The Sri Lanka Meteorite Fossils

โลกของเรานั้นถือได้ว่าเป็นอะไรที่สุดยอดอย่างหนึ่งเลย The Sri Lanka Meteorite Fossils  ก็ว่าในเอกภพแห่งนี้ที่มีดาวเคราะห์ต่างๆ มากมายยอยู่เต็มไปหมด เพราะโลกของเรานั้นเป็นดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวในระบบสุริยะจักรวาลแห่งนี้ที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ และก็อาจจะรวมไปถึงเอกภพอีกด้วย

ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องที่เราไม่สามารถพูดได้อย่างเต็มปาก เพราะเอกภพที่กกว้างใหญ่เราได้สามารถที่จะศึกษามันได้ทุกซอกมุม เพราะว่ามันมีการขยายตัวอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ถึงอย่างนั้นในตอนนี้โลกของเราก็ยังเป็นดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวที่มีสิ่งมีชีวิอาศัยอยู่

เป็นเรื่องที่เราเองก็ไม่อยากจะบอกว่ามนุษย์หรือว่า  สิ่งมีชีวิต่างๆ นั้นได้ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกที่เป็นดาวเคราะห์ที่ไม่ได้ใหญ่อะไรมากมายเมื่อเทียบกับดาวเคราะห์ดวงอื่นแล้ว แต่ทว่ามันกลับสามารถที่จะเป็นที่อยู่ในกับสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย รวมถึงมนุษย์อย่างเราได้ และมันก็คงเป็นแบบนี้ตลอดไป แต่ในปัจจุบันนี้ก็ได้มีโครงการที่จะขึ้นไปก่อตั้งอาณานิคมบนดาวเคราะห์ดวงอื่นอยู่

ซึ่งดาวเคราะห์ที่ได้รับความสนใจนั้นก็มีอยู่สองดวงด้วยกัน และยังเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ในระบบสุริยะจักรวาลอีกด้วย ซึ่งมันก็คือดาวอังคาร แลละดาวศุกร์นั้นเอง แน่นอนว่าทั้งสองนั้นไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ และก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เราจะสามารถทำแบบนั้น

ซึ่งในวันนี้เรื่องที่เรากำลังจะพูดถึงก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว ชื่อ The Sri Lanka Meteorite Fossils ในปี 2013 ที่ผ่านมานั้นนักวิจัยได้มีการวิเคราะห์ซากของอุกาบาตร   ที่ตกในเมือง เมืองหนึ่งของประเทศศรีลังกา พวกเขาได้มีการพบซากสิ่งมีชีวิตจากนอกดลกอยู่ในหินรูพรุน ซึ่งร่องรอยของฟอสซิลสาหร่ายทะเลชนิดหนึ่งซึ่งได้สูญพันธุ์ไปจากโลกนี้แล้ว

ซึ่งศาสตราจารย์ท่านหนึ่งจากศูนย์ชีววิทยาดวงดาวบัคกิ้งแฮมได้พบว่าฟอสซิลดังกล่าว  เป็นหลักฐานที่น่าสนใจว่า  น่าจะเป็นสิ่งมีชีวิที่อยู่ทั่วไปทั้งจักรวาล และแพร่กระจายไปยังสาวต่างๆ โดยที่มันเดินทางผ่านอุกาบาติ และก็ขยะอวกาศอื่นๆ ที่เป็นของแข็ง

ซึ่งสาเหตุที่มันมาจากนอกโลกนั้นก็มาจากรูปร่างผอมและยาวซึ่งเป็นตัวที่บ่งชี้ถึงสภาพแวดล้อมที่มีแรงโน้มถ่วงและความกดดันต่ำ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการสนับสนุนทฤษฎีแพนสเปอร์เมีย   ที่ว่าสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้มาจากแบคทีเรียนอกโลกที่มากับดาวหาง อุกาบาตร และดาวเคราะห์น้อยที่เคยพุ่งชนโลกของเรามาก่อน เพราะในช่วงแรกนั้นสภาพอากาศของโลกเราไม่ได้เป็นอย่างที่เราอยู่ในตอนนี้

 

สนับสนุนโดย    gclubฟรี500

อาณานิคมเหมืองแร่บนดาวเคราะห์น้อย

เหมืองแร่มีให้เราได้พบเห็นกันอยู่อย่างแพร่หลายบนโลกของเราแต่สำหรับในจักรวาลเราก็ไม่แน่ใจว่ามันมีอยู่หรือเปล่าแต่ตัวนี้กว้างใหญ่แห่งนี้ประกอบไปด้วยหลายสิ่งหลายอย่างต่างๆมากมายจนเราไม่สามารถที่จะศึกษามันได้ทั้งหมด แน่นอนว่าเป็นเจ้าหน้าที่แย่มากๆ ดาวเคราะห์น้อย ถ้าหากว่าจะย้ายถิ่นฐานของเราไปอยู่ที่ดาวเคราะห์ดวงอื่นเพราะสภาพอากาศแน่นอนว่าไม่ได้เหมาะสมเหมือนกับอยู่บนโลกของเราแต่ในอนาคตก็ไม่แน่ว่านักวิทยาศาสตร์สามารถนำพาเราไปอยู่ดาวเคราะห์ดวงอื่นๆเช่นดาวศุกร์ดาวอังคารได้

แต่สาวๆที่เราพูดถึงต่อไปนี้มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับเหมืองแร่แต่มันเป็นเหมือนแบบที่ไม่เหมือนใครบนโลกเพราะว่าไม่ได้ทำอยู่เมืองนอกแต่มันเป็นอาณานิคมเหมืองแร่บนดาวเคราะห์น้อยนั่นเอง ไม่มีเหตุผลอะไรที่มนุษย์เราจะจำกัดการตั้งอาณานิคมแห่งใหม่บนอวกาศสวยแค่ช่วงเช้าเท่านั้นนักวิทยาศาสตร์หลายคนเชื่อว่าอาจจะเป็นไปได้ที่การตั้งรกรากบนดาวเคราะห์น้อย

ในระบบสุริยะจักรวาลซึ่งมันเป็นอะไรที่เหมาะสมมากที่สุดในการตั้งอาณานิคมเหมืองแร่ในอนาคตดาวเคราะห์น้อยมันก็เป็นเหมือนก้อนหินก้อนใหญ่กำลังรออยู่ในอวกาศและเต็มไปด้วยองค์ประกอบอย่าง Platinum หรือทองคำขาวบนดาวเคราะห์น้อยจะทำเหมืองแร่มากเท่าไหร่ก็ได้ไม่ต้องสนใจเรื่องสภาพแวดล้อมอีกต่อไปมีความคิดมากก็คือการตั้งสถานีอวกาศรูปดาวเคราะห์และทำความสะอาดอุปกรณ์ทำเรื่องเข้าไปในดาวเคราะห์ดวงนั้น

จากนั้นทำการเจาะรูให้มีขนาดใหญ่เพียงพอในการตั้งรกรากตรงแกนกลางของ ดาวเคราะห์น้อย ที่อยู่อาศัยภายในการกลางแทนที่จะอาศัยอยู่ที่พื้นผิวเป็นการช่วยให้เรารักตกลงมายังพื้นผิวของดาวเคราะห์ดวงนั้น  จะทำงานไปเรื่อยๆจนกว่าเขาจะได้ทุกสิ่งทุกอย่างบนดาวเคราะห์ดวงนั้น ทั้งหมดเหล่านี้ก็ใช่ย่อยของแร่ธาตุบนโลกก็ใช้จนหมดไม่พอสามารถที่จะขึ้นไปถลุงแร่ธาตุนอกมาใช้ต่อไปอีกนะเนี่ย 

แน่นอนและดาวเคราะห์น้อยเป็นแหล่งทรัพยากรที่มหาศาลมากๆเลยก็ว่าได้  ถ้าเกิดที่เราได้นำเสนอต่อไปนี้มันเกิดขึ้นจริงๆแน่นอนล่ะว่าอวกาศบันเทิงแน่ๆแต่ถ้าหากว่ามันเกิดขึ้นจริง  ก็ต้องมีการออกกฎหมายหรือว่าข้อบังคับต่างเพื่อไม่ให้มนุษย์อย่างเรานั้นเกิดความโลภมากจนเกินไป 

ถ้าหากมนุษย์ไม่รู้จักพอเชื่อหรือไม่ว่ามัน  ก็จะมีปัญหาต่างๆตามมา อีกมากมายเลยก็ว่าได้ และการตั้งอาณานิคมนอกยังนั้น เป็นเรื่องของอนาคตเพราะว่าในปัจจุบันนี้  เรายังไม่สามารถที่จะทำได้นี้เป็นเพียงแผนการที่วางเอาไว้เท่านั้น แต่คาดว่าในอนาคตจะต้องมีการล่าพื้นที่ทำเหมืองนอกโลกเป็นแน่แท้

 

สนับสนุนโดย    gclubฟรี500

ดาวฤกษ์ที่มีความส่องสว่างมากที่สุด

Vega Star

ดาวฤกษ์ที่มีความส่องสว่างมากที่สุด สิ่งต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้นรอบตัวของเรานั้น บางเรื่องเราเองสามารถที่จะทำความเข้าใจได้โดยง่ายดาย แต่บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่ยาก  เกินกว่าความสามารถของเราจริงๆ อย่างที่เขาว่ากันว่าคนเรานั้นไม่ได้  เก่งทุกด้าน มันจะต้องมีสิ่งที่ทุกคนเก่งแตกต่างกันไป แต่ไม่ใช่ว่าคุณไม่เก่งด้านนี้แต่คุณมีความสนใจก็ไม่ได้หมายความว่าคุณทำไม่ได้เพียงแตมันจะต้องใช้เวลาเพียงเท่านั้นเอง เช่น เดียวกันกับการศึกษาเรื่องราว         ที่เกิดขึ้นในจักรวาร  กว่าที่จะมีการพบสิ่งที่เกิดขึ้นนอกโลกของเรานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

หลายๆ คนอาจจะคิว่า นักวิทยาศาสตร์  หรือนักดาราศาสตร์นั้นงมงายกับเรื่องของสิ่งต่างๆ  ที่เกิดขึ้นนอกโลกมากเกินไป แทนที่จะสนใจสิ่งที่มีอยู่ในโลกมากกว่า แต่จะบอกให้เลยว่าเป็นความคิดที่ผิดเอามาก การที่นักวิทยาศาสตร์ หรืนักดาราศาสตร์นั้น ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในอวกาศนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นเอามาก เพราะมันทำให้เราได้รู้อะไรหลายๆ อย่าง อน่างเช่นในตอนนี้เราจะไปทำความรู้จักเกี่ยวกับดาวดวงหนึ่งที่มีชื่อว่า Vega Star  ดาวดวงนี้นั้นมันเป็นดาวฤกษ์ที่มีความส่องสว่างมากที่สุดในดาวพิณ มันอยู่ห่างจากโลกของเราเพียง 25 ปีแสงเพียงเท่านั้น ดาวฤกษ์ดวงนี้มีอายุ 450 ล้านปี

แต่ขนาดของมันนั้นใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ของเราประมาณ 2.1 เท่า อดีตมันเคยเป็นดาวเหนือมาก่อนเมื่อราวๆ 12,000 ก่อนคริสตกาล และนอกจากนี้ยังมัการคาดการณ์อีกว่าดาวฤกษ์ที่เคยเป็นดาวเหนือมากก่อนดวงนี้นั้นมันจะกลับไปเป็น    ดาวเหนืออีกครั้ง ในปี 13,727 ก่อนหน้านี้มันยังถูกสงสัยอีกว่ามันเป็นดาวแปรแสง เนื่องจากว่าความสว่างของมันมีคาวมแปรผัน

แต่น้อยมากๆ มันหมุนรอบเร็วถึง 274 กิโลเมตรต่อวินาที ด้วยเหตุผลที่กว่าไปข้างต้นนั้นส่งผลทำให้เส้นศูนย์สูตรของมันโปร่งจากการหนีศูนย์กลางในขณะที่มันกำลังหมุน มันมีรูปร่างที่คล้ายกับรูปไข่เอามากๆ รวมถึงการผันแปรของอุณหภูมิของพื้นผิวชั้นนอกทำให้ขั่วดาวทั้งสองด้านมีอุณหภูมิสูงสุด หากสังเกตการแผ่รังสีอินฟาเรด พบว่าบริเวณโดยรอบจะเต็มไปด้วยฝุ่น

เป็นผลมาจากการชนกันระหว่างวัตถุในแผ่นฝุ่นที่โคจรรอบวัตถุ ซึ่งคาวมผิดปกตินี้คาดว่าอาจจะมีดาวเคราะห์ขนาดเกือบเท่า   ดาวพฤหัสบดีโคจรอยู่รอบๆ ก็เป็นไปได้ แล้วคุณละคิดว่ามันคืออะไรกันแน่ แต่ไม่ว่ามันจะคืออะไร  ก็ตามแต่ สำหรับในการศึกษาค้นพบดาวดวงนี้นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่แปลกใหม่เอามากๆ เพราะลักษณะของมันนั้นแตกต่างจากดาวดวงอื่นๆ เพราะมันมีรูปร่างที่คล้ายกับๆไข่ที่เราเคยกินกัน

 

 

สนับสนุนโดย   gclubฟรี500