แอมโมเนีย

สิ่งมีชีวิตที่มีแอมโมเนียเป็นพื้นฐาน

แอมโมเนีย สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นมายังโลกของเรานั้น บางเรื่องเป็นเรื่องที่เราเองก็ยากจะเข้าใจ แต่ถึงอย่างไรมนุษย์เราต่อให้จะเป็นเรื่องที่ยากแค่ไหน แต่สุดท้ายแล้วมนุษย์เราก็จะต้องหาคำตอบของคำถามเหล่านั้นมาให้ได้อยู่ดี บางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นมานั้นมีหลายเรื่องที่เรามองว่ามันเป็นเรื่องที่ประหลาดเอามากๆ แต่มันก็เป็นเรื่องประหลาดที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย

น้ำนั้นถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญของทุกชีวิตบนโลกของเราใบนี้ ร่างกายของคนเรานั้นใช้ของเหลวในการเป็นตัวทำละลาย  ซึ่งจำเป็นสำหรับปฏิกิริยาเคมีเกือบทั้งหมดสำหรับการสร้างพลังงานและรักษาหน้าที่สิ่งนี้เราสามารถเห็นได้ในมนุษย์จนไปถึงจุลินทรีย์ ที่มีขนาดเล็กที่สุด แต่ถ้าหากว่ามีทางเลือกอื่นนอกจากน้ำแล้ววิทยาศาสตร์ล่าสุด    

แสดงให้เรานั้นได้เห็นว่ามันมีอยู่จริง สำหรับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในสารอื่นที่ไม่ใช่น้ำมันจำเป็นที่จะต้องมีช่วงอุณหภูมิที่เป็นของเหลว เป็นของเหลวที่อยู่บนดาวเคราะห์ที่มีอณหภูมิต่ำมาก ซึ่งบนโลกของเราแห่งนี้นั้นอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิตลอดทั้งปี น้ำนั้นจะสามารถคงอยู่ในรูปของของเหลวได้ ในอุณหภูมิระหว่าง 0-100 องศาเซลเซียส แต่เกิดว่าอุณหภูมิลดลงต่ำกว่านี้ละก็

จะมีสิ่งใดที่จะสามารถคงสภาพของการเป็นของเหลวได้อีกต่อไปได้  แอมโมเนียนี้เป็นสารประกอบเคมีที่จะประกอบไปด้วยธาตุ ไฮโดรเจน และไนโตรเจน ซึ่งแอมโมเนียนั้นจะสามารถคงอยู่ในรูปแบบของของเหลวได้ที่อุณหภูมิระหว่างติดลบ 77.7 ไปจนถึง ติดลบ 73.3 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นช่วงที่บางคนนั้นอาจจะคิดว่าอุณหภูมิดังกล่าวนี้เย็นเกิดไปที่จะช่วยค้ำจุนชีวิตต่อไปได้ แต่มันก็มีความเป็นไปได้ที่ปฏิกิริยาและกระบวนการที่เกิดขึ้นที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิตที่ยังคงมีอยู่แม้ว่ามันอาจจะทำให้สิ่งมีชีวิตดังกล่าวมีความเร็วที่ช้าลงก็ตาม

ดังนั้นสิ่งมีชีวิตที่ใช้แอมโมเนียในฐานเป็นของเหลวตัวทำละลายสารเคมี สิ่งมีชีวิตเหล่านี้น่าจะมีอายุที่ยืนยาวกว่าสิ่งมีชีวิตที่ใช้น้ำเป็นตัวทำละลาย แต่กลับกัน พวกมันก็จะเผาผลาญพลังงานรวมไปถึงการวิวัฒนาการได้ช้ากว่าสิ่งมีชีวิตที่มีน้ำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต

สุดท้ายนี้อย่างไรก็ตาม ต่อให้สิ่งมีชีวิตในอนาคตจะใช้น้ำหรือไม่ใช้น้ำที่เป็นของเหลวเป็นตัวทำละลาย แต่สุดท้ายแล้วในตอนี้เวลานี้น้ำก็เป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นต่อสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตบนโลกของเราอยู่ ต่อให้ในอนาคตจะเป็นอย่างไร เราก็คงจะทำได้เพียงปล่อยมันให้เป็นเรื่องของอนาคต ถ้ามันจะเกิดขึ้นเราเองก็ไม่สามารถที่จะห้ามมันได้

 

ขอขอบคุณ  ufabet บาคาร่า  ที่ให้การสนับสนุน

เรื่องไมมัส

เรื่องไมมัส

เรื่องไมมัส บางสิ่งบางอย่างนั้นซับซ้อนเกินกว่าที่เรานั้นจะสามารถเข้าใจได้  คุณคิดว่าโลกของเราที่เราคิดว่ารู้จักกันดีนี้มันจะไม่มีความลับซ้อนอยู่จริง ๆ หรือ แน่นอนว่านั้นเป็นความคิดที่ผิดที่ว่าโลกของเราใบนี้นั้นไม่มีความลับต่อเราเลย ให้ความลับนั้นจะเป็นความลับเพียงเล็กน้อยที่เราอาจจะมองข้ามไปแต่มันก็ยังคงขึ้นชื่อว่าเป็นความลับอยู่ดี คำที่ว่าความลับไม่มีในโลกนั้นคงจะไม่เป็นความจริงเป็นแน่แท้

 

 

 เมื่อความลับมีในโลกของเราที่เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของจักรวารเท่านั้นแล้ว ระบบสุริยะที่โลกของเราอาศัยอยู่และมีอะไรที่เรายังไม่รู้ หรือว่ายังไม่ค้นพบอยู่อีกไหม แน่นอนว่าต้องมีอยู่แล้วและอีกมากมายเลยที่เดียว อย่างที่เรานั้นรู้ๆ กันดีว่าโลกของเรานั้นมีดวงจันทร์บริวารอยู่หนึ่งดวง ซึ่งแน่นอนว่าโลกคงจะไม่ใช่ดาวเคราะห์เพียงดวงเดียว  ของระบบสุริยะที่มีดวงจันทร์บริวารอย่างแน่นอน

และนี้อาจจะยังเป็นหนึ่งในหลายๆ เรื่องที่ทุกคนยังไม่รู้ ไมมัส นั้นเป็นอีกหนึ่งในดวงจันทร์บริวารของดาวเสาร์อีกดวงหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่ามีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องราวของมัน ดวงจันทร์บริวารดวงนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่ถึง 400 กิโลเมตร มันเป็นวัตถุท้องฟ้าที่เล็กที่สุดที่มีรูปร่างทรงกลม

  ด้วยแรงโน้มถ่วงของตัวเอง และที่โดดเด่นเห็นของไมมัสเลยก็คือ หลุมอุกาบาตรขนาดใหญ่ที่อยู่บนตัวของมัน หลุมที่ว่านี้มีขนาาดใหญ่ถึง  1ใน 3 ของเส้นผ่านศูนย์กลางของมัน  เพราะแบบนี้มันจึงทำให้ไมมัสคล้ายกับดวงดาวมรณะ ในภาพยนต์สตาร์วอล์เป็นอย่างมากเลยทีเดียว และยังมีความน่าสนใจเกี่ยวกับไมมัส ที่มันบังเอิญได้ถูกค้นพบหลังจากที่สตาร์วอล์ออกฉายครั้งแรก แค่เพียสามปีเท่านั้น

แน่นอนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นความบังเอิญที่เราเองยังไม่อยากที่จะเชื่อเลยด้วยซ้ำ แต่ต่อให้จะบอกว่าไม่เชื่อก็คงจะไม่ใช่ เพราะมันได้เกิดขึ้นแล้ว แถมยังมีหลักฐานยืนยันอีกด้วย ถ้าจะบอกว่าไม่เชื่อก็คงจะดูไม่เป็นเรื่องจริงเท่าไหร่นัก เรื่องที่เกี่ยวกับดวงจันทร์บริวารดวงอื่นๆ ที่อยู่ในระบบสุริยะยังมีอีกมากมายและมันยังรอให้คุณลองออกไปศึกษาเกี่ยวกับตัวของพวกมันอยู่

ถึงแม้ว่าดวงจันทร์บริวารที่มีชื่อว่าไมมัสนี้ มันอาจจะไม่ได้เป็นที่น่าสนใจ ของใครหลายๆ คนไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่มันก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจ โดยที่เรื่องราวของมันนั้นอาจจะไม่ได้น่าตื่นเต้นเท่ากับดวงจันทร์บิวารดวงอื่นของดาวเสาร์มากนัก แต่เชื่อได้เลยว่าความน่าสนใจที่อยู่ในตัวของมันยังมีอยู่อีก   ที่ถ้าเราได้ลองไปศึกษาดูก็เชื่อได้เลยว่าคุณจะต้องหลงไหลในตัวมันอย่างแน่นอน

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   ufabet สมัครสมาชิก

สุขภัณฑ์ตรวจจับเชื้อโรค

สร้างสุขภัณฑ์ตรวจจับเชื้อโรคในคน

สุขภัณฑ์ตรวจจับเชื้อโรค ด๊อกเตอร์ ซานจีฟ “แซม” กัมเบียร์ มีเทคโนโลยีใหม่ในการตรวจจับโรคในห้องปฏิบัติการ มันเป็นห้องน้ำที่ฉลาด แต่ไม่ใช่แบบที่ยกฝาของมันเองเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการใช้งาน ห้องน้ำนี้ติดตั้งเทคโนโลยีที่สามารถตรวจจับเครื่องหมายของโรคต่างๆในอุจจาระและปัสสาวะรวมถึงมะเร็งบางชนิดเช่นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก 

อุปกรณ์ดังกล่าวสามารถดึงดูดผู้ที่มีความบกพร่องทางพันธุกรรมในบางเงื่อนไขเช่นอาการลำไส้แปรปรวนมะเร็งต่อมลูกหมากหรือไตวายและต้องการรักษาสุขภาพให้อยู่ในระดับสูงสุด

 

ศาสตราจารย์กัมเบียร์  ประธานด้านรังสีวิทยากล่าวแนวคิดของเรามีอายุย้อนหลังไปได้มากกว่า 15 ปี เมื่อผมนำมันขึ้นมาผู้คนจะหัวเราะกันเพราะมันเป็นความคิดที่น่าสนใจ แต่ก็แปลกไปหน่อย ด้วยการศึกษานำร่องของผู้เข้าร่วม 21 คนเสร็จสิ้นแล้ว กัมเบียร์ และทีมของเขาทำให้วิสัยทัศน์ของพวกเขาเกี่ยวกับสุขภัณฑ์อัจฉริยะที่มุ่งเน้นด้านสุขภาพเป็นความจริง

ห้องน้ำของ กัมเบียร์ เป็นห้องน้ำธรรมดาที่มีอุปกรณ์อยู่ในชาม เครื่องมือเหล่านี้ซึ่งเป็นชุดของเทคโนโลยีที่แตกต่างกันใช้การตรวจจับการเคลื่อนไหวเพื่อปรับใช้การทดสอบที่หลากหลายเพื่อประเมินสุขภาพของเงินฝาก ตัวอย่างปัสสาวะผ่านการวิเคราะห์ทางกายภาพและโมเลกุล การประเมินอุจจาระขึ้นอยู่กับลักษณะทางกายภาพ

ห้องน้ำจะส่งข้อมูลที่ดึงมาจากตัวอย่างใด ๆ ไปยังระบบ cloud ที่ปลอดภัยเพื่อการรักษาความปลอดภัยโดยอัตโนมัติ ในอนาคตนาย กัมเบียร์ กล่าวว่าระบบดังกล่าวสามารถผนวกเข้ากับระบบบันทึกข้อมูลของผู้ให้บริการด้านสุขภาพเพื่อการเข้าถึงที่รวดเร็วและง่ายดาย

เอกสารอธิบายการวิจัยจะได้รับการเผยแพร่ในวันที่ 6 เมษายนในวิศวกรรมชีวการแพทย์ธรรมชาติ กัมเบียร์ เป็นนักเขียนอาวุโส ปาร์ค ซึงมิน, นักวิทยาศาสตร์วิจัยอาวุโส; เดวิด วัน, MD, PhD, อดีตนักวิชาการเยือนในโปรแกรมการถ่ายภาพระดับโมเลกุลที่ Stanford; และนักวิชาการหลังปริญญาเอก ไบรอัน ลี, PhD

ห้องน้ำจัดอยู่ในประเภทของเทคโนโลยีที่เรียกว่าการตรวจสอบสุขภาพอย่างต่อเนื่องซึ่งรวมถึงการสวมใส่เช่นนาฬิกาสมาร์ท ทุกคนใช้ห้องน้ำ – ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้จริง ๆ และช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับอุปกรณ์ตรวจจับโรค

แม้ว่าความคิดอาจจะคุ้นเคยกับบางคน แต่ กัมเบียร์ และ D.K ลุดวิก ศาสตราจารย์เพื่อการวิจัยทางคลินิกในการวิจัยโรคมะเร็งมองเห็นห้องน้ำสมาร์ทเป็นส่วนหนึ่งของห้องน้ำบ้านเฉลี่ย ในการอำนวยความสะดวกในการปรับตัวในวงกว้าง กัมเบียร์ ออกแบบด้าน “สมาร์ท” เป็นส่วนเสริม 

ชิ้นส่วนของเทคโนโลยีที่รวมเข้ากับชามลายครามเก่า ๆ ได้อย่างง่ายดาย  มันเหมือนกับการซื้อ Add-on ของอ่างที่นั่งชำระที่สามารถติดตั้งเข้ากับห้องน้ำที่มีอยู่ของคุณได้ทันที และเหมือนกับโถปัสสาวะหญิงมีส่วนขยายเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มีจุดประสงค์ต่างกัน

ส่วนขยายเหล่านี้มีเทคโนโลยีการตรวจสอบสุขภาพมากมายที่มองหาสัญญาณของโรค โดยวิธี urodynamics ปกติ (อัตราการไหล, เวลาในการสตรีมและปริมาตรรวม) 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   gclub casinoทดลองเล่น

คาเฟ่ผับบาร์รับผลกระทบจากไวรัส

คาเฟ่ผับบาร์รับผลกระทบจากไวรัส covid-19

คาเฟ่ผับบาร์รับผลกระทบจากไวรัส การใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลกต้องถูกจำกัดทางสังคมเพราะว่ามีการล็อคดาวน์อย่างเข้มงวดยิ่งขึ้นเพื่อชะลอการแพร่กระจายของ coronavirus บางคนที่อยู่คนเดียวสามารถทำงานอดิเรกแบบใหม่ๆ ขึ้นมาได้ หรือคิดค้นการทำงานจากที่บ้านที่คาดว่าต้องกินเวลาอย่างยาวนานแน่

 

ขณะนี้เมื่อรัฐบาลปิดกั้นเมืองรัฐและประเทศต่าง ๆ เพื่อชะลอการรุกล้ำของโคโรนาไวรัสศูนย์กลางทางสังคมดิจิตอลเหล่านี้ได้กลายเป็นทางเลือกใหม่ของการล็อคดาวน์

ถือว่าเป็นธุรกิจที่ “ไม่จำเป็น” คาเฟ่บาร์ผับและร้านอาหารนับไม่ถ้วนปิดตัวลงทั่วโลกเนื่องจากประเทศต่าง ๆ หลังจากประเทศต่าง ๆ ทำให้ประชาชนต้องเหงาหงอยเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโคโรน่าไวรัส ธุรกิจการบริการในเมืองในอเมริกาเช่นนิวยอร์กและลอสแองเจลิสปิดตัวลงตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

หลังจากนั้นสหราชอาณาจักรก็ได้ปิดบริการอีกในหนึ่งสัปดาห์ต่อมา ส่วนมาตรการของออสเตรเลียมีผลบังคับใช้ในสัปดาห์นี้

แตกต่างจากพนักงานออฟฟิศคนที่อาศัยอยู่ในร้านอาหารและบาร์ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับ coronavirus ที่แพร่กระจายโดยเพียงแค่ทำงานจากที่บ้าน เมื่อลูกค้ากักตัวอยู่ภายในบ้านของพวกเขาจึงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ไวต่อการปิดบริการมากที่สุด 

งานที่มีความเสี่ยงระดับโลกยังไม่ได้มีการคำนวณ แต่อุตสาหกรรมการบริการมีพนักงานมากกว่า 16 ล้านคนในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น สหภาพแรงงานประเมินว่าหนึ่งในสามของงานด้านการบริการ 3.2 ล้านแห่งของสหราชอาณาจักรมีความเสี่ยง

มีหลายร้านพยายามทำปรัปปรุงการทำธุรกิจแบบใหม่ เช่นร้าน Bread Ahead ร้านเบเกอรี่แห่งหนึ่งในลอนดอนได้เริ่มต้นการพูดคุยเรื่องการทำเบเกอรี่ที่บ้านใน Instagram, ขายบัตรกำนัลของขวัญออนไลน์สำหรับขนมปังและการประชุมเชิงปฏิบัติการในอนาคต

คาเฟ่ Après ซึ่งเป็นคาเฟ่ที่ปราศจากกลูเตนอยู่ห่างออกไปเพียงสามสถานีเท่านั้นและได้เปลี่ยนเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อส่งมอบผลผลิตให้กับลูกค้า 

ผู้คนส่วนมากมีชีวิตอยู่กับ paycheck และเมื่อร้านอาหารถูกสั่งให้ปิดโดยรัฐบาลเราทุกคนก็พบว่าตัวเองตกงานในชั่วข้ามคืนเคท วัลดริน พนักงานที่อยู่เบื้องหลังกองทุน GoFundMe ได้เพิ่มทุนกว่า 6,500 เหรียญสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

แดเนียล แม็คไบรด์ เจ้าของร่วมของ Golden Gully กล่าว โครงการ Virtual Gully ยังคงสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องมากกว่าที่แม็คไบรด์คาดการณ์ไว้ แต่ด้วยเจ้าหน้าที่ของออสเตรเลียไม่แน่ใจว่าจะปิดร้านนานเท่าไรหรือว่าจะมีการใช้มาตรการเข้มงวดมากขึ้นจะเป็นการยากที่เขาจะมองโลกในแง่ดีเกินไป

แม็คไบรด์กล่าวต่อว่า มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากที่เราได้เงินโดยที่ไม่คาดหวัง แต่มันจะไม่ธุรกิจที่ยั่งยืนหรอก ธุรกิจบาร์เหล้าเป็นธุรกิจที่หลายคนมองว่าเป็นการประกอบอาชีพที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   ufabet

คนเยอะล้นโลก

คนเยอะล้นโลกทรัพยากรไม่พอจนต้องสูญพันธุ์

คนเยอะล้นโลก ในปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเดินหรือมองไปทางไหน ก็ต่างมีคนเต็มไปหมด ถ้าจะถามว่ามันแปลกอย่างไร เพราะดูอย่างไรมันก็คงไม่แปลกหรอกใช่หรือไม่ บนโลกก็ต้องมีคนสิ ถ้าไม่มีสิแปลก แต่เอาเข้าจริงแล้วถ้าหากเราลองสังเกตกันให้ดีอีกครั้ง เราจะมองว่ามันแปลกนะ ทำคนเยอะขึ้นแบบผิดปกติ ถ้าให้เทียบกับทุกๆ ปีที่ผ่านมา

ถ้าคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่สังเกตเห็นและสงสัยในสิ่งเหล่านี้ บอเลยว่าคุณกำลังคิดถูกแล้ว เพราะคนมันเยอะขึ้นมาจริงๆ ไม่ว่าจะไปทางไหนก็รู้สึกแออัดเพิ่มมากขึ้นไปกว่าเดิม จึงได้มีการวิจัยในการสังเกตและทำสถิติของเรื่องจำนวนประชากรของแต่ละประเทศ และทั่วโลก ปรากฏว่าจำนวนประชากรนั้นเพิ่มสูงขึ้นมาก และการที่ประชาชนกรเพิ่มมาก ก็จะยิ่งทำให้หลายๆ อย่างนั้นออกมาเพียงพอต่อจำนวนประชากรอีกด้วย

ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาอย่างมากเลยเดียว เพราะวิกฤตนี้ถูกจัดอยู่ในสาเหตุที่จะทำให้มนุษย์นั้นน้อยลงหรือสูญพันธุ์ได้ ในปัจจุบันนี้โลกของเรามีประชากรทั้งหมดอยู่ประมาณ 7,500 ล้านคน และจากสถิตินั้นไม่มีการลดลง มีแต่แนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นอีกต่างหาก สืบเนื่องมาจากอัตราการเกิดและการเสียชีวิตที่ไม่สัมพันธ์กันจากหลาหลายปัจจัย จนส่งผลทำให้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัดนั้น

ไม่เพียงพอและลดลงมากขึ้นอีกด้วย ในบางประเทศนั้นได้ทำการแปรสภาพพื้นที่ของธรรมชาติให้กลายเป็นที่อยู่อาศัย และยังให้อัตราการแข่งขัยในสังคมนั้นสูงเพิ่มมากขึ้น เพราะเหตุนี้จึงทำให้หลายๆ ประเทศทั่วโลกได้ออกมาตรการให้จำนวนผลเมืองสอดคล้องกับพื้นที่ของประเทศตัวเอง ที่เรานั้นไม่อาจจะทราบได้เลยว่าจะหลงเหลือทรัพยากรและพื้นที่ไว้ได้มากน้อยแค่ไหนในอนาคต อย่างที่หลายๆคนเขาแหละว่ายิ่งประชากรเพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่

นายทุนหรือผู้ประกอบการก็ยิ่งเพิ่มจำนวนของสินค้าให้เพิ่มมากขึ้น นั้นก็เท่ากับว่าเราจะยิ่งสูญเสียทรัพยากรทางธรรมชาติเพิ่มมากขึ้นนั้นเอง และไม่เพียงเท่านั้นเมื่อดึงทรัพยากรธรรมชาติมาใช้แล้วพอ ยังทำลายธรรมชาติเพิ่มอีกด้วยแบบนี้ก็จะยิ่งให้ทรัพยากรธรรมชาติลดลงไปเรื่อยๆ แล้วถ้าในวันหนึ่งที่ทรัพยากรธรรมชาติที่จำเป็นต่อมนุษย์ และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ หมดลงไป

โลกเรานั้นจะเข้าสู่วิกฤตต่างๆ ทั้งเรื่องระบบนิเวศ สภาพอากาศ การขาดแคลนอาหาร และเพราะสาเหตุเหล่านี้จะก่อให้เกิดการแย่งชิงขึ้นจนทำให้มนุษย์เรานั้นเลือกที่ทำร้ายกันเอง จนเป็นที่มาที่ได้ถูกตั้งเป็นข้อสันนิฐานว่า เมื่อไหร่ที่ทรัพยากรบนโลกหมดไป เมื่อนั้นเองที่มนุษย์ สัตว์ และสิ่งมีชีวิตก็สูญพันธุ์ตามไปด้วย

 

 

ขอบคุณ  เล่นบาคาร่ายังไงให้ได้เงิน  ที่ให้การสนับสนุน

ดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนโลก

ดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนโลกทำสิ่งมีชีวิตสูญพันธุ์อีกครั้ง

ดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนโลก ว่ากันว่าโลกของเรานั้นเกิดขึ้นมานานมากแล้ว มากกว่า 4,000 ล้านปีอีกด้วยซ้ำ การจะหาคำตอบของการเกิดสิ่งมีชีวิตนั้นถือว่าเป็นเรื่องยากมาก นักวิจัยจึงได้แต่ทำการที่ทำให้มันหายไปจากโลกมากกว่า การหาคำตอบว่าสิ่งมีชีวิตแรกของโลกนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่วิทยาศาสตร์เองนั้นยังไม่สามารถตอบได้ ถึงแม้ว่าจะมีทฤษฎีออกมาและเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกก็ตาม

แต่ในความเป็นจริงแล้วนักวิทยาศาสตร์เองก็ต่างค้นหาคำตอบมาโดยตลอดเวลาจนปัจจุบัน แต่สิ่งหนึ่งที่สามารถยืนยันได้ว่ามีชีวิตอยู่จริงบนโลกเมื่อหลายร้อยล้านปีก่อนนั้นก็คือ ไดโนเสาร์ ซึ่งในปัจจุบันคงไม่มีสัตว์ดึกดำบรรพ์พวกนี้อาศัยอยู่เป็นแน่ เพราะมันได้สูญพันธุ์หายไปจากโลกนี้นานแล้ว ซึ่งนักวิจัยเองก็ได้สร้างข้อสันนิฐานของการสูญพันธุ์พวกมันขึ้นมาหลากหลายอย่างเช่น สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง

ที่เกิดมาจากการพุ่งชนของอุกกาบาต เป็นต้น เช่นเดียวกับที่จะนำมาเสนอในบทความนี้คือการพุ่งชนของอุกกาบาต หรือ ดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนโลก ที่เป็นแนวความคิดที่ถูกยอมรับกันในวงกว้างทางวิทยาศาสตร์ว่า มันเป็นสาเหตุที่ทำให้ไดโนเสาร์ต้องสูญพันธุ์ไป เพราะเมื่อดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่เข้ากระทบกับพื้นโลก จะทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนจนกลายเป็นแผ่นดินไหว เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ และเหตุการณ์วุ่นวายต่างๆ ปีกที่จะทำให้สิ่งมีชีวิตบนโลกได้รับผลกระทบ โดยปกติแล้วนั้นดาวเคราะห์น้อยจะพุ่งผ่านชั้นบรรยากาศของโลกด้วยความเร็ว 19 กิโลเมตรต่อวินาที

และด้วยความบอบบางทำให้มันเกิดความซึกกร่อนลงไปทีละเล็กทีละน้อย จนขนาดของมันนั้นมีความเล็กลงเรื่อยๆ และกว่าจะถึงพื้นโลกมันก็มีขนาดที่เล็กจนไม่สามารถสร้างผลกระทบอะไรได้ หรือที่เราเห็นเป็นดาวตกนั้นเอง หรือบางทีถ้ามันผ่านชั้นบรรยากาศแล้วเหลือรอดมายังพื้นโลกได้ถึง 600 กิโลกรัม ขอบเขตของความเสียหายจากดาวเคราะห์น้อยจะลดลั่นไปตามขนาดและความเร็วของมัน แต่ถ้าหากมันดาวเคราะห์น้อยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่ใหญ่อยู่ 1 กิโลเมตร ถือว่าไม่ต้องคิดคำนวณใดๆ แล้ว เพราะขนาดของมันเท่านี้พอที่จะสามารถทำลายล้างโลกได้ทั้งหมดเลยทีเดียว

ซึ่งทั้งหมดนี้อาจจะเป็นสาเหตุเดียวกันกับที่เกิดขึ้นในยุคไดโนเสาร์อย่างแน่นอน และถ้าหากมันจะเกิดขึ้นอีกครั้งบนโลกของเราในอนาคต เช่นเดียวกันไดโนเสาร์ มนุษย์และสิ่งมีชีวิตนั้นก็อาจจะสูญพันธุ์ได้ หรือถ้าหากว่ามีมนุษย์และสิ่งมีชีวิตเหลือรอด ก็คงจะสามารถทนอยู่ได้นาน นั้นเป็นเพราะว่ามันเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งโลก นั้นหมายถึงสภาพแวดล้อมจะบีบบังคับไม่ให้สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่บนโลกใบนี้ได้อีกต่อไป

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   gclub

มนุษย์ต่างดาวที่ว่าไม่มีจริง

มนุษย์ต่างดาวที่ว่าไม่มีจริง แต่มีคนสร้างความปลอดภัยจากมนุษย์ต่างดาว

มนุษย์ต่างดาวที่ว่าไม่มีจริง มนุษย์ต่างดาวถือว่าเป็นสิ่งลี้ลับที่ไม่ได้ต่างจากพวกผีปีศาจ เพราะมนุษย์ต่างดาวก็เป็นสิ่งที่คนทั่วไปไม่สามารถเห็นได้เช่นเดียวกัน แต่ถ้าพูดในความน่าเชื่อถือ มนุษย์ต่างดาวดูเป็นไปได้มากกว่าสิ่งลี้ลับอย่างพวกผีปีศาจมากกว่าเสียอีก เพราะหากนำหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ว่า จักรวาลนั้นกว้างใหญ่ไพศาล มีระยะเป็นอนันต์ หาจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นไม่ได้

เราไม่สามารถทราบได้เลยว่าในจักรวาลที่ระยะทางแสนไกลออกไปจะมีดวงดาวที่เหมือนที่เหมือนกับดาวโลกหรือไม่ ไม่ใช่ในเรื่องของสภาพอากาศ แต่หมายถึง สิ่งมีชีวิต เพราะเหตุใดถึงเชื่อแบบนั้น นั้นเริ่มมาจากการระเบิดตัวตามทฤษฎีบิ๊กแบง ดาวโลกที่เดิมทีหลายล้านพันปีก่อนได้ถูกสันนิฐานว่าก็เป็นแค่ก้อนหินก้อนหนึ่งเท่านั้น เช่นเดียวกันกับในแนวความคิดที่ว่าก็นาจะมีวัตถุอีกหลายชิ้นที่กระเด็นออกไปหลายทิศทาง ถ้าหากมันมาจากการระเบิดเดียวกันในครั้งนั้น ก็เป็นไปได้ว่าที่จะมีดาวโลกดวงอื่นในจักรวาลแห่งนี้เช่นเดียวกัน แต่การที่มีมนุษย์โลกบางคนเห็นได้เห็นการมาเยือนของมนุษย์ต่างดาว

พร้อมกับหลักฐานที่เป็นทั้งภาพถ่ายและการบันทึกภาพเป็นวิดีโอ ในหลักฐานตรงนี้หลายคนมองว่าเป็นการตัดต่อโดยใช้โปรแกรมทางคอมพิวเตอร์ แน่นอนว่าในเวลาต่อมาได้มีการตรวจสอบหลักฐานเหล่านั้น ซึ่งพบว่าบางหลักฐานนั้นก็เป็นของปลอม และในบางหลักฐานนั้นก็เป็นของจริง ทางนักวิทยาศาสตร์เองก็ไม่สามารถยืนยันในเรื่องนี้ได้

แต่เชื่อหรือไม่ว่าเรื่องของมนุษย์ต่างดาวที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่ามีอยู่จริงหรือไม่นั้น ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีประชาชนเดินทางไปทำประกันภัยหากเดเหตุฉุกเฉินโดนมนุษย์ต่างดาวจับตัวไป รวมไปถึงหน่วยดับเพลิง

ที่ได้มีการซ้อมรับมือหากมนุษย์ต่างดาวมาเยือน ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอยู่ไม่น้อยว่า ถ้าหากไม่มีมนุษย์ต่างดาวจริง ทำไมผู้คนจะต้องทำประกันภัยเพื่อสร้างความปลอดภัยจากการโดนลักพาตัวโดยมนุษย์ต่างดาว แล้วหน่วยดับเพลิงต้องซ้อมรับมือกับมนุษย์ต่างดาวทำไม ถ้าไม่ใช่ว่ามนุษย์ต่างดาวนั้นมีชีวิตอยู่จริง จะจริงหรือไม่ที่แท้จริงแล้วมนุษย์ต่างดาวมีอยู่จริงบนโลกของเรา

แต่ถูกปิดข่าวเก็บเอาไว้ เพื่อไม่ให้ประชากรทั่วโลกตื่นและตกใจ แต่ถึงอย่างไรนั้นเรื่องการมีชีวิตอยู่ของมนุษย์ต่างดาวยังคงเป็นปริศนากันต่อไป ซึ่งนักวิทยาศาสตร์จะไม่สามารถอธิบายเรื่องนี้ได้มาก

แต่ในอนาคตถ้าหากว่าเราพัฒนาเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ได้เพิ่มมากขึ้น มนุษย์เราอาจจะสามารถเดินทางสำรวจไปทั่วจักรวาลได้ หรือทำการติดต่อการสัญญาณเพื่อค้นหาสิ่งมีชีวิตจากดาวดวงอื่นๆได้ ถึงวันนั้นเราอาจจะได้ทราบกันก็ได้ว่ามีมนุษย์ต่างดาวอยู่จริงหรือไม่ หรือจะมีโลกเราในจักรวาลแห่งนี้แห่งเดียวเท่านั้นที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่

 

สนับสนุนโดย  สมัคร Gclub

การตัดแต่งพันธุกรรม

มนุษย์เกิดขึ้นจากการตัดแต่งพันธุกรรมโดยมนุษย์ต่างดาว

การตัดแต่งพันธุกรรม คุณเชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาวหรือไม่? แล้วเชื่อหรือไม่ว่าแท้จริงแล้วมนุษย์บนโลกอย่างพวกเรานั้นเกิดขึ้นมาได้เพราะมนุษย์ต่างดาว อาจจะฟังดูเหลือเชื่อไปใช่ไหม มันจะเป็นไปได้จริงหรือ เพราะก่อนหน้านี้ทฤษฎีที่ถูกยอมรับและมีการเผยแพร่กันเป็นอย่างมากคือ ทฤษฎีมนุษย์มีวิวัฒนาการมาจากลิง ซึ่งเป็นเพราะลิงเป็นสัตว์ที่มีลักษณะคล้ายกับมนุษย์มากที่สุดก็เห็นจะเป็นได้ ทั้งลักษณะภายนอกและภายใน โครงสร้างของกระดูกลิงและมนุษย์นั้นมีความคล้าย และยังเป็นสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนมเช่นเดียวกันอีกด้วย

ในเวลาต่อมาก็ได้มีทฤษฎีต่างๆนานเกิดขึ้นมามากมาย รวมไปเรื่องที่มนุษย์นั้นเกิดมาจากมนุษย์ดาว ซึ่งมีมนุษย์โลกได้อ้างตัวตัวว่าเขานั้นถูกมนุษย์ต่างดาวจับตัวไป และสิ่งที่เขาได้พบนั้นคือ การตัดแต่งพันธุกรรม ที่มนุษย์ต่างดาวกำลังทำอยู่ นั้นคือ การนำมนุษย์ต่างดาวมาตัดแต่งพันธุกรรมให้กลายเป็นมนุษย์ของเรา

นั้นหมายความว่าลักษณะของมนุษย์ต่างดาวที่ทำการตัดแต่งพันธุกรรม จะรูปทรงที่เป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์แบบ แต่หากมนุษย์ต่างดาวที่ถูกตัดแต่งนั้นไม่ถูกนำมาไว้บนโลกเหมือนแต่ก่อน นั้นจึงทำให้มีความคิดว่าหรือแท้จริงแล้ว มนุษย์กลุ่มแรกที่เดขึ้นบนโลก คือมนุษย์ต่างดาวที่ถูกตัดแต่งพันธุกรรมแล้วถูกส่งตัวมาให้ใช้ชีวิตบนดาวโลกแห่งนี้ เมื่อเห็นมนุษย์ต่างดาวที่ถูกตัดแต่งพันธุกรรมสามารถมีชีวิตรอดและสามารถอาศัยอยู่บนโลกได้ ทำให้มนุษย์ต่างดาวประสบความสำเร็จกับเทคโนโลยีในด้านนี้ แต่เรื่องนี้ก็พิสูจน์ไม่ได้หรอว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่แต่อย่างใด

เพราะไม่มีหลักฐานใดๆว่าเป็นข้อพิสูจน์นอกจากคำพูด แต่ถึงอย่างไรนั้น ถ้าหากว่าเรื่องเป็นความจริงอย่างที่คนผู้นี้เล่าว่าได้ไปเห็นสิ่งเหล่านั้นมาจริงๆ นั้นหมายความว่า มนุษย์ต่างดาวนั้นมีสมองที่ฉลาด มีพัฒนาที่ไวกว่ามนุษย์ มีเทคโนโลยีและวิทยาการทางวิทยาศาสตร์ที่ก้าวหน้าอย่างมาก ที่จะสามารถทำสิ่งเหล่านั้นได้เมื่อหลายล้านปีก่อน

และการที่มนุษย์ต่างดาวได้เดินทางมายังโลกและสามารถลักพาตัวคนไปได้นั้น ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขานั้นมีศักยภาพมากแค่ไหนที่จะยานพาหนะที่มีความไวเท่าแสงได้ เพราะขนาดมนุษย์เองยังไม่สามารถทำสิ่งนั้นได้เลย อะพอลโล่11ที่ว่าเร็วที่สุดในโลกแล้วนั้น หากต้องการจะเดินทางให้เร็วกว่าแสงก็ต้องเพิ่มอีกหลายร้อยเท่าเลยก็เป็นได้

โดยทั้งหมดทั้งมวลอยากให้ทุกๆคนเก็บไปพิจารณาเท่านั้น ซึ่งความจริงจะเป็นอย่างไรนั้นเราคงต้องรออนาคตกันอีกทีว่ามนุษย์ต่างดาวจะปรากฏตัวให้พวกเราเห็นหรือไม่ หรือเป็นพววกเราเองที่จะต้องเดินทางไปหาพวกเขา

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   แทงบอล เว็บไหนดี

มนุษย์ดาวโลกดวงอื่น

มนุษย์ดาวโลกดวงอื่น

มนุษย์ดาวโลกดวงอื่น คุณเคยเห็นมนุษย์ต่างดาวหรือไม่? หรือ คุณเชื่อในเรื่องของมนุษย์ต่างดาวหรือไม่? มนุษย์ต่างดาวที่ถูกกล่าวถึงนี้หลายคนมีความเชื่อว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่เดินทางมาจากนอกโลกของเรา ซึ่งก็คือดาวดวงอื่นๆที่อยู่ในจักรวาลเดียวกันแห่งนี้ แต่จะเป็นไปได้จริงหรือว่าในจักรวาลของเรานั้นมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆอาศัยอยู่อีก โดยคำถามเหล่านี้แม้นักวิทยาศาสตร์เองก็ไม่สามารถที่จะค้นหาคำตอบได้ เพราะอย่างที่ทราบกันเป็นอย่างดีว่า จักรวาลนั้นมีขนาดที่ยิ่งใหญ่ไพศาล มีระยะทางที่ไม่สิ้นสุด ถึงแม้จะมีการออกสำรวจนอกโลก แต่ถ้าหากเทียบกับขนาดของจักรวาลแล้วการสำรวจแทบเป็นเพียงจุดเล็กของพื้นที่จักรวาลทั้งหมดเลยก็ว่าได้

แต่ถึงอย่างไรนั้นก็มีความเชื่อที่ว่าไม่ใช่แค่โลกเราที่มีสิ่งมีชีวิตเพียงของดวงเดียว เหตุการณ์บิ๊กแบงที่เกิดขึ้นโดยการละเมิดในจักรวาลได้ทำให้ชิ้นส่วนต่างๆระเบิดกระเด็นออกไปต่างทิศต่างทางกัน และเป็นไปได้ว่าน่าจะมีชิ้นส่วนที่ลักษณะคล้ายโลกถูกเหวี่ยงออกไปในทิศทางที่ไกลหลากหลายส่วน นั้นก็แปลว่า อาจจะมีความเป็นไปได้มากเช่นกันเรื่องที่ว่า จะมีดาวโลกใบอื่นๆ

ที่เหมือนกับดาวโลกของเรา และอาจจะมีสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ได้เช่นเดียวกันเกิดขึ้นบนดาวโลกนั้น ซึ่งมีหลากหลายหลักฐานทั้งเป็นภาพถ่ายและการบันทึกภาพเคลื่อนไหว การพบเจอมนุษย์ต่างดาว ถึงแม้ว่าจะมีการตรวจสอบแล้วว่าบางหลักฐานนั้นถูกปลอมขึ้นมา ทำการจัดฉาก ทำการตัดต่อภาพด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่

และในบางหลักฐานเองก็ตรวจสอบแล้วพบว่ามันคือภาพจริง ที่ไม่ผ่านกระบวนการตกแต่งภาพโดยใช้โปรแกรมได้ช่วยเลย ซึ่งถือว่าเป็นไปได้เช่นเดียวกันว่า มนุษย์ต่างดาวนั้นมาเยือนโลกจริงๆ แต่ก็แปลกนะว่าไหม เพราะเหตุใดพวกเขาเหล่านั้นถึงสามารถที่จะเดินทางมายังโลกของเราได้ เพราะนักวิทยาศาสตร์ นักฟิสิกส์ นักดาราศาสตร์ ต่างก็ได้ทำการค้นหาระยะทางต่างๆของจักรวาลแล้ว การที่เราจะสามารถเดินทางอยู่บนอวกาศได้เร็วเท่าความไวแสง และมีเชื้อเพลิงเพียงพอที่จะอาศัยอยู่บนอวกาศนั้นต้องมาก

และถ้าหากมนุษย์ต่างดาวเหล่านั้นมีจริง นั้นหมายความว่าเทคโนโลยีของดาวโลกพวกเขาจะต้องล้ำและมีความเจริญก้าวหน้ากว่าของโลกเราหลายเท่าเลยก็อาจจะเป็นไปได้ และทั้งหมดนี้ก็เพียงทฤษฏีและแนวคิดที่สันนิฐานเอาไว้เท่านั้น อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่าเรื่องนี้ยังเป็นที่พิสูจน์แน่ชัดไม่ได้ว่า จะมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆอยู่ในจักรวาลแห่งนี้อีกหรือไม่

หรือจะมีเพียงแค่โลกเราเพียงแค่โลกเดียวที่มีสิ่งชีวิตอยู่ หากในอนาคตถ้ามนุษย์เราสามารถสร้างที่จะสามารถเดินทางไปสำรวจได้ทั่วอวกาศแล้วล่ะก็ เราอาจจะได้ทราบกับว่าสิ่งที่เราสงสัยนั้นมีอยู่จริงหรือไม่จริงกันแน่

 

 

สนับสนุนโดย   คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริงฝากขั้นต่ำ100

สิ่งของที่นักวิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้

สิ่งของที่นักวิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้

สิ่งของที่นักวิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้ สถานที่ที่นักวัทยาศาสตร์ค้นพบและก็ยังบอกไม่ได้ว่ามันกำเนิดมาได้อย่างไรและของที่ได้ถูกค้นพบนั้นใครกันเป็นคนที่คิดค้นเป็นสร้างมันขึ้นมาซึ่งของแต่ละชนิดนั้นก็ได้มีความแตกต่างกันออกไปที่มันยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าของเหล่านั้นมันถูกประดิษฐ์มาจากฝีมือใครกันแน่

เควียมบาย่า

ต้องบออกเลยว่าสิ่งของชิ้นนี้เป็นสิ่งของที่ประดิษฐ์ออกมาได้น่ารักมากๆของอารยธรรมกิมบาย่าในประเทศโคลัมเบียอายุประมาณ1000ปีด้วยหน้าตาลลวดลายที่ดูยังไงก็เหมือนเครื่องบินชัดๆแบบนี้จึงทำให้ผู้เชี่ยวชาญและนักวิทยาศาสตร์บต่างก็ได้พากันสงสัยว่าในยุคสมัยโบราณแบบนั้นมันมีเทคโนโลยีสมัยใหม่กันแล้วหรอซึ่งเจ้ากิมบาย่าที่เรานั้นได้เห็นกันอยู่นี้มันได้ถูกประดิษฐ์มาจากทองคำแท้ที่มีลวดลายสวยงามที่มองดุแลวมันหน้าแปลกตาและขนาดของเจ้าตัวกิมบาย่านั้น

จะมีขนาดที่ประมาณ5 – 7เซ็นติเมตรโดยมันมีรูปลักษณ์ที่ผสมผสานจากสัตว์หลายชนิดนั้นเอามารวมกันซึ่งสัตว์ที่ได้นำมาทำนี้ต้องบอกเลยว่าไม่มีใครที่ได้เห็นในยุคปัจจุบันจึงได้คาดการเอาไว้ว่ามันน่าจะเป็นสัตว์ที่มาจากจินตนาการหรือมันอาจจะมีจริงแต่ส่วนใหญ่มันอาจจะสูญพันธุ์ไปแล้วก็ได้แต่จะว่าไปมันก็แอบมีความคล้ายเครื่องบินอยู่เหมือนกันเพราะว่ามันมีปีนและรูปทรงเหมือนกันซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริงหมายความว่าเครื่องบินนั้นมีมาตั้งแต่ยุคนั้นแล้วหรือว่านี้มันจะเป็นต้นแบบของการสร้างเครื่องบินกันแน่มันน่าสงสัยจริงๆ

กำแพงหินยักษ์กอร์นาย่า

กำแพงหิกยักษ์แห่งนี้ได้ถูกค้นพบโดยบังเอิญในเทือกเขาไซบีเรียว่ากันว่าจนมาถึงตอนนี้ก็ยังไม่สามารถพบหลักฐานใดๆเลยว่าสิ่งที่ก่อสร้างจากหินนั้นเกิดขึ้นมาได้อย่างไรแต่ถ้าหากว่ามันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติมันก็น่าจะตะลึ่งไปหน่อยเพราะหากว่ามันจะเป็นฝีมือของมนุษย์จริงๆบอกได้เลยว่ามันไม่ธรรมดาเอามากๆเพราะว่าคงไม่มีใครยกหินที่มีนำหนักประมาณ3000 4000ตันขึ้นเอาไปเรียงเป็นชั้นสวยงาม

จนมันมีความสูงถึง40เมตรได้ยกเว้นว่ามันจะมีเทคโนโลยีที่ว่าทันสมัยล้ำเข้ามาช่วยซึ่งมันก็ยังไม่มีใครรู้ว่ามันคืออะไรกันแน่แต่แค่นั้นมันยังไม่พอมันยังมีเรื่องลี้ลับแปลกๆเล่าต่อกันมาอีกด้วยว่ากันว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งที่นักสำรวจจะไปที่นั่นแต่พอไปถึงแล้วเข็มทิศกับชี้ไปทางตรงข้ามทั้งๆที่เข็มทิศก็ไม่ได้เสียถึงจะไม่รู้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร

 

 

สนับสนุนโดย  www.ufabet.com เริ่มเดิมพัน