ดาวหางซีซาร์

ท้องฟ้าและดวงดาว เป็นอะไรที่เราเองไม่มีวันจะเอื้อมไม่ถึง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทุกคนก็ต่างรู้กันดี    แต่ถึงเราจะไม่มีโอกาสที่จะสัมผัสมันด้วยมือของตัวเอง แต่ก็ใช้ว่าเราจะไม่สามารถที่จะเข้าถึงเรื่องราวของมันได้ แน่นอนว่าคนคนหนึ่งต้องมีประวัติ  ซึ่งจะดีหรือไม่ดีนั้นก้เป็นเรื่องของบุคคลนั้นๆ เช่นเดียวกับดวงดาวต่างมันก็มีเรื่องราวที่แต่ต่างกันออกไป

โดยที่บางทีเราไม่สามารถที่จะคาดเดาได้เลยว่ามันจะเป็นอย่างไร เรื่องราวของมันจะน่ากลัว หรือแต่ต่างจากคนเราอย่างไรเราไม่สามารถที่จะรับรู้ได้ถ้าว่าเราไม่ลองศึกษาเกี่ยวกับพวกมันดู ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเลยหากเราสนใจจริงๆ 

ดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์แคระ เป็นสิ่งที่มีอยู่ในระบบสุริยะของเราเช่นเดียวกับ ดาวหาง  ซึ่งในวันนี้เราจะไปทำความรู้จักเกี่ยวกับดาวหาง ที่มีชื่อตามชื่อเรื่องของเราเลย ดาวหางซีซาร์นี้เป็นดาวหางที่ลึกลับเอามากๆ และมันก็อาจจะเป็นดาวหางที่สว่างที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยก็ว่าได้ ซึ่งมันได้มีากรปรากฏในช่วง 43 ปี ก่อนคริสตกาล และได้มีการถูกบันทึกไว้ก่อนที่มันจะหายไป

โดยดาวหางดวงนี้ได้รับการ      ตั้งชื่อตามนายพล และรัฐบุรุษโรมันผู้โด่งดัง นั้นก็คือ Julius Caesar ซึ่งเขาได้ถูกลอบสังหารเมื่อวันที่ 15มีนาคม ในปีเดียวกัน ดาวหางซีซาร์ดวงนี้ปรากฏในเดือน กรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลา 4 เดือนหลังจาก      การตายของซีซาร์ และในเวลาที่ดาวหางซีซาร์ปรากฏมันสว่างมากและมองเห็นได้ชัดเจนในระหว่างวัน      

อีกทั้งมันยังปรากฏให้ได้เห็นติดต่อกันเป็นเวลาถึง 7 วันด้วยกันก่อนที่มันจะหายไป ซึ่งผู้คนต่างอ้างว่า     ดาวหางที่ปรากฏดวงนี้คือวิณาณของ Julius Caesar และการยืนยังเหล่านี้ก็ไม่แปลกอะไร เนื่องจากว่าซีซาร์เองก็เคยอ้างว่าตัวของเขานั้นเป็นพระเจ้า และครอบครัวของเขาก็อ้างว่าพวกเขาเป็นลูกหลายของ Aeneas     

วีระบุรุษคนหนึ่งในตำนานของประก่อตั้งอาณาจักรโรมันขึ้นมา อย่างไรก็ตามช่วงเวลา 44 ปี ก่อนคริสตกาลนั้นถือว่าเป็นครั้งเดียว ที่เราได้เห็นดาวหางซีซาร์ปรากฏตัวขึ้นมา ซึ่งก็ไม่มีการตั้งข้อสังเกตว่าดาวหางดวงนี้นั้น อาจจะไม่ได้มีการโคจรรอบดวงอาทิตย์  และนั้นก็หมายความว่ามันอาจจะไม่กลับมาอีกครั้ง แต่บางคน ก็มีความคิดเห็นว่ามันอาจจะแตกสลาย และถูกแบ่งย่อยออกไปเป็นชิ้นเล็กๆ 

อย่างไรก็ตามไม่ว่าซีซาร์จะกลับมาปรากฏตัวให้เราได้เห็นอีกครั้งหรือไม่นั้น มันก็ไม่ได้มีผลอะไรต่อโลกของเราอยู่แล้ว และยังมีดาวหางที่ลึกลับอีกมากมายหลายดวงที่รอให้เราได้ศึกษาอยู่อีกมากไม่ได้      มีซีซาร์เพียงดวงเดียว

 

 

สนับสนุนโดย   สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

Vega Star

สิ่งต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้นรอบตัวของเรานั้น บางเรื่องเราเองสามารถที่จะทำความเข้าใจได้โดยง่ายดาย แต่บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่ยาก  เกินกว่าความสามารถของเราจริงๆ อย่างที่เขาว่ากันว่าคนเรานั้นไม่ได้  เก่งทุกด้าน มันจะต้องมีสิ่งที่ทุกคนเก่งแตกต่างกันไป แต่ไม่ใช่ว่าคุณไม่เก่งด้านนี้แต่คุณมีความสนใจก็ไม่ได้หมายความว่าคุณทำไม่ได้เพียงแตมันจะต้องใช้เวลาเพียงเท่านั้นเอง เช่น เดียวกันกับการศึกษาเรื่องราว         ที่เกิดขึ้นในจักรวาร  กว่าที่จะมีการพบสิ่งที่เกิดขึ้นนอกโลกของเรานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

หลายๆ คนอาจจะคิว่า นักวิทยาศาสตร์  หรือนักดาราศาสตร์นั้นงมงายกับเรื่องของสิ่งต่างๆ  ที่เกิดขึ้นนอกโลกมากเกินไป แทนที่จะสนใจสิ่งที่มีอยู่ในโลกมากกว่า แต่จะบอกให้เลยว่าเป็นความคิดที่ผิดเอามาก การที่นักวิทยาศาสตร์ หรืนักดาราศาสตร์นั้น ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในอวกาศนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นเอามาก เพราะมันทำให้เราได้รู้อะไรหลายๆ อย่าง อน่างเช่นในตอนนี้เราจะไปทำความรู้จักเกี่ยวกับดาวดวงหนึ่งที่มีชื่อว่า Vega Star  ดาวดวงนี้นั้นมันเป็นดาวฤกษ์ที่มีความส่องสว่างมากที่สุดในดาวพิณ มันอยู่ห่างจากโลกของเราเพียง 25 ปีแสงเพียงเท่านั้น ดาวฤกษ์ดวงนี้มีอายุ 450 ล้านปี

แต่ขนาดของมันนั้นใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ของเราประมาณ 2.1 เท่า อดีตมันเคยเป็นดาวเหนือมาก่อนเมื่อราวๆ 12,000 ก่อนคริสตกาล และนอกจากนี้ยังมัการคาดการณ์อีกว่าดาวฤกษ์ที่เคยเป็นดาวเหนือมากก่อนดวงนี้นั้นมันจะกลับไปเป็น    ดาวเหนืออีกครั้ง ในปี 13,727 ก่อนหน้านี้มันยังถูกสงสัยอีกว่ามันเป็นดาวแปรแสง เนื่องจากว่าความสว่างของมันมีคาวมแปรผัน

แต่น้อยมากๆ มันหมุนรอบเร็วถึง 274 กิโลเมตรต่อวินาที ด้วยเหตุผลที่กว่าไปข้างต้นนั้นส่งผลทำให้เส้นศูนย์สูตรของมันโปร่งจากการหนีศูนย์กลางในขณะที่มันกำลังหมุน มันมีรูปร่างที่คล้ายกับรูปไข่เอามากๆ รวมถึงการผันแปรของอุณหภูมิของพื้นผิวชั้นนอกทำให้ขั่วดาวทั้งสองด้านมีอุณหภูมิสูงสุด หากสังเกตการแผ่รังสีอินฟาเรด พบว่าบริเวณโดยรอบจะเต็มไปด้วยฝุ่น

เป็นผลมาจากการชนกันระหว่างวัตถุในแผ่นฝุ่นที่โคจรรอบวัตถุ ซึ่งคาวมผิดปกตินี้คาดว่าอาจจะมีดาวเคราะห์ขนาดเกือบเท่า   ดาวพฤหัสบดีโคจรอยู่รอบๆ ก็เป็นไปได้ แล้วคุณละคิดว่ามันคืออะไรกันแน่ แต่ไม่ว่ามันจะคืออะไร  ก็ตามแต่ สำหรับในการศึกษาค้นพบดาวดวงนี้นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่แปลกใหม่เอามากๆ เพราะลักษณะของมันนั้นแตกต่างจากดาวดวงอื่นๆ เพราะมันมีรูปร่างที่คล้ายกับๆไข่ที่เราเคยกินกัน

 

 

สนับสนุนโดย   gclubฟรี500

KY Cygni

แน่นอนว่าหลายๆ คนนั้นรู้กันดีอยู่แล้วว่าในระบบสุริยะ ที่โลกของเราอาศัยอยู่นี้แน่นอนว่าไม่ว่าจะเป็นดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์แคระหรืออื่นๆ นั้นจะต้องอาศัยแสงที่ดวงอาทิตย์นั้นปล่อยออกมา เพราะ      ดวงอาทิตย์นั้นเป็นดาวฤกษ์เพียงดวงเดียวที่อยู่ในระบบสุริยะของเราที่มีแสงสว่างในตัวเอง

จริงอยู่ที่ว่า     ดวงอาทิตย์นั้นเป็นดาวฤกษ์เพียงดวงเดียวที่อยู่ในระบบสุริยะของเรา ไม่คุณอย่างลืมอีกว่าระบบสุริยะไม่ได้ใหญ่ที่สุดในอวกาศแห่งนี้ เพราะระบบสุริยะก็ยังเป็นเพียงระบบหนึ่งในกาแล็กซ๊่ทางช้างเผือกเพียงเท่านั้น และแน่นอนว่ากาแล็กซี่ทางช้างเผือกก็ไม่ได้ใหญ่ที่สุดเช่นเดียวกัน เพราะสิ่งที่ใหญ่กว่ากาแล็กซี่ทางช้างเผือกนั้นก็คือ จักรวารที่รวมเอากาแล็กซี่มากมายเอาไว้ด้วยกัน

 

อย่างที่เรานั้นได้บอกไปข้างต้นว่าจักรวารนั้นกว้างใหญ่มาก และแน่นอนว่าถ้ามันกว้างใหญ่แบบนี้ ดวงอาทิตย์ที่เป็นดาวฤกษ์ของเรานั้นไม่ใช่ดาวฤกษ์เพียงดวงเดียว  ที่อยู่ในจักรวารนี้อย่างแน่นอน และมันก็คงจะมีมากกว่าพันดวงอีกด้วย  สำหรับในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักเกี่ยวกับดาวฤกษ์ดวงหนึ่งที่มีชื่อว่า KY Cygni ในส่วนของดาวฤฏษ์ดวงนี้นั้นเป็นดาวฤกษ์อีกดวงหนึ่ง 

ที่จัดอยู่ในประเภทของ Red Supergiant ซึ่งในจะอยู่ในกลุ่มของดาวหงค์ สำหรับดาวฤกษ์ดวงนี้นั้นมันต้องอยู่ห่างจากโลกของเราออกไปถึง 5,000 ปีแสง ในสว่นของขนาดของมันนั้นมันมัขนาดที่ใหญ่ และมีรัศมีที่ใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ของเราถึง 1,420 เท่ากันเลย แล้วก็นอกจากนี้ความสว่างหรือว่าแสงสว่างที่มันได้ปล่อยออกมานั้น  

มันความสว่างที่มากกว่าดวงอาทิตย์ของเราถึง 300,000 เท่า ซึ่งเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อเอามากๆ และหากว่าเรานั้นมีการนำเอา       ดาวฤกษ์ดวงนี้มาวางไว้ที่จุดศูนย์กลางของระบบสุริยะที่มีโลกของเราอาศัยอยู่นั้นมันจะมีการขยายใหญ่   ผ่านวงโคจรของดาวเคราะห์ดวงหนึ่งในระบบสุริยะ  ซึ่งดาวดวงนั้นก็คือดาวพฤหัสบดีนั้นเอง ซึ่งแน่นอนว่ามันคงจะย้ายตัวมาอยู่ในระบบสุริยะของเราแน่นอน

เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ โลกของเราก็ไม่รู้ว่าจะ        มีสภาพเป็นอย่างไรบ้าง และสุดท้ายนี้ในส่วนของดาวฤกษืที่มีรัศมี  และความสว่างที่มากกว่าดวงอาทิตย์ของเราขนาดนี้ไม่ได้มีเพียงดวงเดียวในจักรวารที่กว้างใหญ่นี้   แน่นอน สำหรับดาวฤกษ์ดวงนี้ถือว่าเป็นอีกความภูมิใจของนักดาราศาสตร์  ที่ได้ทำการค้นพบกับดาวฤกษ์ดวงนี้ สุดท้ายนี้ไม่วาอย่างไรก็ตามเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นในอวกาศมีอยู่มากมายและมันก็ยังรอที่จะให้ทุกคนออกไปศึกษาเกี่ยวกับพวกมันอยู่แน่นอน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   betufa

เอสเอ็น 2006 จีวาย

จักรวารนั้นกว้างใหญ่กว่าที่เรานั้นได้มีการจิตนาการเอาไว้มาก  มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นในจักรวารแห่งนี้ มีดวงดาวมากมายเกิดขึ้้น และในขณะเดียวกันก็มีดวงดาวอีกมากมายที่มันหมดอายุขัยตามธรรมชาติ แล้วเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้น ซึ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้น้อยคนนักที่จะรู้ว่ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในจักรวารของเรา

หลายคนมีคำถามว่าจักรวารนั้นกว้างใหญ่แค่ไหน เราเองก็ไม่สามารถที่จะตอบได้ว่ามันใหญ่แค่ไหน เพราะในปัจจุบันนี้เราเองก้ยังไม่สามารถที่จะสำรวจจักรวารได้ครบทุกส่วนเลย

หลายสิ่งหลายที่เกิดขึ้นในจักรวารแห่ง  บางอย่างเรารู้ว่ามันเกิดจากอะไรได้เพียงใช้เวลาไม่นาน แต่บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่แปลกใหม่ จนต้องใช้เวลในการทำความเข้าใจและะหาคำตอบกินเวลาที่ยาวนานกว่าที่จะได้มีการเปิดเผยข้อมูลออกมาสู่สาธารณะ อย่างที่เรารู้ๆ กันดีว่าในการเกิดซูปเปอร์โนวาในแต่ละครั้งนั้นมันก็คือการจบชีวิตของดาวฤกษ์ดวงหนึ่ง

เมื่อมาถึงวันที่มันหมดอายุขัยแล้ว เพื่อที่จะได้ก่อตัวเป็นดาวดวงใหม่ แต่ก็ยังไม่มีดาวดวงไหนที่ระเบิดแล้วเกิดแสงสว่างมากที่สุดเท่ากับ เอสเอ็น 2006 จีวายอีกแล้ว โดยที่มันเกิดภายในกาแล็กซี่ที่มีชื่อว่า NGC 1260 ที่ห่างจากเราออกไปถึง 250 ล้านปีการตรวจพบมีแสงกันเลยทีเดียวว่ากันว่ามันมีความรุนแรงที่มากกว่าการระเบิดของซูปเปอร์โนวาปกติถึง 100 เท่ากันเลย

นักดาราศาสตร์ที่ได้มีการค้นพบได้มีการคาดการณ์ว่า สาเหตุที่ทำให้มันเกิดการระเบิดที่รุนแรงและยิ่งใหญ่แบบที่ไม่เคยมีมาก่อนก็เพราะว่า ดาวฤกษ์ที่ระเบิดตัวมันเองต้องมีมวลที่มากกว่าดวงอาทิตย์ของเราถึง 550 เท่าขึ้นไป ถึงแม้้ว่าจะเป็นดาวดวงแรกๆ ที่เกิดขึ้นในจักรวารแห่งนี้แต่มันก็ไม่น่าจะมีมวลสูงและทำลายตัวเองจนสะเทือนไปถึงอวกาศได้มากขนาดนี้

 แต่ก็ยังมีอีกข้อสันนิษฐานได้กล่าวไว้ว่า    มันอาจจะเป็นดาวแคระขาวที่เกิดการระเบิดท้ามกลางไฮโดรเจน จึงทำให้เกิดการระเบิดที่รุนแรงและมีแสงสว่างที่มากกว่่าปกติ แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนแต่ก็ดีแล้วแหละที่อยู่ไกลโลกของเราไม่อย่างนั้น เราคงจะไม่ได้มีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้แน่นอน

และมันคงงจะทำให้โลกรวมถึงดาวเคราะห์ที่อยู่ในระบบสุริยะมากมายเหลือเพียงแค่ชื่อแน่นอน อย่างไรก็ตามในการระเบิดของดาวฤกษ์ที่สิ้นอายุขัยแต่ละครั้งนั้น     มันเป็นการระเบิดที่ใหญ่เอามาก ๆ และดวงอาทิตย์ก็เป็นดาวฤกษ์ที่วันหนึ่งมันจะต้องเกิดการระเบิดขึ้น ซึ่งเรื่องนี้เราไม่สามารถที่จะหลีกเลี้ยงได้ เพราะมันเป็นเรื่องที่ได้มีการถูกกำหนดเอาไว้แล้วต่อให้มีเงินมากมมายแค่ไหนก็ไม่สามารถที่จะหยุดเหตุการณ์นี้ได้แน่นอน

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย   สมัครจีคลับ ไม่มีขั้นต่ำ

คลื่นวิทยพลังงานสูง

ในชีวิตนี้มีเรื่องอะไรบ้างที่คุณอยากทำ  แล้วยังไม่ได้ทำ แล้วมีเรื่องอะไรบ้างในโลกนี้ที่คุณอยากรู้แล้วยังไม่ได้รู้ แน่นอนว่ามันคงยังมีอีกหลายเรื่องแน่นอนที่คุณอยากทำ อยากรู้ แต่มันทำไม่ได้เพราะมีเหตุผลบางอย่าง และก็มีหลายเรื่องที่คุณยังไม่รู้   ต่อให้อยากรู้แทบตายแค่ไหนก็ไม่มีทางที่จะรู้ได้

และอย่างที่เรานั้นรู้กันดีว่า คลื่น ที่เรารู้จักกันนั้นไม่ได้มีเพียงแค่คลื่นของทะเลเท่านั้น เพราะมันยังมีคลื่นนของความถี่ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย ซึ่งเราเองก็ไม่ได้อยากรู้ด้วยเพราะคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องที่สำคัญอะไร

คลื่นวิทยุ หลายๆ คนคงจะคุ้นเคยกันดีเกี่ยวกับคำคำนี้ เพราะเมื่อเวลาที่เรานั้นนั่งรถแล้วหมุนเพื่อที่จะฟังถวามคลื่นความถี่อื่น นั้นแหละที่เราเรียกว่าคลื่อนวิทยุ และในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับคลื่นวิทยุพลังงานสูง  121102 จริง ๆ แล้วเจ้าคลื่อนที่ว่านี้มันได้เคยส่งสัญญาณของการมีตัวตนของมันมาแล้วหลายครั้ง แต่เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2017

กลับมีการตรวจจับการกระพริบได้หลายครั้ง มากถึง 93 ครั้งภายในวันเดียวเท่านั้น และยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในจักรวารทุกวันอีกด้วย ซึ่งนักดาราศาสตร์ได้มีการคาดการณ์ว่ามันอาจจะมาจากกาแล็กซี่ขนาดเล็ก ที่อยู่ห่างออกไปถึง สามพันล้านปีแสง มันมีพลังงานที่สูงเอามาๆ ถึงกับว่าพวกเราจะอยู่ไกลจากมันมากยังสามารถที่จะตรวจจับการระเบิดของมันได้เลย

ในส่วนที่ว่าคลื่นนี้มันคืออะไรนั้นก็ยังไม่แน่ใจเท่าไรนัก ได้แต่สมมติ  กันไปเองว่า มันอาจจะเกิดจากการที่หลุมดำสองหลุมดำเกิดชนกันเข้าจะทำให้เกิดคลื่นที่มีพลังงานมากขนาดนี้ขึ้นมา  หรือว่ามันอาจจะเกิดจากการชนกันของวัตถุที่มีความหนาแน่นสูง ในอวกาศจนเกิดการระเบิดขึ้นมา หรือไม่ก็เป็นเทคโนโลยีแบบใหม่ของสิ่งมีชีวิตนอกโลกก็ได้ ใครจะไปรู้ หลังจากที่ได้วิเคราะห์ลักษะ  

การระเบิดของมันแล้วมันมีแนวโน้มมากว่ามันน่าจะเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติมากกว่า  ที่จะเป็นสิ่งที่ได้มีการสร้างขี้นมาเอง ถึงแม้ว่าข้อสงสัยจะคล้ายไปแล้วข้นหนึ่ง แต่เราเองก็ไม่รู้ว่าสรุปแล้วมันคืออะไรกันแน่ 

สุดท้ายแล้วเราก็คงจะต้องค้นหาคำตอบกันต่อไป เพราะถ้าหากว่าไม่มีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อไปก็คงจะเป็นการค้นพบที่น่าเสียดายเอามาก ๆ แต่นักวิทยาศาสตร์คงจะไม่ปล่อยให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นแน่นอน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีคนกลุ่มใหญ่ที่สนใจแต่ก็ยังมีคนกลุ่มน้อยศึกษาอยู่ แบบนี้เรื่องราวดี ๆ ที่ว่าคงไม่หหายไปอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามในการค้นพบทางวิทยาศาสตร์   นั้นสิ่งที่ได้มีการค้นพบถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญและก็เป็นเรื่องที่ควรศึกษาต่อเอามาก ๆ 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   จีคลับ คาสิโน

ไม่มีอยู่เลย

โลกของเรานั้นได้สร้างสิ่งต่างๆ มากมายขึ้นมา นั้นก็รวมถึงมนุษย์อย่างเราๆ ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องเคยที่คนที่สงสัยอย่างแน่นอนว่าโลกของเรานั้น มีสิ่งมีชีวิตต่างๆ มากมาย แล้วบนดาวเคราะห์ ดวงอื่นๆ ละมีสิ่งมีชีวิตเหมือนกับโลกของเราไหม แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้นักวิทยาศาสตร์ก็พยายามอย่างมากที่ค้นหาสิ่งทีชีวิตนอกโลกเหล่านั้น แต่มันก็ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดว่าดาวเคราะห์ดวงอื่น ที่นอกจากโลกของเรานั้นมีสิ่งมีชีวิตอยู่หรือไม่

โลกของเรานั้นอาจจะเป็นเพียงดาวเคราะห์เพียงดวงเดียว ในจักรวารแห่งนี้ที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ เนื่องว่าจากความกว้างใหญ่ของพื้นที่ รวมไปถึงข้อจำกัดในการเดินทางซึ่งในเอกภพ  ที่สังเกตได้นั้นเหมือนกับว่ายังไม่พบหลักฐานที่เป็นรูปธรรมใดๆ ที่ว่าสิ่งมีชีวิตนอกโลกนั้นมีอยู่จริงหรือเคยมีอยู่บนดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ เลย เอกภพขอบเขตอันกว้างใหญ่ในห้วงของอวกาศ 

ซึ่งมันกว้างใหญ่เกินกว่าที่เรานั้นจะสามารถประมาณได้ กว้าง  จนเราไม่สามารถจินตนาการถึงจุดสิ้นสุดของมันได้ และนั้นมันก็ทำให้เรา        อดสงสัยไม่ได้เกี่ยวกับการมันอยู่ของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่นอกโลกของเรา  และก็มนุษย์ต่างดาว ที่น่าจะมีอยู่บนความว่างเปล่าที่มืดมิด  ที่มนุษย์อย่างเราๆ ยังไม่สามารถที่จะเดินทางไปถึงได้มันอาจจะมีชีวิตที่ทรงภูมิปัญญา หรือมันอาจจะไม่มี แม้แต่ชีวิตต้อยต่ำระดับจุลทรีย์เลยก็เป็นไปได้  ในช่วงของเวลาที่ยาวนานของ  เอกภพนั้น  เราไม่มีทางที่จะรู้ได้เลยว่าเคยมีชีวิต  กำเนิดขึ้นมาก่อนเราหรือไม่อย่างไร ดาวเคราะห์บางดวงนั้นอาจจะเคยสร้างชีวิตที่รุ่งโรจน์และรุ่งเรืองมาก่อน 

และชีวิตของพวกมันก็จะต้องพบกับจุดจบด้วย        การเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศที่ค้อนข้างจะรุนแรง ซึ่งทำให้สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นไม่สามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่ต่อไปได้ หรือว่าบางทีโลกของเรา  นั้นอาจจะเป็นดาวเคราะห์ดวงแรกที่ได้มีการวิวัฒนาการชีวิต และอาจจะมีดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ อีกมากมายที่จะสามารถสร้างสิ่งมีชีวิตตามขึ้นมาในอนาคตก็เป็นไปได้ 

หลังการอวสานของสิ่งมีชีวิตบนโลกของเรา อย่างไรก็ตามในตอนนี้เรานั้นรู้เพียงว่าสิ่งมีชีวิตบนโลกของเรานั้น หรือเป็นสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์ดวงเดียวที่รู้ว่ามีอยู่จริง  ซึ่งสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ นั้นเรายังไม่สามารถที่จะทราบได้ว่ามันมีอยู่หรือไม่  หรือว่าไม่มีอยู่เลย แต่สุดท้ายนี้สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือการที่เรานั้นรู้ว่าสิ่งมีชีวิตบนโลกแห่งนี้สำคัญ  กว่าสิ่งที่เราเองก็ยังไม่รู้ว่ามีอยู่จริงหรืไม่หรือว่าเป็นเพียง เรื่องที่คิดว่าอาจจะมีเชยๆ แต่ความจริงแล้วมันไม่มีอยู่เลย

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า gclub มือถือ

สิ่งมีชีวิตที่มีแอมโมเนียเป็นพื้นฐาน

สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นมายังโลกของเรานั้น บางเรื่องเป็นเรื่องที่เราเองก็ยากจะเข้าใจ แต่ถึงอย่างไรมนุษย์เราต่อให้จะเป็นเรื่องที่ยากแค่ไหน แต่สุดท้ายแล้วมนุษย์เราก็จะต้องหาคำตอบของคำถามเหล่านั้นมาให้ได้อยู่ดี บางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นมานั้นมีหลายเรื่องที่เรามองว่ามันเป็นเรื่องที่ประหลาดเอามากๆ แต่มันก็เป็นเรื่องประหลาดที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย

น้ำนั้นถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญของทุกชีวิตบนโลกของเราใบนี้ ร่างกายของคนเรานั้นใช้ของเหลวในการเป็นตัวทำละลาย  ซึ่งจำเป็นสำหรับปฏิกิริยาเคมีเกือบทั้งหมดสำหรับการสร้างพลังงานและรักษาหน้าที่สิ่งนี้เราสามารถเห็นได้ในมนุษย์จนไปถึงจุลินทรีย์ ที่มีขนาดเล็กที่สุด แต่ถ้าหากว่ามีทางเลือกอื่นนอกจากน้ำแล้ววิทยาศาสตร์ล่าสุด    

แสดงให้เรานั้นได้เห็นว่ามันมีอยู่จริง สำหรับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในสารอื่นที่ไม่ใช่น้ำมันจำเป็นที่จะต้องมีช่วงอุณหภูมิที่เป็นของเหลว เป็นของเหลวที่อยู่บนดาวเคราะห์ที่มีอณหภูมิต่ำมาก ซึ่งบนโลกของเราแห่งนี้นั้นอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิตลอดทั้งปี น้ำนั้นจะสามารถคงอยู่ในรูปของของเหลวได้ ในอุณหภูมิระหว่าง 0-100 องศาเซลเซียส แต่เกิดว่าอุณหภูมิลดลงต่ำกว่านี้ละก็

จะมีสิ่งใดที่จะสามารถคงสภาพของการเป็นของเหลวได้อีกต่อไปได้  แอมโมเนียนี้เป็นสารประกอบเคมีที่จะประกอบไปด้วยธาตุ ไฮโดรเจน และไนโตรเจน ซึ่งแอมโมเนียนั้นจะสามารถคงอยู่ในรูปแบบของของเหลวได้ที่อุณหภูมิระหว่างติดลบ 77.7 ไปจนถึง ติดลบ 73.3 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นช่วงที่บางคนนั้นอาจจะคิดว่าอุณหภูมิดังกล่าวนี้เย็นเกิดไปที่จะช่วยค้ำจุนชีวิตต่อไปได้ แต่มันก็มีความเป็นไปได้ที่ปฏิกิริยาและกระบวนการที่เกิดขึ้นที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิตที่ยังคงมีอยู่แม้ว่ามันอาจจะทำให้สิ่งมีชีวิตดังกล่าวมีความเร็วที่ช้าลงก็ตาม

ดังนั้นสิ่งมีชีวิตที่ใช้แอมโมเนียในฐานเป็นของเหลวตัวทำละลายสารเคมี สิ่งมีชีวิตเหล่านี้น่าจะมีอายุที่ยืนยาวกว่าสิ่งมีชีวิตที่ใช้น้ำเป็นตัวทำละลาย แต่กลับกัน พวกมันก็จะเผาผลาญพลังงานรวมไปถึงการวิวัฒนาการได้ช้ากว่าสิ่งมีชีวิตที่มีน้ำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต

สุดท้ายนี้อย่างไรก็ตาม ต่อให้สิ่งมีชีวิตในอนาคตจะใช้น้ำหรือไม่ใช้น้ำที่เป็นของเหลวเป็นตัวทำละลาย แต่สุดท้ายแล้วในตอนี้เวลานี้น้ำก็เป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นต่อสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตบนโลกของเราอยู่ ต่อให้ในอนาคตจะเป็นอย่างไร เราก็คงจะทำได้เพียงปล่อยมันให้เป็นเรื่องของอนาคต ถ้ามันจะเกิดขึ้นเราเองก็ไม่สามารถที่จะห้ามมันได้

 

ขอขอบคุณ  ufabet บาคาร่า  ที่ให้การสนับสนุน

เรื่องไมมัส

บางสิ่งบางอย่างนั้นซับซ้อนเกินกว่าที่เรานั้นจะสามารถเข้าใจได้  คุณคิดว่าโลกของเราที่เราคิดว่ารู้จักกันดีนี้มันจะไม่มีความลับซ้อนอยู่จริง ๆ หรือ แน่นอนว่านั้นเป็นความคิดที่ผิดที่ว่าโลกของเราใบนี้นั้นไม่มีความลับต่อเราเลย ให้ความลับนั้นจะเป็นความลับเพียงเล็กน้อยที่เราอาจจะมองข้ามไปแต่มันก็ยังคงขึ้นชื่อว่าเป็นความลับอยู่ดี คำที่ว่าความลับไม่มีในโลกนั้นคงจะไม่เป็นความจริงเป็นแน่แท้

 

 

 เมื่อความลับมีในโลกของเราที่เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของจักรวารเท่านั้นแล้ว ระบบสุริยะที่โลกของเราอาศัยอยู่และมีอะไรที่เรายังไม่รู้ หรือว่ายังไม่ค้นพบอยู่อีกไหม แน่นอนว่าต้องมีอยู่แล้วและอีกมากมายเลยที่เดียว อย่างที่เรานั้นรู้ๆ กันดีว่าโลกของเรานั้นมีดวงจันทร์บริวารอยู่หนึ่งดวง ซึ่งแน่นอนว่าโลกคงจะไม่ใช่ดาวเคราะห์เพียงดวงเดียว  ของระบบสุริยะที่มีดวงจันทร์บริวารอย่างแน่นอน

และนี้อาจจะยังเป็นหนึ่งในหลายๆ เรื่องที่ทุกคนยังไม่รู้ ไมมัส นั้นเป็นอีกหนึ่งในดวงจันทร์บริวารของดาวเสาร์อีกดวงหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่ามีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องราวของมัน ดวงจันทร์บริวารดวงนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่ถึง 400 กิโลเมตร มันเป็นวัตถุท้องฟ้าที่เล็กที่สุดที่มีรูปร่างทรงกลม

  ด้วยแรงโน้มถ่วงของตัวเอง และที่โดดเด่นเห็นของไมมัสเลยก็คือ หลุมอุกาบาตรขนาดใหญ่ที่อยู่บนตัวของมัน หลุมที่ว่านี้มีขนาาดใหญ่ถึง  1ใน 3 ของเส้นผ่านศูนย์กลางของมัน  เพราะแบบนี้มันจึงทำให้ไมมัสคล้ายกับดวงดาวมรณะ ในภาพยนต์สตาร์วอล์เป็นอย่างมากเลยทีเดียว และยังมีความน่าสนใจเกี่ยวกับไมมัส ที่มันบังเอิญได้ถูกค้นพบหลังจากที่สตาร์วอล์ออกฉายครั้งแรก แค่เพียสามปีเท่านั้น

แน่นอนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นความบังเอิญที่เราเองยังไม่อยากที่จะเชื่อเลยด้วยซ้ำ แต่ต่อให้จะบอกว่าไม่เชื่อก็คงจะไม่ใช่ เพราะมันได้เกิดขึ้นแล้ว แถมยังมีหลักฐานยืนยันอีกด้วย ถ้าจะบอกว่าไม่เชื่อก็คงจะดูไม่เป็นเรื่องจริงเท่าไหร่นัก เรื่องที่เกี่ยวกับดวงจันทร์บริวารดวงอื่นๆ ที่อยู่ในระบบสุริยะยังมีอีกมากมายและมันยังรอให้คุณลองออกไปศึกษาเกี่ยวกับตัวของพวกมันอยู่

ถึงแม้ว่าดวงจันทร์บริวารที่มีชื่อว่าไมมัสนี้ มันอาจจะไม่ได้เป็นที่น่าสนใจ ของใครหลายๆ คนไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่มันก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจ โดยที่เรื่องราวของมันนั้นอาจจะไม่ได้น่าตื่นเต้นเท่ากับดวงจันทร์บิวารดวงอื่นของดาวเสาร์มากนัก แต่เชื่อได้เลยว่าความน่าสนใจที่อยู่ในตัวของมันยังมีอยู่อีก   ที่ถ้าเราได้ลองไปศึกษาดูก็เชื่อได้เลยว่าคุณจะต้องหลงไหลในตัวมันอย่างแน่นอน

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   ufabet สมัครสมาชิก

สร้างสุขภัณฑ์ตรวจจับเชื้อโรคในคน

ด๊อกเตอร์ ซานจีฟ “แซม” กัมเบียร์ มีเทคโนโลยีใหม่ในการตรวจจับโรคในห้องปฏิบัติการ มันเป็นห้องน้ำที่ฉลาด แต่ไม่ใช่แบบที่ยกฝาของมันเองเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการใช้งาน ห้องน้ำนี้ติดตั้งเทคโนโลยีที่สามารถตรวจจับเครื่องหมายของโรคต่างๆในอุจจาระและปัสสาวะรวมถึงมะเร็งบางชนิดเช่นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก 

อุปกรณ์ดังกล่าวสามารถดึงดูดผู้ที่มีความบกพร่องทางพันธุกรรมในบางเงื่อนไขเช่นอาการลำไส้แปรปรวนมะเร็งต่อมลูกหมากหรือไตวายและต้องการรักษาสุขภาพให้อยู่ในระดับสูงสุด

 

ศาสตราจารย์กัมเบียร์  ประธานด้านรังสีวิทยากล่าวแนวคิดของเรามีอายุย้อนหลังไปได้มากกว่า 15 ปี เมื่อผมนำมันขึ้นมาผู้คนจะหัวเราะกันเพราะมันเป็นความคิดที่น่าสนใจ แต่ก็แปลกไปหน่อย ด้วยการศึกษานำร่องของผู้เข้าร่วม 21 คนเสร็จสิ้นแล้ว กัมเบียร์ และทีมของเขาทำให้วิสัยทัศน์ของพวกเขาเกี่ยวกับสุขภัณฑ์อัจฉริยะที่มุ่งเน้นด้านสุขภาพเป็นความจริง

ห้องน้ำของ กัมเบียร์ เป็นห้องน้ำธรรมดาที่มีอุปกรณ์อยู่ในชาม เครื่องมือเหล่านี้ซึ่งเป็นชุดของเทคโนโลยีที่แตกต่างกันใช้การตรวจจับการเคลื่อนไหวเพื่อปรับใช้การทดสอบที่หลากหลายเพื่อประเมินสุขภาพของเงินฝาก ตัวอย่างปัสสาวะผ่านการวิเคราะห์ทางกายภาพและโมเลกุล การประเมินอุจจาระขึ้นอยู่กับลักษณะทางกายภาพ

ห้องน้ำจะส่งข้อมูลที่ดึงมาจากตัวอย่างใด ๆ ไปยังระบบ cloud ที่ปลอดภัยเพื่อการรักษาความปลอดภัยโดยอัตโนมัติ ในอนาคตนาย กัมเบียร์ กล่าวว่าระบบดังกล่าวสามารถผนวกเข้ากับระบบบันทึกข้อมูลของผู้ให้บริการด้านสุขภาพเพื่อการเข้าถึงที่รวดเร็วและง่ายดาย

เอกสารอธิบายการวิจัยจะได้รับการเผยแพร่ในวันที่ 6 เมษายนในวิศวกรรมชีวการแพทย์ธรรมชาติ กัมเบียร์ เป็นนักเขียนอาวุโส ปาร์ค ซึง-มิน, นักวิทยาศาสตร์วิจัยอาวุโส; เดวิด วัน, MD, PhD, อดีตนักวิชาการเยือนในโปรแกรมการถ่ายภาพระดับโมเลกุลที่ Stanford; และนักวิชาการหลังปริญญาเอก ไบรอัน ลี, PhD

ห้องน้ำจัดอยู่ในประเภทของเทคโนโลยีที่เรียกว่าการตรวจสอบสุขภาพอย่างต่อเนื่องซึ่งรวมถึงการสวมใส่เช่นนาฬิกาสมาร์ท ทุกคนใช้ห้องน้ำ – ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้จริง ๆ และช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับอุปกรณ์ตรวจจับโรค

แม้ว่าความคิดอาจจะคุ้นเคยกับบางคน แต่ กัมเบียร์ และ D.K ลุดวิก ศาสตราจารย์เพื่อการวิจัยทางคลินิกในการวิจัยโรคมะเร็งมองเห็นห้องน้ำสมาร์ทเป็นส่วนหนึ่งของห้องน้ำบ้านเฉลี่ย ในการอำนวยความสะดวกในการปรับตัวในวงกว้าง กัมเบียร์ ออกแบบด้าน “สมาร์ท” เป็นส่วนเสริม 

ชิ้นส่วนของเทคโนโลยีที่รวมเข้ากับชามลายครามเก่า ๆ ได้อย่างง่ายดาย  มันเหมือนกับการซื้อ Add-on ของอ่างที่นั่งชำระที่สามารถติดตั้งเข้ากับห้องน้ำที่มีอยู่ของคุณได้ทันที และเหมือนกับโถปัสสาวะหญิงมีส่วนขยายเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มีจุดประสงค์ต่างกัน

ส่วนขยายเหล่านี้มีเทคโนโลยีการตรวจสอบสุขภาพมากมายที่มองหาสัญญาณของโรค โดยวิธี urodynamics ปกติ (อัตราการไหล, เวลาในการสตรีมและปริมาตรรวม) 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   gclub casinoทดลองเล่น

คาเฟ่ผับบาร์รับผลกระทบจากไวรัส covid-19

การใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลกต้องถูกจำกัดทางสังคมเพราะว่ามีการล็อคดาวน์อย่างเข้มงวดยิ่งขึ้นเพื่อชะลอการแพร่กระจายของ coronavirus บางคนที่อยู่คนเดียวสามารถทำงานอดิเรกแบบใหม่ๆ ขึ้นมาได้ หรือคิดค้นการทำงานจากที่บ้านที่คาดว่าต้องกินเวลาอย่างยาวนานแน่

 

ขณะนี้เมื่อรัฐบาลปิดกั้นเมืองรัฐและประเทศต่าง ๆ เพื่อชะลอการรุกล้ำของโคโรนาไวรัสศูนย์กลางทางสังคมดิจิตอลเหล่านี้ได้กลายเป็นทางเลือกใหม่ของการล็อคดาวน์

ถือว่าเป็นธุรกิจที่ “ไม่จำเป็น” คาเฟ่บาร์ผับและร้านอาหารนับไม่ถ้วนปิดตัวลงทั่วโลกเนื่องจากประเทศต่าง ๆ หลังจากประเทศต่าง ๆ ทำให้ประชาชนต้องเหงาหงอยเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโคโรน่าไวรัส ธุรกิจการบริการในเมืองในอเมริกาเช่นนิวยอร์กและลอสแองเจลิสปิดตัวลงตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

หลังจากนั้นสหราชอาณาจักรก็ได้ปิดบริการอีกในหนึ่งสัปดาห์ต่อมา ส่วนมาตรการของออสเตรเลียมีผลบังคับใช้ในสัปดาห์นี้

แตกต่างจากพนักงานออฟฟิศคนที่อาศัยอยู่ในร้านอาหารและบาร์ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับ coronavirus ที่แพร่กระจายโดยเพียงแค่ทำงานจากที่บ้าน เมื่อลูกค้ากักตัวอยู่ภายในบ้านของพวกเขาจึงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ไวต่อการปิดบริการมากที่สุด 

งานที่มีความเสี่ยงระดับโลกยังไม่ได้มีการคำนวณ แต่อุตสาหกรรมการบริการมีพนักงานมากกว่า 16 ล้านคนในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น สหภาพแรงงานประเมินว่าหนึ่งในสามของงานด้านการบริการ 3.2 ล้านแห่งของสหราชอาณาจักรมีความเสี่ยง

มีหลายร้านพยายามทำปรัปปรุงการทำธุรกิจแบบใหม่ เช่นร้าน Bread Ahead ร้านเบเกอรี่แห่งหนึ่งในลอนดอนได้เริ่มต้นการพูดคุยเรื่องการทำเบเกอรี่ที่บ้านใน Instagram, ขายบัตรกำนัลของขวัญออนไลน์สำหรับขนมปังและการประชุมเชิงปฏิบัติการในอนาคต

คาเฟ่ Après ซึ่งเป็นคาเฟ่ที่ปราศจากกลูเตนอยู่ห่างออกไปเพียงสามสถานีเท่านั้นและได้เปลี่ยนเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อส่งมอบผลผลิตให้กับลูกค้า 

ผู้คนส่วนมากมีชีวิตอยู่กับ paycheck และเมื่อร้านอาหารถูกสั่งให้ปิดโดยรัฐบาลเราทุกคนก็พบว่าตัวเองตกงานในชั่วข้ามคืนเคท วัลดริน พนักงานที่อยู่เบื้องหลังกองทุน GoFundMe ได้เพิ่มทุนกว่า 6,500 เหรียญสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

แดเนียล แม็คไบรด์ เจ้าของร่วมของ Golden Gully กล่าว โครงการ Virtual Gully ยังคงสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องมากกว่าที่แม็คไบรด์คาดการณ์ไว้ แต่ด้วยเจ้าหน้าที่ของออสเตรเลียไม่แน่ใจว่าจะปิดร้านนานเท่าไรหรือว่าจะมีการใช้มาตรการเข้มงวดมากขึ้นจะเป็นการยากที่เขาจะมองโลกในแง่ดีเกินไป

แม็คไบรด์กล่าวต่อว่า มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากที่เราได้เงินโดยที่ไม่คาดหวัง แต่มันจะไม่ธุรกิจที่ยั่งยืนหรอก ธุรกิจบาร์เหล้าเป็นธุรกิจที่หลายคนมองว่าเป็นการประกอบอาชีพที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   ufabet