่อไวรัสโคโรน่า covid-19 ซึ่งเป็นไวรัสที่ก่อกวนระบบทางเดินหายใจ เราจะเกิดอาการกลัวไปจนกว่า การแพทย์จะสามารถคิดค้นยามาฆ่าเชื้อไวรัส covid-19 ได้โดยตรง

แพร์สกาย กล่าวว่า ความกังวลเกี่ยวกับการฆ่าเชื้อที่ ทำให้เด็กทารกอาจจะถูกปฎิบัติอย่างหมางเมินจากผู้ปกครองของเขา และอาจจะรู้สึกว้าเหว่เพราะว่าไม่ได้รับการสัมผัสทางร่างกายที่เพียงพอ ฉันเห็นว่ามนุษย์ต้องการการสัมผัสทางร่างกายเพื่อความอบอุ่นอยู่ดี

จำเป็นอย่างยิ่งที่เด็กและผู้ใหญ่จะต้องติดต่อกับเพื่อนคนอื่นๆ เมื่อเราต้องอยู่ห่างกันการ call เพื่อให้เห็นภาพ (video call) เป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ เพื่อให้รักษาความสัมพันธ์ที่เหมือนเดิม

ลองคิดดูนักเรียนประจำที่ต้องกลับบ้าน พวกเขาก็ต้องการความอบอุ่นแต่ว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ก็อาจทำให้พวกเขาว้าเหว่, รู้สึกตึงเครียดและวิตกกังวลได้ 

โรเบิร์ต ดิงวัลล์ ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์สังคมที่มหาวิทยาลัย Nottingham Trent กล่าวว่า สื่อของเราให้ผู้คนกลับไปทำงานที่บ้านได้ ไม่จำเป็นต้องมาที่สตูดิโอที่ลอนดอน โดยมีการจัดบรอดแบรนด์และเว็บแคมคุณภาพสูง อย่างไรก็ตามผมคิดว่าการสนทนาเป็นเรื่องที่สำคัญมากในแวดวงธุรกิจ และการพูดคุยนั้นต้องเห็นภาพด้วย 

นักวิทยาศาสตร์สังคมกังวลว่าการที่ผู้คนไม่ได้สัมผัสกันจะทำให้เกิดความห่างเหินและเด็กจะเกิดอาการซึมเศร้า ซึ่งการพูดคุยหรือการทักทายแบบสัมผัสกันจะทำให้คนเราเกิดความอบอุ่นและเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น

 

 

สนับสนุนโดย   เวปยูฟ่าเบท

มนุษย์แท้จริงแล้วเกิดมาจากปลา

เชื่อว่าหลายคนอาจจะเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่าเรานั้นเกิดมาจากคำอะไร แน่นอนว่าเรานั้นเกิดมาจากพ่อกับแม่ แต่เราที่ว่าคือ พวกเรา ที่เป็น มนุษย์ ต่างหาก มนุษย์เกิดขึ้นได้อย่างไร ในความเป็นจริงแล้วเรื่องมนุษย์มีที่มาอย่างไรนั้นก็ยังถือว่าเป็นเรื่องที่ซับซ้อนเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าจะหลากหลายหลักฐานมายืนยันการเกิดมนุษย์แรกเริ่มของโลกนั้น

แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะยอมรับหรือเข้าใจในความเป็นไปได้ของทฤษฎีการเกิดมนุษย์ที่ออกมาหลากหลายทฤษฎี อย่างทฤษฎีที่ถูกกล่าวถึงกันอย่างแพร่หลาย และเป็นที่ยอมรับกันในคนหมู่มากและทางวิทยาศาสตร์นั้นก็คือ มนุษย์มีวิวัฒนาการมากจากลิง ซึ่งไม่ใช่ลิงตัวเล็กๆที่ชอบโลนโผนนะ แต่เป็นลิงซิมแปนซี

ที่มีรูปลักษณะภายนอกและภายในคล้ายกับมนุษย์เกือบทุกอย่าง รวมถึงการกระทำบางสิ่งที่คล้ายกับมนุษย์อย่างเช่น การเดิน ที่สามารถเดินด้วย 2 ได้ และในเวลาต่อเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์เองนั้นก็ไม่ได้หยุดพัฒนา ยังคงทำงานหาข้อมูลทำการวิจัยเรื่องพวกนี้อยู่เสมอมา และนั้นเองที่ทำให้แนวคิดเดิมที่ว่า มนุษย์ที่ต้นกำเนิดมาจากลิงซิมแปนซี

โดยแท้จริงแล้วก็มีแนวคิดออกมาโต้แย้งว่า มนุษย์ไม่ถูกกำเนิดเกิดขึ้นมาจากการวิวัฒนาการของลิงซิมแปนซี แต่มนุษย์กับลิงนั้นมีบรรพบุรุษเดียวกัน ได้มีผู้ค้นพบแนวคิดใหม่ว่ามนุษย์นั้นได้ถือกำเนิดเกิดขึ้นมาจาก ปลา อ่านถึงตรงนี้แล้วคงยากที่จะเชื่อไปกว่าเดิม เพราะไม่มีอะไรเลยที่มนุษย์และปลามีลักษณะคล้ายกัน เรียกได้ว่ามีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่จากแนวคิดตามทฤษฎีนี้ได้มีการอธิบายว่า ให้ดูที่การกำเนิดของปลาและมนุษย์ ตอนที่มนุษย์นั้นอยู่ในครรภ์ช่วงแรกนั้นเป็นตัวอ่อนที่รูปร่างเหมือนกับปลา ในเวลาต่อมาได้มีตาสองข้างเกิดขึ้นด้านซ้ายและด้านขวาแบบปลา

แล้วจึงค่อยๆเลื่อนมาอยู่ข้าง มือของเด็กในครรภ์ก่อนจะเริ่มแยกออกมาเป็นที่ละนิ้วนั้น เดิมก็ถูกเชื่อมกันไวด้วยหนังบางๆคล้ายกับคีบของปลา ซึ่งในเวลาต่อที่อายุครรภ์มากขึ้น หนังตรงนั้นเริ่มแยกออกจากกัน แต่ก็ยังปรากฏให้เห็นได้ ลองแยกนิ้วสิ หนังที่เชื่อมกันระหว่างนิ้วตรงนั้นแหละที่ทำให้มีแนวคิดนี้ขึ้นมา  เช่นเดียวกับเท้าที่กล่าวว่าวิวัฒนาการมาจากหาง มนุษย์เรานั้นอาจจะไม่ได้วิวัฒนาการมาจากปลาทุกสายพันธุ์

และปลาบางสายพันธุ์มีหางที่เป็นแผ่นเดียวกัน และบางสายพันธุ์แยกออกเป็นสองข้าง ซึ่งเชื่อว่าเราต้องมาจากปลาสายพันธุ์ประเภทนั้น ตามหลักการแล้วนั้นเราไม่ได้วิวัฒนาการจากปลาสู่คนเลยทันที แต่จะวิวัฒนาการโดยเริ่มจากปลา สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์เลื่อนคลาน จนกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า มนุษย์

แต่ถึงอย่างไรก็ยังถือว่าเป็นแนวคิดที่ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด อย่างไรเรานักวิทยาศาสตร์เองก็ไม่เคยหยุดคิดค้นเรื่องนี้อย่างแน่นอน และในอนาคตอาจจะทำให้พวกเราทราบกันก็เป็นได้ว่า พวกเรานั้นเกิดมาจากอะไร

 

 

สนับสนุนโดย   ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

ยุคน้ำแข็งหลังจากการดับศูนย์ของดวงอาทิตย์

ดวงอาทิตย์ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่คนเรานั้นเกิดมาก็เห็นกันอยู่แล้ว และเป็นจุดศูนย์กลางของระบบสุริยะจักรวาลที่แรงดึงดูมหาหาศาลเลยทีเดียว เพราะมีดาวต่างๆรวมถึงดาวโลกของเราด้วยนั้น หมุนโคจรอยู่รอบดวงอาทิตย์ ซึ่งถ้าหากไม่มีแรงดึงดูดจากอาทิตย์ โลกของเราจะเดินทางเป็นเส้นตรง เดินทางไปเรื่อยๆภายในจักรวาลแห่งนี้ แน่นอนว่ามันจะส่งผลกระทบต่อโลกอยู่แล้ว

ถ้าหากว่าโลกเราไม่มีดวงอาทิตย์สิ่งที่ส่งผลกระทบต่อโลกเรานั้นมีอยู่มากมายเลยก็ว่าได้ ซึ่งในบทความนี้เราจะมาพูดถึง ยุคน้ำแข็ง ที่เกิดขึ้นภายในโลกในวันที่ดวงอาทิตย์ดับสนิท ก่อนอื่นต้องขอบอกเลยว่าเมื่อไม่นานมานี้องค์กรNASA ได้มีการแจ้งว่าโลกกำลังเข้าสู่ช่วงยุคน้ำแข็งน้อย นั้นมีสาเหตุมาจากดวงอาทิตย์หลับ แต่ไม่ได้แปลว่าดับลงไปสนิท แต่หมายถึงการที่ดวงอาทิตย์จะให้พลังงานความร้อนที่น้อยลง แต่ยังคงมีความร้อนอยู่บ้าง อย่างไรนั้นเราที่ปกติแล้วจะสามารถลืมตามองดวงอาทิตย์ได้ด้วยตาเปล่า ก็จะสามารถจ้องมองดวงอาทิตย์ได้ด้วยตาเปล่าเลยทีเดียว

เพราะเหตุนี้แหละจึงทำให้เข้าสู่ภาวะของยุคน้ำแข็งน้อย ที่อุณหภูมิภายในโลกก็จะลดลงตามไปด้วย ส่งผลให้มีสภาพอากาศที่เย็นและหนาวขึ้น ฟังแล้วดูเป็นเรื่องที่น่าดีใจนะที่โลกเราหายร้อน แต่ก็อย่าลืมว่าสภาวะโลกร้อนนั้นไม่ได้เกิดขึ้นมาจากดวงอาทิตย์อย่างเดียว แต่มันเกิดขึ้นจากการระทำของมนุษย์อีกด้วย

ถ้าหากมองว่ามันดีในเรื่องของสภาพอากาศ อย่างจะบอกว่าในบางพื้นที่อาจจะหนาว -19 องศาเซลเซียสเลยก็เป็นไปได้ และจะผลกระทบที่ทางธรรมชาติตามมาก็อย่างเช่น ไฟไหม้ป่า แผ่นดินไหว ระดับน้ำทะเลเพิ่มมากขึ้น เป็นต้น และทางองค์กรNASAเอง ยังได้บอกอีกว่ายุคน้ำแข็งน้อยจะกินระยะเวลานานมากกว่า 30 ปี โดยประมาณตั้งแต่ปีค.ศ.2020-2053 แต่เราจะเคยคิดกันหรือไม่ว่าถ้าหากดวงอาทิตย์ดับถาวรจะเป็นอย่างไร แน่นอนมันจะเกิดยุคน้ำแข็งขึ้นอีกครั้ง แต่มันเป็นแบบเต็มรูปแบบอย่างแน่นอน อุณหภูมิภายในโลกจะค่อยลดลงไปเรื่อยๆในช่วงสัปดาห์แรกจะลดเหลือ -123 องศาเซลเซียส

ภายใน 4 เดือนจะลดเหลือ -198 องศาเซลเซียส ชั้นบรรยากาศของโลกจะล้มเหลว จนในที่สุดโลกเราจะมีอุณหภูมิที่ลดลงมากว่า -200 องศาเซลเซียส และในระยะเวลา 1000 ปีหลังจากดวงอาทิตย์ได้ดับลงไป น้ำในมหาสมุทรจะลายเป็นน้ำแข็งไปเรื่อยๆ เหตุการณ์ดวงอาทิตย์ดับนั้นก็มีทางเป็นไปได้ แต่อาจจะไม่เกิดขึ้นเร็วๆนี้อย่างแน่นอน แต่ถ้าหากเป็นปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ดับที่ทำให้เกิดยุคน้ำแข็งน้อยเกิดขึ้นนั้นเป็นไปได้อย่างแน่นอน เพราะเมื่อหลาย 10 ปีก่อนนั้นก็เคยเกิดมาแล้ว

 

 

สนับสนุนโดย  แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ

ประวัติ Real me โทรศัพท์มือถือที่หลายคนยังไม่รู้จัก

หลายคนคงไม่รู้จักโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Real me  ชื่ออาจไม่คุ้นหูเพราะไม่ค่อยมีการโฆษณาให้เห็น

สำหรับโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Real me เป็นโทรศัพท์มือถือที่ผลิตมาจากประเทศจีน โดยมี สกายลี  อดีตทีมผู้บริหารของบริษัท oppo โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนอีกยี่ห้อเป็นผู้แยกตัวออกมาก่อตั้งบริษัทเอง โดยเปิดตัวครั้งแรกเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2561  สำหรับบริษัทเรียลมีนี้ก่อนหน้านี้ได้ทำการบริหารงานร่วมกันระหว่าง Real me กับบริษัท Oppo แต่พอเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2561

ก็ได้แยกตัวออกมาจากบริษัท oppo อย่างเป็นทางการมาบริหารจัดการกันเอง ซึ่งได้ขนทีมงานที่มีประสบการณ์มากมาย มาเป็นทีมงานการผลิตและพัฒนาระบบโทรศัพท์มือถือ โดยพนักงานแต่ละท่านจะมีความรู้ความสามารถเฉพาะด้านและมีไฟในการที่จะพัฒนาโทรศัพท์มือถือให้เป็นที่นิยมในตลาด

Real me เป็นโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนที่เน้นทั้งเรื่อง Power และ Style มารวมกัน 

โดยบริษัท Real me จะมีการออกแบบโทรศัพท์มือถือให้มีรูปแบบล้ำกว่าโทรศัพท์มือถือเจ้าอื่น  มีความทันสมัย และเมนูการใช้งานก็รองรับกับหลายบริการที่ผู้ซื้อสนใจ และที่สำคัญ Real me จำหน่ายสินค้าในราคาที่จับต้องได้ ไม่แพงจนเกินไป เมื่อเทียบราคากับโทรศัพท์มือถือยี่ห้ออื่นแล้ว ของ Real me  จะมีความโดดเด่นและน่าสนใจมากกว่า หากว่าได้ลองสำรวจตลาดโทรศัพท์มือถือจะเห็นว่า ในราคาที่ใกล้เคียงกัน

โทรศัพท์มือถือยี่ห้ออื่นจะเน้นพัฒนาด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น ถ้าเน้นสเป็คของเครื่อง ดีไซน์ของเครื่องก็จะไม่สวย แต่ถ้าเน้นดีไซน์ สเป็คของเครื่องก็จะได้น้อย แต่สำหรับ Real me  จะเน้นทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน

 

          ซึ่งคุณสมบัติของ Real me  จะตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในกลุ่มวัยรุ่นได้มาก เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย สำหรับแบรนด์ Real me เปิดตัวครั้งแรกใน app ขายของ Amazon ของประเทศอินเดีย และได้สร้างรายได้แบบถล่มทลายในการเปิดการขายครั้งแรก จนเป็นที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก สำหรับเครื่องสมาร์ทโฟนรุ่นแรกคือ Realme 1  เปิดขายเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2561 ซึ่งได้รับคะแนนนิยมใน Amazon มากถึง 4.5 จาก 5 คะแนนเต็ม

 

และทาง Real me  ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นที่สองอีกครั้งในเดือนสิงคาคม พ.ศ. 2561 เป็นรุ่น Realme 2 โดยมีการจำหน่ายผ่านเว็บไซด์ Flipkart และได้ทำลายสถิติขายเครื่องสมาร์ทโฟน 5 นาทีได้ถึง 200,000 เครื่องเลยที่เดียว  ซึ่งจากข้อมูลการขายที่ผ่านมา ระยะเวลา 4 เดือนนับตั้งแต่วันที่มีการก่อตั้งบริษัท real me สามารถจำหน่ายโทรศัพท์มือถือได้มากกว่า 1 ล้านเครื่อง ซึ่งถือว่าเป็นโทรศัพท์มือถือที่มาแรงเป็นอย่างมาก

 

          สำหรับประเทศไทยทาง Real me ได้มีการจำหน่ายโทรศัพท์มือถือทั้งผ่านออนไลน์ และการวางจำหน่ายตามร้านโทรศัพท์มือถือทั่วไป ด้วยราคาที่เป็นเองมากๆ เริ่มต้นที่สองพันกว่าบาทเท่านั้น หากต้องการเครื่องมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครสามารถทดลองใช้ Real me กันได้เลย