เซลฟี่บนดาวอังคาร

การถ่ายรูปในปัจจุบันนี้เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก และกล้องถ่ายรูปก็มีให้เราได้เลือกหลายรุ่นเช่นเดียวกัน แน่นอนว่านอกจากจะมีกล้องที่แล้ว  สถานที่ก็เป็นสิ่งสำคัญที่เรานั้นต้องคำนึงถึง เพราะต่อให้กล้องดีแค่ไหนถ้าหากว่าองค์ประกอบโดยรวมไม่เข้ากันก็ไม่ได้มีความหมายอะไร ซึ่งเมื่อพูดมาถึงขนาดนี้แล้วหลายคนอาจจะคิดว่าเรากำลังจะพูดถึงเรื่องอะไรกันแน่ ซึ่งเรื่องที่เรานั้นจะกล่าวต่อไปนี้ก็ไม่เรื่องที่แปลกอะไรเท่าไหร่นัก

หลายสิ่งหลายอย่างนั้นทำให้โลกของเรามีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก ทั้งเรื่องที่ดี และเรื่องที่ไม่ดี แน่นอนว่าคงไม่มีใครที่อยากจะให้เรื่องไม่ดีเกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องยอมรับมันให้ได้ และเรื่องที่เราจะกล่าวต่อไปนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับกับการถ่ายรูป แต่ทว่าถ้าหากเรานั้นพูดถึงเรื่องการถ่ายรูแปอยู่บนโลกก็ดูจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าสนใจเท่าไหร่

และเรื่องที่เราจะพูดถึงต่อไปนี้มีชื่อว่า เซลฟี่บนดาวอังคาร แน่นอนว่าการที่เรานั้นจะสามารถขึ้นไปเซลฟี่บนดาวอังคารได้   มันต้องมีหลายวิธีการขั้นตอนกว่าที่จะสามารถขึ้นไปบนนั้นโดยที่เราไม่ขาดอากาศหายใจ แน่นอนว่ามันเป็นอะไรที่สุดยอดไปเลยก็ว่า เพราะการที่จะสามารถเดินทางไปดาวอังคารได้นั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ยากมากๆ

สำหรับในปัจจุบันที่เทคโนโลยีทางอวกาศของเราไม่สามารถที่ที่จะนำมนุษย์ขึ้นไปบนดาวอังคาร และถ้าหากว่าขึ้นไปบนนั้นจริงๆ เราก็ต้องภพกับสภาพอากาศที่ไม่เหมาะต่อการดำรงอยู่ของมนุษย์อย่างเราเสียเท่าไหร่นัก เพราะอย่างที่เราเองก็เห็นว่าโครงการเกี่ยวกับการส่งมนุษย์ขึ้นไปดาวอังคารมีมาเมื่อนานมากแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะทำแบบนั้นได้ในตอนนี้เนื่องจากมันมีข้อจำกัดและปัญหาต่างๆ ก็มีเข้ามาอยู่เรื่อยๆ ในระหว่างที่กำลังทำการทดลอง หลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้น

บนดาวอังคารถึงแม้ว่ามันอาจจะเป็นที่อยู่ใหม่ของมนุษย์ในอนาคต แต่เราจะสามารถอยู่บนนั้นได้จริงๆ หรือเรื่องนี้ก็จำเป็นอย่างมากที่จะต้องนึกถึง แต่ทว่าในอนาคตอะไรก็ไม่แน่นอน แม้แต่ในวันพรุ่งนี้เรายังไม่รู้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง ในบางทีคนรุ่นหลังอาจจะทำให้ความฝัน    ที่ว่าเราจะสามารถขึ้นไปอาศัยอยู่บนดาวอังคารได้

และในการที่เรานั้นจะขึ้นไปเซลฟี่บนดาวอังคาร   ก็คงจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว และอนาคตอาจจะมีมนุษย์คนแรกที่เกิดบนดาวอังคารก็ว่าได้ เพราะมันคืออนาคตมันเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถตอบได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ติดต่อ ufabet

เครือข่ายสมาร์ทโฟนบนดวงจันทร์

ปัจจุบันนี้ไม่ว่าเราจะเดินทางไปที่ไหน หรือว่าจะทำ  สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คงเป็นมือถืออย่างแน่นอน เพราะประโยชน์ของมันมีอยู่มากมาย ซึ่งไม่ต้องบอกก็คงจะรู้ว่ามันมีอะไรอยู่บาง โลกของเรานั้นเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอกเวลา สิ่งมีชีวิหลายชนิดรวมไปถึงมนุษย์โลกอย่างเราก็ต้องรู้จักที่จะปรับตัวอยู่ตลอดเช่นเดียวกัน เพราะถ้าหากว่าโลกเปลี่ยนไปเท่าไหร่ แต่เรายังอยู่ที่เดิมก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย

มนุษย์ถือได้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตขั้นสูง เพราะว่าสามารถที่จะพัฒนากระบวนการความคิดต่างๆ ได้เป็นอย่างดี แน่นอนว่าอย่างที่เราก็รู้กันดีว่าเทคโนโลยีต่างๆ นั้นเปลี่ยนไปมากแค่ไหน และเทคโนโลยีต่างๆ          ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ส่วนหนึ่งก็เป็นเทคโนโลยีที่นำไปใช้เกี่ยวกับการสำรวจอวกาศ แน่นอนว่าสำหรับการสำรวจอวกาศแล้ว

มันไม่ได้เป็นเรื่องที่ไกลตัวของเราเท่าไหร่นักในปัจจุบันนี้ถ้าหากว่าเทียบกับสมัยก่อนแล้ว ซึ่งเรื่องราวที่เรานั้นจะพูดต่อไปนี้มันเกี่ยวกับ เครือข่ายสมาร์ทโฟน บนดวงจันทร์ สมาร์ทโฟนของเรานั้นอาจจะไม่สามารถที่จะเชื่อมต่ออยู่ในรถไฟใต้ดิน หรือว่าในพื้นที่ชนบทที่ห่างไกล หรือว่าพื้นที่ที่นักบินอวกาศท่องเว็บอาจจะไม่เร็วเท่าที่จะทำได้ผ่านทางไวไฟ

นี้ก็อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ บริษัทด้านโทรคมนาคมในประเทศเยอรมันนี ได้มีการคิดค้นเกี่ยวกับ อุปกรณ์ใหม่ที่มีน้ำหนักประมาณเพียง 1 เท่านั้นไปสู่ดวงจันทร์เป็นสถานีทางด้านสื่อสารบนดวงจันทร์ ซึ่งมีนจะทำให้มนุษย์อวกาศทำงานได้ด้วยความเร็วที่สูงขึ้น ซึ่งเจ้าสิ่งนี้นั้นจะเต็มไปด้วยเซ็นเซอร์ความละเอียดสูงมันจะรวบรวมข้อางวิทยาศาสตร์จำนวนมากบนดวงจันทร์ และการเชื่อมต่อข้อมูลความเร็วสูงที่จะช่วยให้เจ้าสิ่งนี้ส่งข้อมูลที่มีค่ากลับมายังโลกของเราได้ และยังมีแผนการที่จะใช้เทคโนโลยี

ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ประมาณ 1,000 เครื่องบนโลกของเราเพื่อที่จะว่างรากฐานบนดวงจันทร์ในอนาคตอันใกล้นี้ แน่นอนว่าเทคโนโลยีต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งที่อยู่บนโลกของเราเอง หรือว่าเทคโนโลยีต่างๆ ที่สร้างขึ้นเพื่อที่จะนำไปใช้ยังนอกโลกของเรานั้นล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เองก็ยังไม่เคยที่จะคิดมาก่อนว่ามันจะเกิดขึ้นจริงๆ 

ก็อย่างที่เรานั้นได้กล่าวไปข้างต้นนั้นว่า  โลกของเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และมีก็เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาโดยที่บางทีเราเองก็ไม่ทันได้สังเกตหรอกว่ามันเปลี่ยนไปยังไงบาง แต่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงแน่นอนว่าเราก็อยากที่จะให้เกิดแต่สิ่งดีๆ ขึ้นมา เพราะเรื่องที่ไม่ดีก็ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอยู่แล้ว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    บาคาร่า sa

วงแหวนของดาวเสาร์

จักรวาลของเรานั้นเต็มไปด้วยหลายสิ่งหลายอย่างมากมาย ทั้งดวงดาวต่างๆ กาแล็กซี วัตถุบนท้องฟ้าที่เราเองก็ยังศึกษาไม่หมด แต่คุณเชื่อหรือไม่ว่าในปัจจุบันนี้  เรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับจักรวาล หรือว่าสิ่งที่อยู่บนท้องฟ้านั้นมันไม่ได้เป็นเรื่องที่ไกลตัวของเราอีกต่อไป

เพราะในปัจจุบันนี้ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ที่ใช้ศึกษาจักรวาล อย่างไรก็ตามสำหรับการศึกษา  เรื่องราวเหล่านี้นั้นเป็นอะไรที่ทำให้เราตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลาก็ว่า ทั้งนี้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในระบบสุริยะของเรา  ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

เมื่อพูดมาถึงขนาดนี้แล้วหลายคนอาจจะสงสัยว่า  เรากำลังจะพูดถึงเรื่องอะไรกันแน่ ซึ่งในวันนี้นั้นเราจะพูดเกี่ยวกับ  เรื่องราวความลับของวงแหวนของดาวเสาร์ เรานั้นได้ภาพใหม่ๆ จากการไปเยือนดาวเสาร์ของยานแคสสินี ก็เหมือนกับว่าเราได้ใส่แว่นสามมิติ เป็นครั้งแรกมันทำให้เราได้เห็นรายละเอียดของสิ่งที่อยู่ใน 

    ดวงดาวดวงนี้ ในสิ่งที่มองผ่าน ชั้นของวงแหวน ที่นักวิทยาศาสตร์ใช้กล้องโทรทัศน์กำลังสูง ขยายสิ่งที่พบเป็นวงแหวนจำนวน 7 ชั้น ทั้งหมดเต็มไปด้วย พวยพุ่งของก๊าซ ซึ่งทั้งหมด พบว่ามีส่วนประกอบที่สำคัญ ได้แก่ ฝุ่นและน้ำแข็ง ที่คำนวณด้วยหลักทางวิทยาศาสตร์ คงมีน้ำหนักราว 35 แสนล้านล้านตัน เลยที่เดียว และที่สำคัญยังคาดว่า จะมีปริมาณน้ำมากกว่า โลกประมาณ 26 ล้านเท่า โดยประมาณ ประเด็นที่นักวิทยาศาสตร์ ยังถกเถียงกันไม่รู้จักสิ้น นั่นก็คือ ดาวเสาร์มีจุดกำเนิดมาจากอะไรกันแน่

ทำไม มันถึงมีวงแหวน ก่อตัวมาล้อมรอบมากมายขนาดนี้หรืออาจเกิดจากการ แรงดึงดูดมหาศาลของ ดาวเสาร์เองที่ดึงดูด เศษซากของวัสดุที่ล่องลอยใน อวกาศเข้ามาอยู่ในวงโคจร จนก่อเป็นวงแหวน มากมายเท่าที่ใช้กล้อง ความละเอียดส่องดู พบว่ามีมากมาย ถึง 7 ชั้น และอีกประเด็นที่เป็นข้อสันนิษฐาน อาจจะเกิดจากมีดาวหางเดินทางเข้ามาในรัศมีวงโคจร ก็เลยดึงดูดเข้ามาอยู่ในวงแหวนที่เกิดขึ้น ที่อาจเป็นส่วนหนึ่งของวงแหวนที่พบ และการค้นพบอีกประเด็น ดาวบริวารของดาวเสาร์มีมากมาย นับได้ถึง 62 ดวงเลยที่เดียว

  อย่างไรก็ตามสำหรับเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับระบบสุริยะของเรานั้นเป็นอะไรที่ง่ายมากๆ เลยก็ว่าเพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวของเราอยู่แล้วแต่หลายคนนั้นมักจะคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไกลตัว และก็ไม่อยากที่จะศึกษามันเท่าไหร่นัก

สุดท้ายนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม หลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นมา  ไม่ว่าจะเป็นบนโลกของเรา หรือว่านอกโลกที่กำลังศึกษาอยู่นั้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่น่าศึกษา และน่าทดลองไม่น้อยเลย และถ้าหากว่าอยากจะรู้อะไรเพิ่มเติมปัจจุบันนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเช่นเดียวกัน

 

สนับสนุนโดย    UFABET เว็บตรง

เกรดเรดสปอตของดาวพฤหัสบดี

เชื่อได้เลยว่าหลายคนในที่นี้นั้นอาจจะมองว่าวิทยาศาสตร์ หรือว่าเรื่องราวที่เกี่ยวกับจักรวาลนั้นเป็นเรื่องที่ไกลตัวของเรามากเกินไป แต่คุณเชื่อหรือไม่ว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด เพราะอะไรหลายๆ อย่างมันช่วยพิสูจน์ให้เราได้รู้ว่าวิทยาศาสตร์ และเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในจักรวาลนั้นมันไม่ได้ยากเลย

และในยุคปัจจุบันนี้นักวิทยาศาสตร์  ก็พยายามเป็นอย่างมากที่จะพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาสิ่งที่อยู่นอกโลก เพื่อที่จะให้มันสามารถออกไปสำรวจได้ไกลกว่านี้ และเผื่อว่าข้อมูลที่เก็บได้ใหม่นั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่เรามีอยู่ 

เมื่อพูดมาถึงขนาดนี้แล้ว หลายคนนั้น  อาจจะคิดว่าเรากำลังจะพูดถึง เรื่องอะไรกันแน่ แต่ไม่ว่าสงสัยไป เพราะเรื่องที่เราจะพูดถึงต้องไปนี้  ก็เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นในระบบสุริยะของเรา ซึ่งมันก็คือ เกรดเรดสปอต ของดาวพฤหัสบดี มีสิ่งหนึ่งที่ดูชั่วร้ายอย่างไม่น่าเชื่อมันคือหนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของเรา มันเป็นปรากฏการณ์ของพายุขนาดมหึมา ที่มีขนาดความรุนแรง

น่าจะมากกว่า 3 เท่า ของพายุที่รุนแรงที่สุดในโลก และเท่านี้เราไม่รู้แน่ชัดว่า เกรดเรดสปอตของดาวพฤหัสบดีนั้น  ก่อตัวขึ้นมาได้อย่างไร นักวิทยาศาสตร์ มีการตั้งสมมติฐานการเกิดมากมาย แต่ที่เก็บข้อมูล เราเคยพบเจอมาตั้งแต่ ปี นักวิทยาศาสตร์ มีการเสนอข้อมูล พบว่า เกรดเรดสปอต เป็นพายุ ที่มีความรุนแรง

หากเทียบความสูง ก็น่าจะมีความสูงของพายุ อยู่เหนือดวงดาวเกิน 5 ไมล์ และเท่าที่มีข้อมูลน่าจะเกิดความรุนแรง อยู่ในระดับความเร็วลม มากกว่า 400 ไมล์ ระดับความรุนแรงที่เกิดนอกโลก นำมาเปรียบเทียบกับที่เกิดบนโลกไม่ได้เลย และที่น่าทึ่ง เราทราบว่า อย่างมากพายุทอร์นาโด อย่างมากจะหมุนนาน ช่วง 10-20 นาที 

แต่ ท่านทราบ หรือไม เกรดเรดสปอตของดาวพฤหัสบดี หมุนอย่างน้อยน่าจะ 400 ปี และน่าจะใหญ่กว่าโลก 3 เท่า และก็คงเป็นพายุที่เราเกิดอีกสัก 4 ชาติ ยังพบว่าพายุยังหมุนอยู่ และนี้คงจะเป็นพายุที่คุณไม่อยากจะโดนดูดเข้าไปอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามสำหรับเรื่องราวของพายุที่เกิดขึ้นบนดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ

นั้นเป็นอะไรที่มีให้เราได้ศึกษาอยู่อีกไม่ ซึ่งมันก็ไม่ได้มีเพียง เกรดเรดสปอตของดาวพฤหัสบดี อย่างเดียวเท่านั้นที่น่ากลัว ซึ่งเราไม่ต้องพูดถึงพายุ ที่อยู่นอกโลกของเราก็ได้ เพราะแค่พายุที่อยู่บนโลกของเรานั้นก็น่ากลัวไม่ต่างกัน และสุดท้ายนี้เราก็หวังว่าสิ่งที่ได้พูดไป น่าจะช่วยให้ใครหลายๆ คนเข้าใจเกี่ยวกับดาวพฤหัสบดีมากขึ้น

 

 

สนับสนุนโดย    ติดต่อ ufabet

Counter-Earth

โลกของเราในปัจจุบันนี้เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับในอดีตที่เคยผ่านมาแล้วนั้น แน่นอนว่าเทียบกันไม่ติดเลยที่เดียว เพราะจากอดีตมาจนถึงในปัจจุบันนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก   ในเรื่องของการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ต่าง ๆ ความคิดต่าง ๆ ก็เปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก เพราะในปัจจุบันนี้ก็ได้มีเรื่องของเทคโนโลยีที่ใช้ในการอำนวยความสะดวก 

เข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตของคนในปัจจุบันเป็นอย่างมาก แต่นอกจากเทคโนโลยีที่ต่างๆ ที่เราในชีวิตประจำวันแล้วจะมีความพัฒนาก้าวหน้าไปมากแล้วก็ยัง  มีเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ก็มีความก้าวหน้าอีกด้วย

ความพัฒนาก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางอวกาศนั้น  เป็นผลดีต่อนักดาราศาสตร์ละนักวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก เพราะในการศึกษาสิ่งต่างๆ ที่อยู่นอกโลกอย่างเช่น การสำรวจดาวเคราะห์ทั้งในระบบและนอกระบบหรือแม้แต่การการที่จะค้นหาดาวเคราะห์ดวงใหม่ๆ ก็จะสามารถทำได้ง่ายและสะดวกขึ้นมากกว่าในอดีตที่ผ่านมาเป้นอย่างมาก ในสตวรรษที่4 ก่อนคริสการนักนักปรัชญาชาวกรีฑ

ที่มีชื่อว่า Philolaus Universe เข้าเสนอการมีอยู่ของดาวเคราะห์ที่เขาเรียกมันว่า Counter-Earth หรือแปลเป็นไทยได้ว่าโลกที่อยู่ในทางตรงกันข้าม ซึ่งเขาเชื่อกันว่า Counter-Earth ที่ว่านี้จะอยู่ในฝั่งตรงกันข้ามกับโลกของระบบสุริยะจักรวารเสมอ

ซึ่งนั้นก็หมายความว่าดวงอาทิตย์ โลก และ Counter-Earth จะอยู่ในแถวเดียวกันเสมอ Philolaus Universe เชื่อว่า Counter-Earth นั้นจะมองเห็นไม่เห็นจากโลกของเราเพราะ Counter-Earth จะถูกบดบังโดยดวงอาทิตย์ แต่ในวันนี้เรารู้แล้วว่ามันไม่เคยมีอยู่จริงเพราะถ้ามันนั้นมีอยู่จริง เราก็จะสามารถมองเห็นมันได้จากโลกของเรานั้นเอง เพราะดาวเคราะห์ทุกดวง  ที่อยู่ในระบบสุริยะจะได้รับผลกระทบจากแรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ถ้า Counter-Earth มีอยู่จริงแรงโน้มถ่วงของดาวพุธดาวศุกร์

จะเปลี่ยนวงโคจรของ Counter-Earth ให้เปลี่ยนตำแหน่งจากฝั่งตรงข้ามของระบบสุริยะให้ Counter-Earth นั้นสามารถโคจรเข้าใกล้โลกได้มากขึ้น และเมื่อเวลาผ่านไปเราก็จะสามรถที่จะมองเห็น Counter-Earth ได้จากโลกของเรา หนึ่งในสองสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อโลกของเราและ Counter-Earth ได้มาพบกันนั้นก็คือดาวเคราะห์ทั้งสองอาจจะชนกัน

และหลอมรวมเพื่อสร้างโลกใหม่หรือไม่ก็ดาวเคราะห์ทั้งสอง  อาจจะพลาดกันการชนกันเนื่องจากแรงโน้มถ่วงอันยิ่งใหญ่ของทั้งคู่ กระทั่งในที่สุด Counter-Earth ก็จะถูกโยนเข้าสู่วงโคจรใหม่ แต่ทั้งนี้เหตุการณ์ที่ว่าคงจะไม่เกิดขึ้นจริงเพราะ Counter-Earth ที่ว่านี้ก็ไม่มีจริงเช่นเดียวกัน

  

 

สนับสนุนโดย    ติดต่อ ufabet

ความเร็วแสง

อย่างที่เรารู้ๆ กันดีว่าสิ่งต่างที่มีระยะทางหรือว่าอยู่หน่างกันเท่าไหร่นั้น  เราจะต้องมีการวัดระยะกันเกิดขึ้น และหน่วยในการวัดระยะทางนั้นก็มีหน่วยในการวัดต่างๆ มากมาย เช่น เมตร กิโลเมตร เซนติเมตร วา หรือศอก แลพะยิ่งมีอีกสิ่งหนึ่งที่เรามักจะได้ยินกันบ่อยๆ

เลยก็คือเมื่อเราพูดถึงว่าโลกและดวงอาทิตย์ หรือดวงอาทิตย์กับดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ  หรือโลกของเรานั้นอยู่ห่างจากดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ มากแค่ไหน ส่วนใหญ่แล้วเรามักจะบอกว่า มันจะอยู่ห่างกันเป็นปีแสง

แสงนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก เพราะถ้าหากว่าไม่มีแสงเราก็คงจะไม่สามารถดำรงชีวิตได้เพราะมันจะเต็มไปด้วยความมืด โดยเฉพาะแสงจากดวงอาทิตย์สิ่งมีความจำเป็นอย่างต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก   เพราะถ้าหากขาดแสงสว่างจากดวงอาทิตย์นั้นก็คงเป็นเรื่องยากที่สิ่งมีชีวิต  และมนุษย์จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ความเร็วของแสงนั้นเป็นสิ่งกีดขวางขั้นสูงสุดสำหรับมนุษย์อย่างเราๆ ทั่วไป

ที่มักจะคิดว่าความเร็วแสงจะไม่สามารถใช้ได้จริง ซึ่งทฤษฏีทุกประเภทมีอยู่รอบๆ ว่ามันจะไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร  เพราะไม่มีสมการของเราที่จะไปไกลกว่านั้น แต่เราก็รู้ว่าอย่างน้อยสิ่งหนึ่งในจักรวาร  ที่เร็วกว่าความเร็วแสงนั้นก็คืออัตราการขยายตัว   ซึ่งนักวิทยาศาสตร์และนักวิทยาศาสตร์  พบว่าจักรวารกำลังขยายตัวเร็วกว่าความเร็วแสง อย่างน้อยในแง่ของความเร็วของวัตถุต่างๆ

เช่นกาแลกซี่อันไกลที่มีความสัมพันธ์กัน  และแม้ว่ามันจะไม่ใช่สิ่งที่เราเข้าใจได้ดีมาก แต่อัตราการขยายตัวของมันก็เป็นสัดส่วนกับสิ่งที่อยู่ไกลออกไป  และยิ่งอยู่ห่างจากเรามากเท่าไหร่ความเร็วในการเคลื่อนที่ก็จะยิ่งเร็วขึ้นตามเท่านั้น ถึงแม้ว่าหลักฐานทางทฤษฏีของอนุภาคที่สามารถเดินทางได้เร็วกว่าความเร็วแสง   มนุษย์อย่างเราจะยังไม่สามารถค้นพบ  แต่ในความเป็นสิ่งก็มีนักวิทยาศาสตร์หลายคนเชื่อว่า  มีสิ่งต่างๆ อีกมากมายที่สามารถทำลายกำแพงแห่งแสง และสิ่งที่เราต้องทำก็คือการที่จะต้องค้นหาพวกมัน   ให้เจอ

แต่ก็อย่างที่เรารู้ๆ กันดีว่าในอวกาศหรือจักรวารที่กว้างใหญ่นี้  มีสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นมามากมาย บางสิ่งเรารู้ว่ามีสามารถค้นพบและหาคำมาอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นมาได้  แต่บางสิ่งก็อย่างที่รู้ๆ กันว่าบางสิ่งเชื่อว่า        มีอยู่จริง แต่ก็ยังไม่มีใครที่จะสามารถค้นพบได้ แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นต่างๆ มากมายเหล่านี้ถึงแม้ว่าจะเป็นสิ่งที่อยู่ไกลตัวของเรา  ก็คงจะใช่แต่ถ้าศึกษาไว้ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเสียหายอะไร

 

สนับสนุนโดย.    gclub ทดลองเล่น

ดวงอาทิตย์ที่นิ่งอยู่กับที่

อย่างที่เรารู้กันดีว่าภายในระบบสุริยะของเรานั้นประกอบไปด้วยสิ่งต่างต่างๆ มากมายบางสิ่งเราสามารถรับรู้และเข้าใจได้โดยง่าย แต่บางสิ่งทำได้เพียงแค่รู้ว่ามีอยู่แต่ไม่สามารถเข้าใจได้เพราะมันเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในกาศึกษาและทำความเข้าใจ อย่างไรก็ตามแม้ว่าระบบสุริยะจะไม่ใช่สิ่งที่ใหญ่ที่สุดในจักรวารแต่ความน่าสนใจของมันก็มีอยู่มากมายไม่ได้แพ้หรือน้อยหน้าสิ่งอื่นเลย 

ระบบสุริยะแน่นอนว่าเมื่อพูดถึงระบบนี้  คงไม่มีใครที่จะไม่รู้จักเพราะระบบสุริยะที่ว่าเป็นที่อยู่ของโลกเรานั้นเอง ภายในระบบนี้มีดาวเคราะห์ทั้งหมด 8 ดวงด้วยกันนั้นก็รวมถึงโลกด้วย และมีดาวอาทิตย์เป็นศูนย์ของดาวเคราะห์ดวงต่างๆ แล้วมันก็ส่องแสงสว่างให้แก่โลกและดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ อย่างที่เรารู้กันดีว่าโลกของเรานั้นมีดาวบริวารคือดวงจันทร์ที่ค่อยหมุนรอบโลกอยู่

และโลกของเรายังเป็นดาวบริวารของดวงอาทิตย์และกำลังหมุนรอบดวงอาทิตย์อยู่เช่นกัน นอกจากนี้ดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ก็หมุนรอบดวงอาทิตย์เหมือนกัน  เหมือนกับว่าดวงทุกดวงในระบบสุริยะเป็นดาวบริวารของดวงอาทิตย์ แล้วคุณเคยสงสัยกันไหมว่าดวงอาทิตย์ที่อยู่ในระบบสุริยะของเรามันกำลังโคจรรอบอะไรอยู่หรือเปล่า

แต่เดิมแล้วมนุษย์มีความเชื่อว่าโลกของเรานี้เป็นศูนย์กลางของจักรวารที่อยู่นิ่งๆ และมีดวงดาวต่างๆ โคจรไปรอบๆ ผ่านไปบนท้องฟ้าให้ได้เห็นกัน แต่ถ้าว่าในปัจจุบันเรารู้แล้วว่าโลกในจิ๋วของเรานั้น  โคจรรอบพี่บิ๊กที่มีชื่อว่าดวงอาทิตย์ซึ่งภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับอวกาศก็มักจะทำให้เราเข้าใจว่าดวงอาทิตย์นั้นคือศูนย์กลาง  ที่จะหยุดนิ่งอยู่กับที่เพื่อให้ดาวเคราะห์บริวารโคจรรอบมัน แต่ถ้าว่าแท้จริงแล้วไม่ใช้เพราะระบบสุริยะของเรา  ทั้งอยู่ในดาราจักรทางช้างเผือกซึ่งเป็นดาราจักรชนิดก้นหอยที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 100,000 ปีแสง

ที่มีดาวฤกษ์สมาชิกประมาณ 200,000 ล้านดวง โดยที่ดวงอาทิตย์ในระบบสุริยะของเรามันจะโคจร  รอบศูนย์กลางไปตามแขนนายพรานที่ห่างจากบริเวณศูนย์กลางของดาราจักรประมาณ 25,000-28,000 พันปีแสง ด้วยความเร็วในการเคลื่อนที่ประมาณ 220 กิโลเมตรต่อวินาที ดังนั้นดวงอาทิตย์จะโคจรครบหนึ่งรอบจะใช้เวลา 225-250 ล้านปี

ซึ่งการวนครบหนึ่งรอบทีว่านี้เราจะเรียกว่าหนึ่งปีดาราจักรของระบบสุริยะนั้นเอง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามระบบสุริยะแห่งนี้ และดาร่าจักรทางช้างเผือกของเรายังมีอะไรให้ค้นหาอีกมาก ซึ่งเรื่องที่เรายกเอามาพูดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเท่านั้น

 

สนับสนุนโดย.    ufabet

ดาว Mira

ถ้าหากว่าจะพูดถึงเรื่องของดาวแน่นอนว่าเราก็จะต้องนึกถึงตอนกลางคืนอย่างแน่นอน เพราะในยามราตรีนั้นเราจะสามารถมองเห็นดวงดาวต่างๆ มากมายที่ส่องแสงระยิบระยับในยามราตรี ถ้าบางคนชอบที่จะรับแสงแดดอุ่นๆ ในยามเช้ามากกว่า แต่อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่นอกโลกของเราทั้งนั้นละพวกมันก็เป็นสิ่งที่น่าศึกษาเป็นอย่างมากเช่นเดียวกัน ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมานั้นมีความซับซ้อนที่น่าค้นหามันเกิดขึ้นมาเพื่อให้เราหาคำตอบ

ในโลกของเราแห่งนี้มีสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตต่างๆ อีกมากมายสำหรับสิ่งมีชีวิตโดยเฉพ่ะพืชและต้นไม่ พวกมันอาศัยแสงแดดจากดวงอาทิตย์ในการสังเคราะห์แสงเพื่อการเจริญเติบโตของพวกมัน ถ้าหากว่าพูดถึงเรื่องของดวงอาทิตย์มันก็เป็นดาวที่มีแสงสว่างในตัวเองหรือก็คือดาวฤกษ์นั้นเอง ดวงอาทิตย์ที่ว่าเป็นศูนย์ของดาวเคราะห์ทุกดวงที่อยู่ในระบบสุริยะของเรา

เพราะดาวเคราะห์ทุกดวงในระบบสุริยะแห่งนี้นั้นจะโคจรรอบวงอาทิตย์เป็นวงกลม และหลายๆ คนอาจะสงสัยว่าในจักรวารแห่งนี้นอกจากดวงอาทิตย์ที่เป็นดาวฤกษ์แล้ยังมีดาวฤกษ์ดวงอื่นๆ อยู่อีกหรือไม่ แน่นอนว่าคำตอบที่ได้ก็ต้องมีอยู่แล้วแต่น้อยคนนักที่จะรู้

และถ้าเราพูดถึงหางในอวกาศเราก็จะมักนึกถึงดาวหางเป็นสิ่งแรก แต่ถ้าว่าดาวฤกษ์ที่มีชื่อว่า ดาว Miraนี้นั้นได้ช่วยพิสูจน์ให้เราได้รู้แล้วว่าเรานั้นกำลังคิดผิด สำหรับดาวMirที่ว่านี้ มันเป็นดาวฤกษ์ที่อยู่ในกลุ่มดาวCETUS ที่อยู่ห่างจากโลกของเราออกไปประมาณ 350 ปีแสง

ละมันยังเป็นระบบดาวคู่ที่ประกอบไปด้วยดาวสองดวง โดยที่ดาวดวงหนึ่งจะเป็นดาวยักษ์แดงที่ถูกเรียกว่า Mir A และดาวอีกดวงหนึ่งจะเป็นดาวแคระขาวที่จะถูกรียกว่า MirB ซึ่งดาวยักษ์จะเป็นดาวที่กำลังตาย ในขณะที่ดาวแคระขาวเป็นดาวที่ตายไปแล้วนั้นเอง นักดาราศาสตร์ได้มีการตรวจพบดาว Mir ในขณะที่พวกเขากำลังตรวจสอบจักรวารดาวแสงอัตราไวโอเลต พวกเขาพบว่าดาวหางบางดวงได้ทิ้งหางไว้ในอวกาศในระยะทางมากถึง 13 ปีแสง ซึ่งนั้นก็คือ 20,000 เท่า

ของระยะเฉลี่ยระหว่าดาวพลูโตกับดวงอาทิตย์ของเรา อย่างไรก็ตามในไม่ช้าพวกเขาก็ได้พบว่าหางดังกล่าวไม่ได้มาจากดาวหาง แต่มันเป็นหางของดาวMir หางของดาวMir ได้ส่ององค์ประกอบหลายอย่างออกมารวมไปถึงคาร์บอน และออกซิเจนซึ่งนักดาราศาสตร์คิดว่ามันสามารถสร้างระบบสุริยะใหม่ขึ้นมาได้ โดยที่ดาวMir นั้นได้ปล่อยองค์ประกอบเหล่านี้มานานกว่า 30,000 ปีแล้ว

 

สนับสนุนโดย.  gclub

ดาวฤกษ์ที่ไม่มีชื่อ (Unnamed Star)

อย่างที่เรารู้ ๆ กันดีว่าเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์   ได้มีการพัฒนาก้าวหน้าเป็นอย่างมากตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งเทคโนโลยีต่างๆที่ว่านี้ มีความสำคัญเป็นอย่างมากที่ช่วยในนักวิทยาศาสตร์และ        นักดาราศาสตร์ได้ศึกษาและค้นหาความลับต่างๆ ที่ซ้อนอยู่ในจักรวารที่กว้างใหญ่แห่งนี้ บนโลกของเรา       สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นมานั้นเรายังคิดว่ามันซับซ้อนน่าปวดหัว แต่ถ้าคุณได้ลองศึกษาเกี่ยวกับจักรวาร  คุณจะเปลี่ยนใจทันที  เพราะถ้าโลกของเราที่ว่าซับซ้อนแต่ถ้าเจอสิ่งต่างๆ ที่เกดขึ้นจักรวารจะยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีก

สิ่งต่างๆ ที่นักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์ได้มีการค้นพบ พวกเขาก็จะมีการตั้งชื่อให้กับสิ่งที่พวกเขาค้นพบ อย่างดาวฤกษ์ที่ใกล้โลกมากที่สุด  ที่ค้นพบเรายังได้มีการตั้งชื่อให้มันว่าดวงอาทิตย์ และคุณคงจะคิดว่าแล้วมีสิ่งที่พวกเขาไม่ได้ตั้งชื่อไหม แน่นอนว่ามี และไม่บ่อยมากนักที่เราจะได้ยินว่าดาวฤกษ์กลายมาเป็นดาวเคราะห์ ที่ถูกปกคลุมไปด้วยเพชร 

ซึ่งอดีตของดาวฤกษ์ที่ไม่มีชื่อดวงนี้นั้นมันก็ได้ทำเช่นนั้น นักดาราศาสตร์ได้มีการค้นพบดาวเคราะห์เมื่อพวกเขาได้รับสัญญาณที่มาจากPulsar ในทางช้างเผือกของเรา โดยที่Pulsar คือดาวนิวตรอน ที่หมุนรอบตัวเองด้วยความเร็วที่สูงเอามากๆ

และยังแผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาเป็นจำนวนมากซึ่งเป็นแกนกลางที่ยุบตัวของดาวยักษ์ที่เคยมี และได้ตายไปแล้ว นักดาราศาสตร์คนหนึ่งได้ค้นพบบางสิ่งที่มีความผิดปกติเมื่อพบว่าการหมุนของPulsar ดูเหมือนว่าจะได้รับผลกระทบจากแรงโน้มถ่วง ซึ่งการหมุนประเภทนี้จะเกิดขึ้นได้  ก็ต่อเมื่อว่าจะมีดาวเคราะห์นอกระบบกำลังจะโคจรอยู่รอบๆ Pulsar      ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว นักดาราศาสตร์ได้มีการตรวจพบดาวเคราะห์นอกระบบที่กำลังโคจรรอบPulsar ในระยะใกล้

อีกทั้งดาวเคราะห์นอกระบบดวงนี้ยังมีมวลที่มาก  เช่นเดียวกับดาวเคราะห์ในระบบสุริยะของเรา นั้นก็คือดาวพฤหัสบดีนั้นเอง ถึงแม้ว่ามันจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าโลกแค่เพียง5 เท่าก็ตาม ซึ่งในตอนแรกสิ่งที่เราเห็นนี้จะดูไม่สมเหตุสมผลเพราะดาวเคราะห์นอกระบบที่โคจรอยู่ใกล้ๆ กับPulsar นี้มีแรงโน้มถ่วงที่สูง

และ   ไม่ควรที่จะมีมวลขนาดใหญ่ที่จะถูกอัดแน่นขนาดนั้น และนักดาราศาสตร์ก็ได้มีการค้นพบในมาช้าว่า ดาวเคราะห์ดวงนี้นั้นในอดีตมันเคยเป็นดาวฤกษ์  ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งในระบบดาวคู่โดยที่Pulsar จะเป็นดาวดวงที่สองและเคยโคจรรอบกันแลกันในอดีตที่ผ่านมา

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.      ufabet

4U1630-47

สิ่งที่อยู่นอกโลกของเราหรือสิ่งที่อยู่ในอวกาศนั้น  ถึงแม้จะเป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์จะได้มีการค้นพบ  และหาคำตอบมาให้กับเราในสิ่งที่พวกเขาได้มีการค้นพบ แต่นั้นก็เป็นส่วนหนึ่ง

สำหรับส่วนที่พวกเขายังไม่สามารถค้นพบแต่เชื่อว่ามีอยู่ก็ยังมีอีกมากมาย แน่นอนว่าถ้าถามถึงสิ่งที่จะทำให้โลกของเราหายไปจากระบบสุริยะหรือระบบสุริยะ ก็หายไปด้วยนั้น สิ่งแรกที่เราจะนึกถึงเลยก็คือดวงอาทิตย์ระเบิด แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้โลกของเราหายไปได้   โดยที่ไม่ต้องรอให้ดวงอาทิตย์ระเบิดเลยนั้นก็คือ หลุมดำนั้นเอง

สำหรับหลุมดำนั้นมีน้อยคนมาที่จะรู้ว่ามีมันอยู่  หลุมดำที่ว่านี้เป็นสิ่งที่น่ากลัวไม่แพ้กับการที่เรากลัวดวงอาทิตย์ระเบิดเลย  เพราะถ้าเราอยู่ในรัศมีที่มันสามารถดูดระบบสุริยะเข้าไปแล้วนั้น  อย่างหวังเลยว่าจะได้มีดาวดวงไหนที่จะรอดออกมาได้ 

สำหรับหลุมดำในอวกาศที่มีการค้นพบนั้นมีอยู่มากมาย แต่ในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักเกี่ยวกับหลุมดำที่มีชื่อว่า 4U1630-47  มันเป็นหลุมดำที่มีจุดเด่นที่แปลกประหลาดเป็นอย่างมาก คือมันมีไอพ้นอยู่ด้วย  หลุมดำที่ว่านี้มันถูกล้อมรอบด้วยกลุ่มก๊าซและพลาสมา  ดึงดูดด้วยแรงโน้มถ่วงจากดาวจากดาวคู่ใกล้ๆ กัน จากที่ได้มีการศึกษาเกี่ยวกับหลุมดำที่ว่าเราสังเกตได้ว่า  มันมีไอพ่นออกมาจากทั้งสอง   

ฝั่งของหลุมดำนี้ และแรงดึงดูดของหลุมดำที่ว่านี้ยังสามารถที่จะแยกคุณออกได้เป็นสองส่วน  ด้วยอุณหภูมิ     ที่สูงมากๆ  ถ้าหากว่าคุณนั้นอยากจะไปเที่ยวชมกาแลกซี่  สำหรับนักวิทยาศาสตร์ได้มีการแนะนำว่าให้       อยู่ห่างๆ มันไว้จะเป็นการดีกว่า หลุมดำที่ว่านี้เป็นเพียงตัวอย่างของหลุมดำที่มีทั้งหมดในอวกาศ ถึงแม้ว่าหลุมดำนั้นจะมีอะไรที่น่าสนใจ

และการเกิดของมันยังมีการเกิดที่แตกต่างกันอีกด้วย อย่างที่นักวิทยาศาสตร์ได้มีการแนะนำว่าศึกษาได้แต่ไม่ควรที่จะเข้าใกล้เป็นอันขาด  เพราะถ้าพลาดเข้าไปในรัศมีที่มันสามารถดูดเอาเราเข้าไปได้ แต่คุณอย่างหวังเลยว่าคุณจะได้มีชีวิตรอดออกมา  นั้นก็เพราะว่าถ้ามีสิ่งที่หลุมดำดูดเข้าไปยังไม่มีอะไร   ที่ได้ออกมา แต่นักวิทยาศาสตร์ก็มีความเชื่อว่าถ้าจะออกมาจากหลุมดำนี้ได้  วัตถุนั้นจะต้องมีความเราที่เร็วกว่าแสงซึ่งในปัจจุบันนี้พบว่ายังไม่มีอะไรที่เร็วกว่าแสงเลย 

 

สนับสนุนโดย.  วิธีเล่นบาคาร่า ufabet