AI จะทดแทนวงการแพทย์ได้แบบสมบูรณ์หรือไม่

AI จะทดแทนวงการแพทย์ การแพทย์เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต มีการนำข้อมูลที่เกี่ยวกับยีนส์ในระดับเทราไบต์ (10 ยกกำลัง 12 ยีนส์) เข้ามาช่วยเรียกว่าเป็นข้อมูลแห่งความเป็นจริง ที่เข้ามาช่วยเหลือด้านยารักษาโลกและการประกันชีวิต โดยมีการนำคอมพิวเตอร์เข้ามาเพื่อวิเคราะห์ข้อมูล นักวิทยาศาสตร์สามารถกลั่นกรองเพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง ด้วยการช่วยเหลือจากระบบ Artificial Intelligence หรือ AI ในระบบคอมพิวเตอร์

การนำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาเพื่อช่วยในการดูแลสุขภาพของมนุษย์นี้ เพิ่งจะเริ่มมีอย่างจริงจังเมื่อกี่สิบปีที่ผ่านมานี้เอง ในวงการเภสัชได้มีการคิดค้นยาสูตรใหม่ๆ ขึ้นมาโดยนำระบบ AI เข้ามาช่วย 

จากตัวเลขของการผลิตยาช่วงปี 2003-2013 หรือในรอบสิบปีพบว่า วงการแพทย์มีค่าใช้จ่ายในการผลิตยาเฉลี่ยที่ 2.6 พันล้านดอลลาร์ แต่ว่าส่วนมากจะต้องทิ้งออกไปกว่า 9 ใน 10 ส่วน นับเป็นการสูญเสียเงินโดยใช่เหตุ 

แต่ระบบ AI แบบใหม่ที่นำเข้ามาใช้จะดูถึงในระดับเนื้อเยื่อ,เซลล์, ยีนส์และโปรตีน เพื่อไปรักษาในจุดที่บกพร่อง(หรือเสียหาย) เหล่านั้น 

ระบบ AI ที่เห็นเด่นชัดคือการตรวจสอบความผิดปกติภายในร่างกายของคนด้วย MRI หรือการฉายรังสี x-ray 

เรามาดูเรื่องความก้าวหน้าของ AI ในวงการยากัน ลำดับแรกเลยคือต้องการเก็บโปรตีน “เป้าหมาย” เข้าสู่ฐานข้อมูล 2.สารพิษจะต้องถูกกำจัดออกไป 3.โปรแกรมจะนำสารโปรตีนเหล่านั้นมาผลิตเป็นยา และมีการทดสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า 4. เมื่อการทดสอบได้รับการยืนยันว่ารักษาโรคได้จริง ก็จะนำเข้าสู่โรงพยาบาลต่อไป

การผลิตยาชนิดใหม่ๆ กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ก่อนที่จะมีระบบ AI เข้ามาใช้ จะใช้เวลาในการทดสอบหลายปี และในวงการคลินิกที่สหรัฐอเมริกา กว่า 84 เปอร์เซ็นต์นำระบบ AI เข้ามาช่วยในการรักษาแล้ว 

เลยมีคำถามว่าระบบ AI จะเข้ามาแทนที่แพทย์ได้แบบครบวงจรหรือไม่ ถ้าเป็นในเรื่องของการฉายรังสีแล้ว ระบบ AI อาจเข้ามาแทนที่นักรังสีเทคนิค เพราะว่าจากการทำแบบสอบถามของ นักศึกษาแพทย์ชาวแคนาดากว่า 68 เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่าระบบ AI จะทำให้ความต้องการของสถาบันการแพทย์ที่มีต่อนักรังสีเทคนิคลดลง 

แต่ผู้เชี่ยวชาญรายหนึ่งกล่าวว่า AI ไม่สามารถเข้ามาแทนที่แพทย์ได้ เพราะว่าร่างกายของมนุษย์เป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก คนไข้แต่ละรายก็มีเคสของโรคที่ไม่เหมือนกัน นายแพทย์จะต้องอาศัยประสบการณ์ที่มีเพื่อรักษาผู้ป่วยที่ต่างกัน 

AI หรือระบบคอมพิวเตอร์จะมีการเก็บข้อมูลเป็นสถิติเพื่อประโยชน์ในการวินิจฉัยของโรคมากกว่า เรียกได้ว่าถึงคอมพิวเตอร์มีความฉลาดเพียงใด แต่ก็ต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการรักษาโรคของนายแพทย์อยู่ดี 

หรือมีคำกล่าวจาก ลีโอ แอนโทนี่ย์ เชลี่ นักสรีระวิทยาของห้องแล็บ M.I.T. กล่าวว่า “ข้อมูลด้านสุขภาพที่ได้จาก AI ก็เหมือนน้ำมันดิบ หากว่าเราไม่กลั่นกรองเสียก่อน มันก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี”

 

สนับสนุนโดย.    ufabet เว็บแม่

สารกำมันตรังสี

สารกำมันตรังสี หลายๆ คนคงจะเคยได้ยินเกี่ยวกับสารชนิดต่างๆ ที่มีอยู่บนโลกและสามารถนำสารเหล่านนั้นมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย 

แล้วแต่คุณสมบัติของสารนั้น แต่ว่าถึงสารเหล่านั้นจะมีประโยชน์และสามารถ      ทำอะไรได้หายอย่างมากมาย  แต่แน่นอนว่าเมื่อมันมีประโยชน์มัน  ก็ย่อมที่จะมีทาเช่นเดียวกัน เพราะสิ่งต่างๆ เมื่อมีประโยชน์ก็ต้องมีโทษเช่นกัน  แต่อยู่ที่ว่าจะมากน้อยแค่ไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับสารเช่นเดียวกัน

สารที่มีประโยชน์ก็มีอยู่มากมายที่อยู่บนโลกของเรา ที่มนุษย์ก็ได้มีการนำมาใช้ในด้านต่างๆ หลายๆ ด้าน และแน่นอนว่าสารชิดหนึ่งที่หลายๆ  คนได้ยินกันอยู่บ่อยๆ นั้นก็คือ “สารกำมันตรังสี” นั้นเอง

ในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีทันสมัยต่างๆ ได้ทำให้อาหารนั้นสะอาดปราศจากเชื่อโรค  โดยที่ไม่เสียสุขภาพและไม่เสียรสชาติเลยแม้แต่น้อยได้เกิดขึ้นแล้ว โดยวิธีการที่เรียกกันว่า  การฉายกำมันตรังสีนั้นเอง แล้วสารกำมันตรังสี  คืออะไรหลายๆ คนอาจที่จะสงสัยอยู่ไม่น้อย

สำหรับการฉายรังสีนั้นจะทำโดยใช้สารกำมันตรังสี จะเกิดการแตกตัวของอะตอมของสารนั้นๆ เช่น อะตอม๘องธาตุยูเรเนียม  โคบอนลต์หกสิบ และซีเซียม สำหรับสารกำมันตรังสีนี้    มีทั้งประโยชน์และโทษในตัวของมันเหมือนกับสารชนิดอื่นๆ สารกำมันตรังสีมีประโยชน์ต่อทางด้านการแพทย์เป็นอย่างมากที่จะนำสารกำมันตรังสีมาใช้ในเครื่องเอ็กซเรย์ รักษามะเร็ง

และนอกจากนี้ยังใช้ในทางการเกษตรในเรื่องของการถนอมอาหาร  และการปรับปรุงพันธุ์พืชได้อีกด้วย แต่ถ้าหากว่าร่างกายของเรานั้นได้รับสารกำมันตรังสีที่มากเกิดไปแล้วนั้น

ก็สามารถที่จะเป็นอันตรายต่อชีวิตของเราได้เลยทีเดียว เพราะสารกำมันตรังสีนี้ละเข้าไปทำลายกลไกล  ของการสร้างเม็ดเลือดขาว ทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายของเรานั้นทำงานผิดปกติลงจนสามารถทำให้เราเสียชีวิตได้  ในที่สุดนั้นเอง สำหรับการฉายรังสีกำมันตรังสีนี้กำลังเป็น    ที่นิยมเป็นอย่างมากสำหรับเกษตรกรไทย  และก็ได้มีผลไม้ที่เกิดจากการฉายรังสีเป็นจำนวนมากที่ได้ส่งไปขายยังต่างประเทศ   

สุดท้ายนี้ไม่ว่าสารกำมันตรังสีจะมีประโยชน์ในหลายๆ ด้าน   แล้วยังเป็นที่นิยมในหมู่เกษตรกร      ต่อย่างไรก็ตามสารกำมันตรังสี  ก็ยังมีความอันตรายมากอยู่ดี ถ้าหากว่าสารกำมันตรังสีเกิดการรั่วไหลขึ้นมาแล้วมีคนจำมากที่ได้รับสารกำมันตรังสีเข้าสู่ร่างกาย  แล้วละก็ไม่อยากที่จะคิดเลยว่าผู้ที่โชครายเหล่านั้นจะมาจบชีวิตลงโดยที่ต้องเองยังไม่ทันได้ตั้งตัว

 

สนับสนุนโดย.  Ufabet เข้าสู่ระบบ

โทรศัพท์มือถือ เครื่องแรกของโลก

ในยุคที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี  มันมีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในบางครั้งเราก็ตามมันไม่ทัน  โทรศัพท์มือถือ ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจที่เราอยากจะพาทุกคนไปทำความรู้จัก  เป็นเรื่องราวความเป็นมาของสมาร์ทโฟน  ซึ่งใครหลายคนใช้สมาร์ทโฟนที่แตกต่างกันออกไป  หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น iOS หรือ Android ซึ่ง Android  ก็มีอยู่หลายบริษัทด้วยกัน และในวันนี้สิ่งที่เราต้องพูดถึงเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับ SmartPhone เครื่องแรกของโลกนั้นเอง 

สิ่งที่น่าสนใจในวันนี้ที่เราทุกคนไปทำความรู้จักกัน  มันเกี่ยวข้องกับโทรศัพท์มือถือ เครื่องแรกของ Smartphone และเครื่องแรกของโลก  คุณรู้ไหมว่ามันคืออะไร  แน่นอนว่าหลายคนไม่ได้ศึกษาประวัติความเป็นมาของการทำมือถือ  เลยแม้แต่น้อยเพราะว่าในยุคปัจจุบันนี้  มือถือนั้นมีมากมายหลากหลาย  และคนก็อาจจะไม่ได้สนใจเรื่องนี้เท่าไหร่ 

แต่วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักจุดเริ่มต้นของสมาร์ทโฟน    

    กว่าที่มันจะมีหน้าตาและรูปแบบในปัจจุบันนี้  แม้ว่ามือถือเครื่องแรกของโลก คือ Motorola dynatac แต่นั่นก็ยังเป็นเพียงแค่มือถือธรรมดาเท่านั้น  เพราะโทรศัพท์มือถือที่ขึ้นชื่อว่าเป็น Smartphone เครื่องแรกนั้นมันเป็นมือถือที่มาจากบริษัท ibm ในนามของ ibm Simon Personal Communication และผู้ที่ผลิตมันให้กับ ibm คือ บริษัทมิตซูบิชิอิเลคทริคและจัดจำหน่ายโดยบริษัทแห่งหนึ่ง

ซึ่งความสามารถของต้องใช้มันเครื่องนี้มันเป็นมือถือที่สามารถรับอีเมล์  รับแฟกซ์  รับข้อความ  จากเพจเจอร์ได้อีกทั้งยังมี Application ต่างๆอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นสมุดโทรศัพท์  ปฏิทิน  เครื่องคิดเลข  สามารถจดโน้ตได้สามารถลงโปรแกรม DOS ผ่านอุปกรณ์เสริมได้มันมีหน้าจอขนาด 4.5 นิ้วรองรับระบบสัมพันธ์และมาพร้อมกับประกาศตลาดซึ่งก็มีการวางจำหน่ายในเดือนสิงหาคมปี 1994

ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปี 1995 เท่านั้นโดยพวกเขาสามารถขายได้ประมาณ 50,000 เรื่องแต่ราคา 899 เหรียญสหรัฐแบบติดสัญญาและ $1099 แบบเครื่องเปล่า  อย่างไร       ก็ตามสำหรับ Smartphone เครื่องแรกของโลกเรา ก็มีข้อมูลให้สืบค้นอีกมากมาย  อย่างไรก็ตามนอกจากนี้มันยังมีเรื่องอื่นๆอีกมากมายที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก 

ที่เรายังไม่ได้พูดถึง  ถ้าหากคุณสนใจที่จะศึกษามันต่อได้แล้วก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย  สำหรับวันนี้เราสามารถศึกษาค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ในอินเตอร์เน็ต อย่างไรก็ตามนอกจาก Smart Phone เครื่องแรกของโลก  ที่เราอยากสนับสนุนให้คนได้รู้จักกันแล้ว  เราก็อยากให้คุณได้ลองศึกษาประวัติความเป็นมาของสมาร์ทโฟนแต่ละรุ่นดู ว่าจะเป็น iPhone Samsung Huawei Oppo หรือแม้แต่ยี่ห้ออื่นๆบนโลกของเรา ว่ามันมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก 

 

สนับสนุนโดย.  ufabet สมัครยังไง

The Suitcase Boombox

The Suitcase Boombox นี่ปัจจุบันนี้สิ่งที่เราเห็นได้ชัดว่ามันได้รับการพัฒนามากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องราวเกี่ยวกับเทคโนโลยีอย่างแน่นอนสำหรับเทคโนโลยีแล้วมันได้รับการพัฒนาในทุกด้านไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีเกี่ยวกับการการแพ้เทคโนโลยีเกี่ยวกับด้านวิทยาศาสตร์ด้านดาราศาสตร์หรือแม้แต่เทคโนโลยีที่นำมาใช้เกี่ยวกับการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยีที่นำมาใช้เกี่ยวกับการเรียนการสอนในสิ่งที่ดีมากๆยิ่งเป็นวันดีแล้วรวยแน่นอนสำหรับเทคโนโลยีแล้วมันมีการพัฒนาอย่างไม่สิ้นสุดและในบางครั้งเราก็ตามมันไม่ทันเพราะว่ามันมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

คุณรู้หรือไม่ว่าเทคโนโลยีต่างๆนั้นเกิดขึ้นมาใหม่อยู่ทุกวินาทีเลยก็ว่าได้ในไม่กี่ปีให้หลังที่ผ่านมานี้เทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทต่อชีวิตของเราเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นการทำงานการใช้ชีวิตบนท้องถนนแม้แต่การทำธุรกิจสำหรับเทคโนโลยีต่างๆแล้วเราควรที่จะศึกษามันอยู่อย่างต่อเนื่องเพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่หยุดนิ่งและอย่างที่เราได้บอกไปว่ามันได้เรากับเจ้านายอยู่ตลอดเราไม่รู้เลยว่าในอนาคตอาจจะอันใกล้นี้มันจะเปลี่ยนแปลงไปในด้านที่ทางไหนและในวันนี้ เรื่องราวที่เรากำลังจะพูดถึงมันเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่มีชื่อว่า The Suitcase Boombox นอนเต็นส์ลอยน้ำอย่างเดียว

ก็อาจจะเหงาไปหน่อยใครเพิ่มเสียงดนตรีเข้าไปแล้วก็คงจะมีสีสันไม่น้อยเลยล่ะสำหรับการเดินทางและปาร์ตี้แล้วเสียงเพลงก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ขาดไปจะไม่ได้ดังนั้นเราจึงข้อแนะนำเจ้า The Suitcase Boombox แบบพกพาในรูปทรงของกระเป๋าเดินทางสุดวินเทจใบนี้จะมาเปลี่ยนการเดินทางธรรมดาต่างๆมาเป็นความสนุกลองคิดดูละกันว่าถ้ามีเสียงเพลงเบาๆพอไปเรื่อยๆ

ยิ่งทำให้ปาร์ตี้ของคุณนั้นสนุกแค่ไหนนอกจากรูปทรงที่เท่ไม่เหมือนใครแล้วจ้าพรุ่งนี้ก็ยังสามารถที่จะชาร์จไฟจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้อีกด้วยอีกทั้งยังมีหลายแบบหลายสไตล์และก็หลายราคาให้เลือกหากันอีกเวลาค่ะแต่ทีนี้คุณก็สามารถที่จะนั่งฟังเพลงสกูปปี้ดูแบบฉบับชาลีได้แล้วล่ะ 

แน่นอนว่าเทคโนโลยีเป็นอะไรที่เราเองก็ยังคงสับสนและไม่เข้าในมันในบางครั้ง อย่างที่เรานั้นได้กล่าวไปข้างต้นแล้วว่าเราควรที่จะศึกษาเทคโนโลยีต่างๆ อยู่ออย่างต่อเนื่อง เนื่องจากว่ามันได้รับการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา และในบางอย่างเรา ก็ต้องอาศัยเวลาในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับมัน สุดท้ายนี้แล้วเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยียังมีอะไรให้เราได้ศึกษากันอยู่อีกมา แต่ไม่ต้องห่วงว่าคุณจะไปศึกษาที่ไหน เพราะเพื่อลองค้นหาในอิเตอร์เน็ตมันก็จะขึ้นมาให้คุณทันที

 

สนับสนุนโดย.  ufabet สมัคร

ดาวฤกษ์ที่มีความส่องสว่างมากที่สุด

Vega Star

ดาวฤกษ์ที่มีความส่องสว่างมากที่สุด สิ่งต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้นรอบตัวของเรานั้น บางเรื่องเราเองสามารถที่จะทำความเข้าใจได้โดยง่ายดาย แต่บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่ยาก  เกินกว่าความสามารถของเราจริงๆ อย่างที่เขาว่ากันว่าคนเรานั้นไม่ได้  เก่งทุกด้าน มันจะต้องมีสิ่งที่ทุกคนเก่งแตกต่างกันไป แต่ไม่ใช่ว่าคุณไม่เก่งด้านนี้แต่คุณมีความสนใจก็ไม่ได้หมายความว่าคุณทำไม่ได้เพียงแตมันจะต้องใช้เวลาเพียงเท่านั้นเอง เช่น เดียวกันกับการศึกษาเรื่องราว         ที่เกิดขึ้นในจักรวาร  กว่าที่จะมีการพบสิ่งที่เกิดขึ้นนอกโลกของเรานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

หลายๆ คนอาจจะคิว่า นักวิทยาศาสตร์  หรือนักดาราศาสตร์นั้นงมงายกับเรื่องของสิ่งต่างๆ  ที่เกิดขึ้นนอกโลกมากเกินไป แทนที่จะสนใจสิ่งที่มีอยู่ในโลกมากกว่า แต่จะบอกให้เลยว่าเป็นความคิดที่ผิดเอามาก การที่นักวิทยาศาสตร์ หรืนักดาราศาสตร์นั้น ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในอวกาศนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นเอามาก เพราะมันทำให้เราได้รู้อะไรหลายๆ อย่าง อน่างเช่นในตอนนี้เราจะไปทำความรู้จักเกี่ยวกับดาวดวงหนึ่งที่มีชื่อว่า Vega Star  ดาวดวงนี้นั้นมันเป็นดาวฤกษ์ที่มีความส่องสว่างมากที่สุดในดาวพิณ มันอยู่ห่างจากโลกของเราเพียง 25 ปีแสงเพียงเท่านั้น ดาวฤกษ์ดวงนี้มีอายุ 450 ล้านปี

แต่ขนาดของมันนั้นใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ของเราประมาณ 2.1 เท่า อดีตมันเคยเป็นดาวเหนือมาก่อนเมื่อราวๆ 12,000 ก่อนคริสตกาล และนอกจากนี้ยังมัการคาดการณ์อีกว่าดาวฤกษ์ที่เคยเป็นดาวเหนือมากก่อนดวงนี้นั้นมันจะกลับไปเป็น    ดาวเหนืออีกครั้ง ในปี 13,727 ก่อนหน้านี้มันยังถูกสงสัยอีกว่ามันเป็นดาวแปรแสง เนื่องจากว่าความสว่างของมันมีคาวมแปรผัน

แต่น้อยมากๆ มันหมุนรอบเร็วถึง 274 กิโลเมตรต่อวินาที ด้วยเหตุผลที่กว่าไปข้างต้นนั้นส่งผลทำให้เส้นศูนย์สูตรของมันโปร่งจากการหนีศูนย์กลางในขณะที่มันกำลังหมุน มันมีรูปร่างที่คล้ายกับรูปไข่เอามากๆ รวมถึงการผันแปรของอุณหภูมิของพื้นผิวชั้นนอกทำให้ขั่วดาวทั้งสองด้านมีอุณหภูมิสูงสุด หากสังเกตการแผ่รังสีอินฟาเรด พบว่าบริเวณโดยรอบจะเต็มไปด้วยฝุ่น

เป็นผลมาจากการชนกันระหว่างวัตถุในแผ่นฝุ่นที่โคจรรอบวัตถุ ซึ่งคาวมผิดปกตินี้คาดว่าอาจจะมีดาวเคราะห์ขนาดเกือบเท่า   ดาวพฤหัสบดีโคจรอยู่รอบๆ ก็เป็นไปได้ แล้วคุณละคิดว่ามันคืออะไรกันแน่ แต่ไม่ว่ามันจะคืออะไร  ก็ตามแต่ สำหรับในการศึกษาค้นพบดาวดวงนี้นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่แปลกใหม่เอามากๆ เพราะลักษณะของมันนั้นแตกต่างจากดาวดวงอื่นๆ เพราะมันมีรูปร่างที่คล้ายกับๆไข่ที่เราเคยกินกัน

 

 

สนับสนุนโดย   gclubฟรี500

ไวรัสโคโรน่า

ผลกระทบของไวรัสโคโรน่า

ไวรัสโคโรน่า ทำให้คนเราหลีกเลี่ยงจากการกอดและต้องระวังเรื่องพฤติกรรมทางสังคมไปอีกหลายี

เมื่อสัปดาห์หรือเดือนที่แล้ว การอยู่ห่างกันระหว่างครอบครัวและหลีกเลื่ยงการจับมือกัน เป็นเรื่องที่ไม่คุ้นชินทำให้คนเราต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางสังคมที่ทำกันมาตลอด 100 ปี

ลองคิดดูว่าหากสถานการณ์ต้นปี 2021 ยังไม่ดีขึ้น เราต้องเปลี่ยนจากการจับมือมาเป็นนำข้อศอกมาชนกันแทน ยิ่งการระบาดใหญ่ของโรคไวรัสโคโรนานานเท่าไหร่ ก็มีแนวโน้มว่าสังคมมนุษย์ต้องมีการคิดค้นวิธีการทักทายแบบใหม่เพิ่มขึ้นมา และอาจจะต้องใช้การทักทายแบบใหม่เป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปี

พาเมล่า แพร์สกาย นักเขียนและนักศึกษาด้านวิทยาศาสตร์สังคมกล่าวว่า ต่อไปเรื่องการทักทายแบบจับมือจะกลายเป็นอดีตไปแล้ว 

ในช่วงปลายเดือนมีนาคม ประชากรกว่าหนึ่งในสามของโลกเกือบ 3 พันล้านคนต้องติดเชื้อไวรัสโคโรน่า และยังมีคนอเมริกามากกว่าครึ่งประเทศ 

โจ เฟกิน อดีตประธานสมาคมสังคมวิทยาอเมริกันกล่าวว่า หากการล็อคดาวน์น้อยกว่า 6 เดือน ก็คิดว่ามีการเปลี่ยนแปลงเต็มที่คือคนจะเป็นห่วงเรื่องสุขภาพอนามัยมากยิ่งขึ้น 

มือของคุณต้องสะอาดเพราะว่าอาจมีเชื้อโรคอยู่ มิใช่มีไว้เพื่อเช็คแฮนด์ ยิ่งเราอยู่ในสถานะที่มีความเสี่ยงต่อไวรัสโคโรน่า covid-19 ซึ่งเป็นไวรัสที่ก่อกวนระบบทางเดินหายใจ เราจะเกิดอาการกลัวไปจนกว่า การแพทย์จะสามารถคิดค้นยามาฆ่าเชื้อไวรัส covid-19 ได้โดยตรง

แพร์สกาย กล่าวว่า ความกังวลเกี่ยวกับการฆ่าเชื้อที่ ทำให้เด็กทารกอาจจะถูกปฎิบัติอย่างหมางเมินจากผู้ปกครองของเขา และอาจจะรู้สึกว้าเหว่เพราะว่าไม่ได้รับการสัมผัสทางร่างกายที่เพียงพอ ฉันเห็นว่ามนุษย์ต้องการการสัมผัสทางร่างกายเพื่อความอบอุ่นอยู่ดี

จำเป็นอย่างยิ่งที่เด็กและผู้ใหญ่จะต้องติดต่อกับเพื่อนคนอื่นๆ เมื่อเราต้องอยู่ห่างกันการ call เพื่อให้เห็นภาพ (video call) เป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ เพื่อให้รักษาความสัมพันธ์ที่เหมือนเดิม

ลองคิดดูนักเรียนประจำที่ต้องกลับบ้าน พวกเขาก็ต้องการความอบอุ่นแต่ว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ก็อาจทำให้พวกเขาว้าเหว่, รู้สึกตึงเครียดและวิตกกังวลได้ 

โรเบิร์ต ดิงวัลล์ ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์สังคมที่มหาวิทยาลัย Nottingham Trent กล่าวว่า สื่อของเราให้ผู้คนกลับไปทำงานที่บ้านได้ ไม่จำเป็นต้องมาที่สตูดิโอที่ลอนดอน โดยมีการจัดบรอดแบรนด์และเว็บแคมคุณภาพสูง อย่างไรก็ตามผมคิดว่าการสนทนาเป็นเรื่องที่สำคัญมากในแวดวงธุรกิจ และการพูดคุยนั้นต้องเห็นภาพด้วย 

นักวิทยาศาสตร์สังคมกังวลว่าการที่ผู้คนไม่ได้สัมผัสกันจะทำให้เกิดความห่างเหินและเด็กจะเกิดอาการซึมเศร้า ซึ่งการพูดคุยหรือการทักทายแบบสัมผัสกันจะทำให้คนเราเกิดความอบอุ่นและเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น

 

 

สนับสนุนโดย   เวปยูฟ่าเบท

มนุษย์เกิดมาจากปลา

มนุษย์แท้จริงแล้วเกิดมาจากปลา

มนุษย์เกิดมาจากปลา เชื่อว่าหลายคนอาจจะเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่าเรานั้นเกิดมาจากคำอะไร แน่นอนว่าเรานั้นเกิดมาจากพ่อกับแม่ แต่เราที่ว่าคือ พวกเรา ที่เป็น มนุษย์ ต่างหาก มนุษย์เกิดขึ้นได้อย่างไร ในความเป็นจริงแล้วเรื่องมนุษย์มีที่มาอย่างไรนั้นก็ยังถือว่าเป็นเรื่องที่ซับซ้อนเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าจะหลากหลายหลักฐานมายืนยันการเกิดมนุษย์แรกเริ่มของโลกนั้น

แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะยอมรับหรือเข้าใจในความเป็นไปได้ของทฤษฎีการเกิดมนุษย์ที่ออกมาหลากหลายทฤษฎี อย่างทฤษฎีที่ถูกกล่าวถึงกันอย่างแพร่หลาย และเป็นที่ยอมรับกันในคนหมู่มากและทางวิทยาศาสตร์นั้นก็คือ มนุษย์มีวิวัฒนาการมากจากลิง ซึ่งไม่ใช่ลิงตัวเล็กๆที่ชอบโลนโผนนะ แต่เป็นลิงซิมแปนซี

ที่มีรูปลักษณะภายนอกและภายในคล้ายกับมนุษย์เกือบทุกอย่าง รวมถึงการกระทำบางสิ่งที่คล้ายกับมนุษย์อย่างเช่น การเดิน ที่สามารถเดินด้วย 2 ได้ และในเวลาต่อเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์เองนั้นก็ไม่ได้หยุดพัฒนา ยังคงทำงานหาข้อมูลทำการวิจัยเรื่องพวกนี้อยู่เสมอมา และนั้นเองที่ทำให้แนวคิดเดิมที่ว่า มนุษย์ที่ต้นกำเนิดมาจากลิงซิมแปนซี

โดยแท้จริงแล้วก็มีแนวคิดออกมาโต้แย้งว่า มนุษย์ไม่ถูกกำเนิดเกิดขึ้นมาจากการวิวัฒนาการของลิงซิมแปนซี แต่มนุษย์กับลิงนั้นมีบรรพบุรุษเดียวกัน ได้มีผู้ค้นพบแนวคิดใหม่ว่ามนุษย์นั้นได้ถือกำเนิดเกิดขึ้นมาจาก ปลา อ่านถึงตรงนี้แล้วคงยากที่จะเชื่อไปกว่าเดิม เพราะไม่มีอะไรเลยที่มนุษย์และปลามีลักษณะคล้ายกัน เรียกได้ว่ามีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่จากแนวคิดตามทฤษฎีนี้ได้มีการอธิบายว่า ให้ดูที่การกำเนิดของปลาและมนุษย์ ตอนที่มนุษย์นั้นอยู่ในครรภ์ช่วงแรกนั้นเป็นตัวอ่อนที่รูปร่างเหมือนกับปลา ในเวลาต่อมาได้มีตาสองข้างเกิดขึ้นด้านซ้ายและด้านขวาแบบปลา

แล้วจึงค่อยๆเลื่อนมาอยู่ข้าง มือของเด็กในครรภ์ก่อนจะเริ่มแยกออกมาเป็นที่ละนิ้วนั้น เดิมก็ถูกเชื่อมกันไวด้วยหนังบางๆคล้ายกับคีบของปลา ซึ่งในเวลาต่อที่อายุครรภ์มากขึ้น หนังตรงนั้นเริ่มแยกออกจากกัน แต่ก็ยังปรากฏให้เห็นได้ ลองแยกนิ้วสิ หนังที่เชื่อมกันระหว่างนิ้วตรงนั้นแหละที่ทำให้มีแนวคิดนี้ขึ้นมา  เช่นเดียวกับเท้าที่กล่าวว่าวิวัฒนาการมนุษย์มาจากหาง มนุษย์เรานั้นอาจจะไม่ได้วิวัฒนาการมาจากปลาทุกสายพันธุ์

และปลาบางสายพันธุ์มีหางที่เป็นแผ่นเดียวกัน และบางสายพันธุ์แยกออกเป็นสองข้าง ซึ่งเชื่อว่าเราต้องมาจากปลาสายพันธุ์ประเภทนั้น ตามหลักการแล้วนั้นเราไม่ได้วิวัฒนาการจากปลาสู่คนเลยทันที แต่จะวิวัฒนาการโดยเริ่มจากปลา สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์เลื่อนคลาน จนกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า มนุษย์

แต่ถึงอย่างไรก็ยังถือว่าเป็นแนวคิดที่ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด อย่างไรเรานักวิทยาศาสตร์เองก็ไม่เคยหยุดคิดค้นเรื่องนี้อย่างแน่นอน และในอนาคตอาจจะทำให้พวกเราทราบกันก็เป็นได้ว่า พวกเรานั้นเกิดมาจากอะไร

 

 

สนับสนุนโดย   ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

ยุคน้ำแข็งหลังจากการดับศูนย์

ยุคน้ำแข็งหลังจากการดับศูนย์ของดวงอาทิตย์

ยุคน้ำแข็งหลังจากการดับศูนย์ ดวงอาทิตย์ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่คนเรานั้นเกิดมาก็เห็นกันอยู่แล้ว และเป็นจุดศูนย์กลางของระบบสุริยะจักรวาลที่แรงดึงดูมหาหาศาลเลยทีเดียว เพราะมีดาวต่างๆรวมถึงดาวโลกของเราด้วยนั้น หมุนโคจรอยู่รอบดวงอาทิตย์ ซึ่งถ้าหากไม่มีแรงดึงดูดจากอาทิตย์ โลกของเราจะเดินทางเป็นเส้นตรง เดินทางไปเรื่อยๆภายในจักรวาลแห่งนี้ แน่นอนว่ามันจะส่งผลกระทบต่อโลกอยู่แล้ว

ถ้าหากว่าโลกเราไม่มีดวงอาทิตย์สิ่งที่ส่งผลกระทบต่อโลกเรานั้นมีอยู่มากมายเลยก็ว่าได้ จะมีสิ่งมีชีวิตที่อยู่ได้ถ้าไม่มีดวงอาทิตย์ แค่เพียงไม่กี่ประเภทเท่านั้น ซึ่งในบทความนี้เราจะมาพูดถึง ยุคน้ำแข็ง ที่เกิดขึ้นภายในโลกในวันที่ดวงอาทิตย์ดับสนิท ก่อนอื่นต้องขอบอกเลยว่าเมื่อไม่นานมานี้องค์กรNASA ได้มีการแจ้งว่าโลกกำลังเข้าสู่ช่วงยุคน้ำแข็งน้อย นั้นมีสาเหตุมาจากดวงอาทิตย์หลับ แต่ไม่ได้แปลว่าดับลงไปสนิท แต่หมายถึงการที่ดวงอาทิตย์จะให้พลังงานความร้อนที่น้อยลง แต่ยังคงมีความร้อนอยู่บ้าง อย่างไรนั้นเราที่ปกติแล้วจะสามารถลืมตามองดวงอาทิตย์ได้ด้วยตาเปล่า ก็จะสามารถจ้องมองดวงอาทิตย์ได้ด้วยตาเปล่าเลยทีเดียว

เพราะเหตุนี้แหละจึงทำให้เข้าสู่ภาวะของยุคน้ำแข็งน้อย ที่อุณหภูมิภายในโลกก็จะลดลงตามไปด้วย ส่งผลให้มีสภาพอากาศที่เย็นและหนาวขึ้น ฟังแล้วดูเป็นเรื่องที่น่าดีใจนะที่โลกเราหายร้อน แต่ก็อย่าลืมว่าสภาวะโลกร้อนนั้นไม่ได้เกิดขึ้นมาจากดวงอาทิตย์อย่างเดียว แต่มันเกิดขึ้นจากการระทำของมนุษย์อีกด้วย

ถ้าหากมองว่ามันดีในเรื่องของสภาพอากาศ อย่างจะบอกว่าในบางพื้นที่อาจจะหนาว -19 องศาเซลเซียสเลยก็เป็นไปได้ และจะผลกระทบที่ทางธรรมชาติตามมาก็อย่างเช่น ไฟไหม้ป่า แผ่นดินไหว ระดับน้ำทะเลเพิ่มมากขึ้น เป็นต้น และทางองค์กรNASAเอง ยังได้บอกอีกว่ายุคน้ำแข็งน้อยจะกินระยะเวลานานมากกว่า 30 ปี โดยประมาณตั้งแต่ปีค.ศ.2020-2053 แต่เราจะเคยคิดกันหรือไม่ว่าถ้าหากดวงอาทิตย์ดับถาวรจะเป็นอย่างไร แน่นอนมันจะเกิดยุคน้ำแข็งขึ้นอีกครั้ง แต่มันเป็นแบบเต็มรูปแบบอย่างแน่นอน อุณหภูมิภายในโลกจะค่อยลดลงไปเรื่อยๆในช่วงสัปดาห์แรกจะลดเหลือ -123 องศาเซลเซียส

ภายใน 4 เดือนจะลดเหลือ -198 องศาเซลเซียส ชั้นบรรยากาศของโลกจะล้มเหลว จนในที่สุดโลกเราจะมีอุณหภูมิที่ลดลงมากว่า -200 องศาเซลเซียส และในระยะเวลา 1000 ปีหลังจากดวงอาทิตย์ได้ดับลงไป น้ำในมหาสมุทรจะลายเป็นน้ำแข็งไปเรื่อยๆ เหตุการณ์ดวงอาทิตย์ดับนั้นก็มีทางเป็นไปได้ แต่อาจจะไม่เกิดขึ้นเร็วๆนี้อย่างแน่นอน แต่ถ้าหากเป็นปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ดับที่ทำให้เกิดยุคน้ำแข็งน้อยเกิดขึ้นนั้นเป็นไปได้อย่างแน่นอน เพราะเมื่อหลาย 10 ปีก่อนนั้นก็เคยเกิดมาแล้ว

 

 

สนับสนุนโดย  แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ

โทรศัพท์มือถือ

ประวัติ Real me โทรศัพท์มือถือที่หลายคนยังไม่รู้จัก

หลายคนคงไม่รู้จักโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Real me  ชื่ออาจไม่คุ้นหูเพราะไม่ค่อยมีการโฆษณาให้เห็น

โทรศัพท์มือถือ สำหรับโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Real me เป็นโทรศัพท์มือถือที่ผลิตมาจากประเทศจีน โดยมี สกายลี  อดีตทีมผู้บริหารของบริษัท oppo โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนอีกยี่ห้อเป็นผู้แยกตัวออกมาก่อตั้งบริษัทเอง โดยเปิดตัวครั้งแรกเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2561  สำหรับบริษัทเรียลมีนี้ก่อนหน้านี้ได้ทำการบริหารงานร่วมกันระหว่าง Real me กับบริษัท Oppo แต่พอเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2561

ก็ได้แยกตัวออกมาจากบริษัท oppo อย่างเป็นทางการมาบริหารจัดการกันเอง ซึ่งได้ขนทีมงานที่มีประสบการณ์มากมาย มาเป็นทีมงานการผลิตและพัฒนาระบบโทรศัพท์มือถือ โดยพนักงานแต่ละท่านจะมีความรู้ความสามารถเฉพาะด้านและมีไฟในการที่จะพัฒนาโทรศัพท์มือถือให้เป็นที่นิยมในตลาด

Real me เป็น โทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟนที่เน้นทั้งเรื่อง Power และ Style มารวมกัน 

โดยบริษัท Real me จะมีการออกแบบโทรศัพท์มือถือให้มีรูปแบบล้ำกว่าโทรศัพท์มือถือเจ้าอื่น  มีความทันสมัย และเมนูการใช้งานก็รองรับกับหลายบริการที่ผู้ซื้อสนใจ และที่สำคัญ Real me จำหน่ายสินค้าในราคาที่จับต้องได้ ไม่แพงจนเกินไป เมื่อเทียบราคากับโทรศัพท์มือถือยี่ห้ออื่นแล้ว ของ Real me  จะมีความโดดเด่นและน่าสนใจมากกว่า หากว่าได้ลองสำรวจตลาดโทรศัพท์มือถือจะเห็นว่า ในราคาที่ใกล้เคียงกัน

โทรศัพท์มือถือยี่ห้ออื่นจะเน้นพัฒนาด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น ถ้าเน้นสเป็คของเครื่อง ดีไซน์ของเครื่องก็จะไม่สวย แต่ถ้าเน้นดีไซน์ สเป็คของเครื่องก็จะได้น้อย แต่สำหรับ Real me  จะเน้นทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน

 

          ซึ่งคุณสมบัติของ Real me  จะตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในกลุ่มวัยรุ่นได้มาก เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย สำหรับแบรนด์ Real me เปิดตัวครั้งแรกใน app ขายของ Amazon ของประเทศอินเดีย และได้สร้างรายได้แบบถล่มทลายในการเปิดการขายครั้งแรก จนเป็นที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก สำหรับเครื่องสมาร์ทโฟนรุ่นแรกคือ Realme 1  เปิดขายเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2561 ซึ่งได้รับคะแนนนิยมใน Amazon มากถึง 4.5 จาก 5 คะแนนเต็ม

 

และทาง Real me  ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นที่สองอีกครั้งในเดือนสิงคาคม พ.ศ. 2561 เป็นรุ่น Realme 2 โดยมีการจำหน่ายผ่านเว็บไซด์ Flipkart และได้ทำลายสถิติขายเครื่องสมาร์ทโฟน 5 นาทีได้ถึง 200,000 เครื่องเลยที่เดียว  ซึ่งจากข้อมูลการขายที่ผ่านมา ระยะเวลา 4 เดือนนับตั้งแต่วันที่มีการก่อตั้งบริษัท real me สามารถจำหน่ายโทรศัพท์มือถือได้มากกว่า 1 ล้านเครื่อง ซึ่งถือว่าเป็นโทรศัพท์มือถือที่มาแรงเป็นอย่างมาก

 

          สำหรับประเทศไทยทาง Real me ได้มีการจำหน่ายโทรศัพท์มือถือทั้งผ่านออนไลน์ และการวางจำหน่ายตามร้านโทรศัพท์มือถือทั่วไป ด้วยราคาที่เป็นเองมากๆ เริ่มต้นที่สองพันกว่าบาทเท่านั้น หากต้องการเครื่องมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครสามารถทดลองใช้ Real me กันได้เลย