ความเร็วแสง

อย่างที่เรารู้ๆ กันดีว่าสิ่งต่างที่มีระยะทางหรือว่าอยู่หน่างกันเท่าไหร่นั้น  เราจะต้องมีการวัดระยะกันเกิดขึ้น และหน่วยในการวัดระยะทางนั้นก็มีหน่วยในการวัดต่างๆ มากมาย เช่น เมตร กิโลเมตร เซนติเมตร วา หรือศอก แลพะยิ่งมีอีกสิ่งหนึ่งที่เรามักจะได้ยินกันบ่อยๆ

เลยก็คือเมื่อเราพูดถึงว่าโลกและดวงอาทิตย์ หรือดวงอาทิตย์กับดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ  หรือโลกของเรานั้นอยู่ห่างจากดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ มากแค่ไหน ส่วนใหญ่แล้วเรามักจะบอกว่า มันจะอยู่ห่างกันเป็นปีแสง

แสงนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก เพราะถ้าหากว่าไม่มีแสงเราก็คงจะไม่สามารถดำรงชีวิตได้เพราะมันจะเต็มไปด้วยความมืด โดยเฉพาะแสงจากดวงอาทิตย์สิ่งมีความจำเป็นอย่างต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก   เพราะถ้าหากขาดแสงสว่างจากดวงอาทิตย์นั้นก็คงเป็นเรื่องยากที่สิ่งมีชีวิต  และมนุษย์จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ความเร็วของแสงนั้นเป็นสิ่งกีดขวางขั้นสูงสุดสำหรับมนุษย์อย่างเราๆ ทั่วไป

ที่มักจะคิดว่าความเร็วแสงจะไม่สามารถใช้ได้จริง ซึ่งทฤษฏีทุกประเภทมีอยู่รอบๆ ว่ามันจะไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร  เพราะไม่มีสมการของเราที่จะไปไกลกว่านั้น แต่เราก็รู้ว่าอย่างน้อยสิ่งหนึ่งในจักรวาร  ที่เร็วกว่าความเร็วแสงนั้นก็คืออัตราการขยายตัว   ซึ่งนักวิทยาศาสตร์และนักวิทยาศาสตร์  พบว่าจักรวารกำลังขยายตัวเร็วกว่าความเร็วแสง อย่างน้อยในแง่ของความเร็วของวัตถุต่างๆ

เช่นกาแลกซี่อันไกลที่มีความสัมพันธ์กัน  และแม้ว่ามันจะไม่ใช่สิ่งที่เราเข้าใจได้ดีมาก แต่อัตราการขยายตัวของมันก็เป็นสัดส่วนกับสิ่งที่อยู่ไกลออกไป  และยิ่งอยู่ห่างจากเรามากเท่าไหร่ความเร็วในการเคลื่อนที่ก็จะยิ่งเร็วขึ้นตามเท่านั้น ถึงแม้ว่าหลักฐานทางทฤษฏีของอนุภาคที่สามารถเดินทางได้เร็วกว่าความเร็วแสง   มนุษย์อย่างเราจะยังไม่สามารถค้นพบ  แต่ในความเป็นสิ่งก็มีนักวิทยาศาสตร์หลายคนเชื่อว่า  มีสิ่งต่างๆ อีกมากมายที่สามารถทำลายกำแพงแห่งแสง และสิ่งที่เราต้องทำก็คือการที่จะต้องค้นหาพวกมัน   ให้เจอ

แต่ก็อย่างที่เรารู้ๆ กันดีว่าในอวกาศหรือจักรวารที่กว้างใหญ่นี้  มีสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นมามากมาย บางสิ่งเรารู้ว่ามีสามารถค้นพบและหาคำมาอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นมาได้  แต่บางสิ่งก็อย่างที่รู้ๆ กันว่าบางสิ่งเชื่อว่า        มีอยู่จริง แต่ก็ยังไม่มีใครที่จะสามารถค้นพบได้ แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นต่างๆ มากมายเหล่านี้ถึงแม้ว่าจะเป็นสิ่งที่อยู่ไกลตัวของเรา  ก็คงจะใช่แต่ถ้าศึกษาไว้ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเสียหายอะไร

 

สนับสนุนโดย.    gclub ทดลองเล่น

ดวงอาทิตย์ที่นิ่งอยู่กับที่

อย่างที่เรารู้กันดีว่าภายในระบบสุริยะของเรานั้นประกอบไปด้วยสิ่งต่างต่างๆ มากมายบางสิ่งเราสามารถรับรู้และเข้าใจได้โดยง่าย แต่บางสิ่งทำได้เพียงแค่รู้ว่ามีอยู่แต่ไม่สามารถเข้าใจได้เพราะมันเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในกาศึกษาและทำความเข้าใจ อย่างไรก็ตามแม้ว่าระบบสุริยะจะไม่ใช่สิ่งที่ใหญ่ที่สุดในจักรวารแต่ความน่าสนใจของมันก็มีอยู่มากมายไม่ได้แพ้หรือน้อยหน้าสิ่งอื่นเลย 

ระบบสุริยะแน่นอนว่าเมื่อพูดถึงระบบนี้  คงไม่มีใครที่จะไม่รู้จักเพราะระบบสุริยะที่ว่าเป็นที่อยู่ของโลกเรานั้นเอง ภายในระบบนี้มีดาวเคราะห์ทั้งหมด 8 ดวงด้วยกันนั้นก็รวมถึงโลกด้วย และมีดาวอาทิตย์เป็นศูนย์ของดาวเคราะห์ดวงต่างๆ แล้วมันก็ส่องแสงสว่างให้แก่โลกและดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ อย่างที่เรารู้กันดีว่าโลกของเรานั้นมีดาวบริวารคือดวงจันทร์ที่ค่อยหมุนรอบโลกอยู่

และโลกของเรายังเป็นดาวบริวารของดวงอาทิตย์และกำลังหมุนรอบดวงอาทิตย์อยู่เช่นกัน นอกจากนี้ดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ก็หมุนรอบดวงอาทิตย์เหมือนกัน  เหมือนกับว่าดวงทุกดวงในระบบสุริยะเป็นดาวบริวารของดวงอาทิตย์ แล้วคุณเคยสงสัยกันไหมว่าดวงอาทิตย์ที่อยู่ในระบบสุริยะของเรามันกำลังโคจรรอบอะไรอยู่หรือเปล่า

แต่เดิมแล้วมนุษย์มีความเชื่อว่าโลกของเรานี้เป็นศูนย์กลางของจักรวารที่อยู่นิ่งๆ และมีดวงดาวต่างๆ โคจรไปรอบๆ ผ่านไปบนท้องฟ้าให้ได้เห็นกัน แต่ถ้าว่าในปัจจุบันเรารู้แล้วว่าโลกในจิ๋วของเรานั้น  โคจรรอบพี่บิ๊กที่มีชื่อว่าดวงอาทิตย์ซึ่งภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับอวกาศก็มักจะทำให้เราเข้าใจว่าดวงอาทิตย์นั้นคือศูนย์กลาง  ที่จะหยุดนิ่งอยู่กับที่เพื่อให้ดาวเคราะห์บริวารโคจรรอบมัน แต่ถ้าว่าแท้จริงแล้วไม่ใช้เพราะระบบสุริยะของเรา  ทั้งอยู่ในดาราจักรทางช้างเผือกซึ่งเป็นดาราจักรชนิดก้นหอยที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 100,000 ปีแสง

ที่มีดาวฤกษ์สมาชิกประมาณ 200,000 ล้านดวง โดยที่ดวงอาทิตย์ในระบบสุริยะของเรามันจะโคจร  รอบศูนย์กลางไปตามแขนนายพรานที่ห่างจากบริเวณศูนย์กลางของดาราจักรประมาณ 25,000-28,000 พันปีแสง ด้วยความเร็วในการเคลื่อนที่ประมาณ 220 กิโลเมตรต่อวินาที ดังนั้นดวงอาทิตย์จะโคจรครบหนึ่งรอบจะใช้เวลา 225-250 ล้านปี

ซึ่งการวนครบหนึ่งรอบทีว่านี้เราจะเรียกว่าหนึ่งปีดาราจักรของระบบสุริยะนั้นเอง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามระบบสุริยะแห่งนี้ และดาร่าจักรทางช้างเผือกของเรายังมีอะไรให้ค้นหาอีกมาก ซึ่งเรื่องที่เรายกเอามาพูดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเท่านั้น

 

สนับสนุนโดย.    ufabet

ดาว Mira

ถ้าหากว่าจะพูดถึงเรื่องของดาวแน่นอนว่าเราก็จะต้องนึกถึงตอนกลางคืนอย่างแน่นอน เพราะในยามราตรีนั้นเราจะสามารถมองเห็นดวงดาวต่างๆ มากมายที่ส่องแสงระยิบระยับในยามราตรี ถ้าบางคนชอบที่จะรับแสงแดดอุ่นๆ ในยามเช้ามากกว่า แต่อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่นอกโลกของเราทั้งนั้นละพวกมันก็เป็นสิ่งที่น่าศึกษาเป็นอย่างมากเช่นเดียวกัน ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมานั้นมีความซับซ้อนที่น่าค้นหามันเกิดขึ้นมาเพื่อให้เราหาคำตอบ

ในโลกของเราแห่งนี้มีสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตต่างๆ อีกมากมายสำหรับสิ่งมีชีวิตโดยเฉพ่ะพืชและต้นไม่ พวกมันอาศัยแสงแดดจากดวงอาทิตย์ในการสังเคราะห์แสงเพื่อการเจริญเติบโตของพวกมัน ถ้าหากว่าพูดถึงเรื่องของดวงอาทิตย์มันก็เป็นดาวที่มีแสงสว่างในตัวเองหรือก็คือดาวฤกษ์นั้นเอง ดวงอาทิตย์ที่ว่าเป็นศูนย์ของดาวเคราะห์ทุกดวงที่อยู่ในระบบสุริยะของเรา

เพราะดาวเคราะห์ทุกดวงในระบบสุริยะแห่งนี้นั้นจะโคจรรอบวงอาทิตย์เป็นวงกลม และหลายๆ คนอาจะสงสัยว่าในจักรวารแห่งนี้นอกจากดวงอาทิตย์ที่เป็นดาวฤกษ์แล้ยังมีดาวฤกษ์ดวงอื่นๆ อยู่อีกหรือไม่ แน่นอนว่าคำตอบที่ได้ก็ต้องมีอยู่แล้วแต่น้อยคนนักที่จะรู้

และถ้าเราพูดถึงหางในอวกาศเราก็จะมักนึกถึงดาวหางเป็นสิ่งแรก แต่ถ้าว่าดาวฤกษ์ที่มีชื่อว่า ดาว Miraนี้นั้นได้ช่วยพิสูจน์ให้เราได้รู้แล้วว่าเรานั้นกำลังคิดผิด สำหรับดาวMirที่ว่านี้ มันเป็นดาวฤกษ์ที่อยู่ในกลุ่มดาวCETUS ที่อยู่ห่างจากโลกของเราออกไปประมาณ 350 ปีแสง

ละมันยังเป็นระบบดาวคู่ที่ประกอบไปด้วยดาวสองดวง โดยที่ดาวดวงหนึ่งจะเป็นดาวยักษ์แดงที่ถูกเรียกว่า Mir A และดาวอีกดวงหนึ่งจะเป็นดาวแคระขาวที่จะถูกรียกว่า MirB ซึ่งดาวยักษ์จะเป็นดาวที่กำลังตาย ในขณะที่ดาวแคระขาวเป็นดาวที่ตายไปแล้วนั้นเอง นักดาราศาสตร์ได้มีการตรวจพบดาว Mir ในขณะที่พวกเขากำลังตรวจสอบจักรวารดาวแสงอัตราไวโอเลต พวกเขาพบว่าดาวหางบางดวงได้ทิ้งหางไว้ในอวกาศในระยะทางมากถึง 13 ปีแสง ซึ่งนั้นก็คือ 20,000 เท่า

ของระยะเฉลี่ยระหว่าดาวพลูโตกับดวงอาทิตย์ของเรา อย่างไรก็ตามในไม่ช้าพวกเขาก็ได้พบว่าหางดังกล่าวไม่ได้มาจากดาวหาง แต่มันเป็นหางของดาวMir หางของดาวMir ได้ส่ององค์ประกอบหลายอย่างออกมารวมไปถึงคาร์บอน และออกซิเจนซึ่งนักดาราศาสตร์คิดว่ามันสามารถสร้างระบบสุริยะใหม่ขึ้นมาได้ โดยที่ดาวMir นั้นได้ปล่อยองค์ประกอบเหล่านี้มานานกว่า 30,000 ปีแล้ว

 

สนับสนุนโดย.  gclub

ดาวฤกษ์ที่ไม่มีชื่อ (Unnamed Star)

อย่างที่เรารู้ ๆ กันดีว่าเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์   ได้มีการพัฒนาก้าวหน้าเป็นอย่างมากตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งเทคโนโลยีต่างๆที่ว่านี้ มีความสำคัญเป็นอย่างมากที่ช่วยในนักวิทยาศาสตร์และ        นักดาราศาสตร์ได้ศึกษาและค้นหาความลับต่างๆ ที่ซ้อนอยู่ในจักรวารที่กว้างใหญ่แห่งนี้ บนโลกของเรา       สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นมานั้นเรายังคิดว่ามันซับซ้อนน่าปวดหัว แต่ถ้าคุณได้ลองศึกษาเกี่ยวกับจักรวาร  คุณจะเปลี่ยนใจทันที  เพราะถ้าโลกของเราที่ว่าซับซ้อนแต่ถ้าเจอสิ่งต่างๆ ที่เกดขึ้นจักรวารจะยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีก

สิ่งต่างๆ ที่นักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์ได้มีการค้นพบ พวกเขาก็จะมีการตั้งชื่อให้กับสิ่งที่พวกเขาค้นพบ อย่างดาวฤกษ์ที่ใกล้โลกมากที่สุด  ที่ค้นพบเรายังได้มีการตั้งชื่อให้มันว่าดวงอาทิตย์ และคุณคงจะคิดว่าแล้วมีสิ่งที่พวกเขาไม่ได้ตั้งชื่อไหม แน่นอนว่ามี และไม่บ่อยมากนักที่เราจะได้ยินว่าดาวฤกษ์กลายมาเป็นดาวเคราะห์ ที่ถูกปกคลุมไปด้วยเพชร 

ซึ่งอดีตของดาวฤกษ์ที่ไม่มีชื่อดวงนี้นั้นมันก็ได้ทำเช่นนั้น นักดาราศาสตร์ได้มีการค้นพบดาวเคราะห์เมื่อพวกเขาได้รับสัญญาณที่มาจากPulsar ในทางช้างเผือกของเรา โดยที่Pulsar คือดาวนิวตรอน ที่หมุนรอบตัวเองด้วยความเร็วที่สูงเอามากๆ

และยังแผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาเป็นจำนวนมากซึ่งเป็นแกนกลางที่ยุบตัวของดาวยักษ์ที่เคยมี และได้ตายไปแล้ว นักดาราศาสตร์คนหนึ่งได้ค้นพบบางสิ่งที่มีความผิดปกติเมื่อพบว่าการหมุนของPulsar ดูเหมือนว่าจะได้รับผลกระทบจากแรงโน้มถ่วง ซึ่งการหมุนประเภทนี้จะเกิดขึ้นได้  ก็ต่อเมื่อว่าจะมีดาวเคราะห์นอกระบบกำลังจะโคจรอยู่รอบๆ Pulsar      ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว นักดาราศาสตร์ได้มีการตรวจพบดาวเคราะห์นอกระบบที่กำลังโคจรรอบPulsar ในระยะใกล้

อีกทั้งดาวเคราะห์นอกระบบดวงนี้ยังมีมวลที่มาก  เช่นเดียวกับดาวเคราะห์ในระบบสุริยะของเรา นั้นก็คือดาวพฤหัสบดีนั้นเอง ถึงแม้ว่ามันจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าโลกแค่เพียง5 เท่าก็ตาม ซึ่งในตอนแรกสิ่งที่เราเห็นนี้จะดูไม่สมเหตุสมผลเพราะดาวเคราะห์นอกระบบที่โคจรอยู่ใกล้ๆ กับPulsar นี้มีแรงโน้มถ่วงที่สูง

และ   ไม่ควรที่จะมีมวลขนาดใหญ่ที่จะถูกอัดแน่นขนาดนั้น และนักดาราศาสตร์ก็ได้มีการค้นพบในมาช้าว่า ดาวเคราะห์ดวงนี้นั้นในอดีตมันเคยเป็นดาวฤกษ์  ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งในระบบดาวคู่โดยที่Pulsar จะเป็นดาวดวงที่สองและเคยโคจรรอบกันแลกันในอดีตที่ผ่านมา

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.      ufabet

4U1630-47

สิ่งที่อยู่นอกโลกของเราหรือสิ่งที่อยู่ในอวกาศนั้น  ถึงแม้จะเป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์จะได้มีการค้นพบ  และหาคำตอบมาให้กับเราในสิ่งที่พวกเขาได้มีการค้นพบ แต่นั้นก็เป็นส่วนหนึ่ง

สำหรับส่วนที่พวกเขายังไม่สามารถค้นพบแต่เชื่อว่ามีอยู่ก็ยังมีอีกมากมาย แน่นอนว่าถ้าถามถึงสิ่งที่จะทำให้โลกของเราหายไปจากระบบสุริยะหรือระบบสุริยะ ก็หายไปด้วยนั้น สิ่งแรกที่เราจะนึกถึงเลยก็คือดวงอาทิตย์ระเบิด แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้โลกของเราหายไปได้   โดยที่ไม่ต้องรอให้ดวงอาทิตย์ระเบิดเลยนั้นก็คือ หลุมดำนั้นเอง

สำหรับหลุมดำนั้นมีน้อยคนมาที่จะรู้ว่ามีมันอยู่  หลุมดำที่ว่านี้เป็นสิ่งที่น่ากลัวไม่แพ้กับการที่เรากลัวดวงอาทิตย์ระเบิดเลย  เพราะถ้าเราอยู่ในรัศมีที่มันสามารถดูดระบบสุริยะเข้าไปแล้วนั้น  อย่างหวังเลยว่าจะได้มีดาวดวงไหนที่จะรอดออกมาได้ 

สำหรับหลุมดำในอวกาศที่มีการค้นพบนั้นมีอยู่มากมาย แต่ในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักเกี่ยวกับหลุมดำที่มีชื่อว่า 4U1630-47  มันเป็นหลุมดำที่มีจุดเด่นที่แปลกประหลาดเป็นอย่างมาก คือมันมีไอพ้นอยู่ด้วย  หลุมดำที่ว่านี้มันถูกล้อมรอบด้วยกลุ่มก๊าซและพลาสมา  ดึงดูดด้วยแรงโน้มถ่วงจากดาวจากดาวคู่ใกล้ๆ กัน จากที่ได้มีการศึกษาเกี่ยวกับหลุมดำที่ว่าเราสังเกตได้ว่า  มันมีไอพ่นออกมาจากทั้งสอง   

ฝั่งของหลุมดำนี้ และแรงดึงดูดของหลุมดำที่ว่านี้ยังสามารถที่จะแยกคุณออกได้เป็นสองส่วน  ด้วยอุณหภูมิ     ที่สูงมากๆ  ถ้าหากว่าคุณนั้นอยากจะไปเที่ยวชมกาแลกซี่  สำหรับนักวิทยาศาสตร์ได้มีการแนะนำว่าให้       อยู่ห่างๆ มันไว้จะเป็นการดีกว่า หลุมดำที่ว่านี้เป็นเพียงตัวอย่างของหลุมดำที่มีทั้งหมดในอวกาศ ถึงแม้ว่าหลุมดำนั้นจะมีอะไรที่น่าสนใจ

และการเกิดของมันยังมีการเกิดที่แตกต่างกันอีกด้วย อย่างที่นักวิทยาศาสตร์ได้มีการแนะนำว่าศึกษาได้แต่ไม่ควรที่จะเข้าใกล้เป็นอันขาด  เพราะถ้าพลาดเข้าไปในรัศมีที่มันสามารถดูดเอาเราเข้าไปได้ แต่คุณอย่างหวังเลยว่าคุณจะได้มีชีวิตรอดออกมา  นั้นก็เพราะว่าถ้ามีสิ่งที่หลุมดำดูดเข้าไปยังไม่มีอะไร   ที่ได้ออกมา แต่นักวิทยาศาสตร์ก็มีความเชื่อว่าถ้าจะออกมาจากหลุมดำนี้ได้  วัตถุนั้นจะต้องมีความเราที่เร็วกว่าแสงซึ่งในปัจจุบันนี้พบว่ายังไม่มีอะไรที่เร็วกว่าแสงเลย 

 

สนับสนุนโดย.  วิธีเล่นบาคาร่า ufabet

การเกิดหินแปร

บ้านคือสิ่งปลุกสร้างที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อที่สำหรับอยู่อาศัย นั้นมีมาตั้งแต่ในสมัยอดีตตั้งแต่ที่เรายังไม่มีไฟฟ้าใช้ แล้วในปัจจุบันนี้ก็ได้มีการพัฒนารูปแบบของบ้านมาเรื่อยๆ ซึ่งในอดีตนั้นยังไม่มีการสร้างบ้านแบบปูน จึงนิยมสร้างด้วยไม้เป็นจำนวนมาก แต่ในปัจจุบันนี้ได้มีการสร้างบ้านแบบสมัยใหม่คือมีการนำปูนเข้ามาเกี่ยว และในการสร้างบ้านแบบที่มีปูนที่เราว่านี้ มีส่วนผสมที่สำคัญอีกอย่างนั้นก็คือหิน

แน่นอนว่าในที่นี้คงจะไม่มีใครที่ไม่รู้จักหินอย่างแน่นอน และในที่นี้คงจะไม่มีใครที่ไม่รู้จักบ้านเช่นกัน บ้านที่เราอาศัยอยู่ในปัจจุบันนี้ส่วนมาก  ทำมาจากปูนกันเป็นส่วนใหญ่ แน่นอนว่าส่วนประที่สำคัญในการสร้างบ้านแบบนี้อีกหนึ่งอย่างนั้นก็คงจะหนีไม่พ้นหิน แล้วคุณเคยสงสัยไหมว่าหินนั้นมีที่มาจากอะไร สำหรับหินที่เรารู้ๆ กันนั้นมีอยู่สามประเภท

ซึ่งจะแบ่งตามลักษณะของการเกิดของพวกมันหินทั้งสามประเภทที่เราได้พูดถึงนั้นมีอยู่ดังนี้คือ หินอัคนี หินตะกอน และประเภทสุดท้ายก็คือ หินแปรนั้นเอง สำหรับในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักเกี่ยวกับหินประเภทสุดท้ายนั้นก็คือหินแปร สำหรับหินแปรที่เรากำลังจะพูดถึงนี้ก็คือว่ามันเกิดจากหินอะไรก็ได้ เกิดจากหินตะกอนหรือหินอัคนีก็ได้  ที่ผ่านความร้อนความดันสูงออกมากลายเป็นหินแปร หินแปรที่ว่าเกิดขากการผ่านความร้อนความดันสูงโดยที่ไม่หลอมเหลว คือมันยังคงสภาพที่จะกลายเป็นหินได้อยู่     

ถ้าหากเกิดการหลอมเหลวนั้นแสดงว่าไม่ใช้หินแปร  หินแปรที่ว่ามีทั้งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทั้งทางกายภาพและทางเคมีโดยที่มันจะมีการจัดผลึกใหม่  เกิดผลึกใหม่ขึ้นมา หรือว่าอีกอย่างก็คือจะเกิดการแทนที่ของแร่  จะทำใหม่หินธรรมดาทั้งหินอัคนี หินตะกอน หรือแม้แต่หินแปรด้วยกันเอง

เกิดการจัดผลึกใหม่ เกิดผลึกใหม่ และแทนที่ของแร่จนกลายเป็นหินแปรขึ้นมาอีกตัวหนึ่งก็ได้  ซึ่งทั้งหมดที่เราได้กล่าวมานี้มันอาจจะเกิดที่ดันสูงหรือความร้อนที่สูงอย่างใดอย่างหนึ่งโดยที่ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นทั้งสองอย่าง หรืออาจจะเกิดคู่กัน   ก็ได้

สุดท้ายนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตามหินทุกชนิดที่เกิดขึ้นมาบนโลกของเรานั้น  ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์และการนำไปใช้ที่แตกต่างกัน ซึ่งการนำไปใช้ประโยชน์ก็จะขึ้นอยู่กับลักษณะของหินว่ามีความเหมาะสมที่จะนำไปใช้ประโยชน์อย่างไรจึงจะเหมาะสมกับคุณสมบัติของมัน

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.    สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

ดาวบีเทลจุส

ดวงดาวต่างๆ ที่อยู่บนอวกาศนั้น มีมากมายจนเราไม่สามารถที่จะจำได้ ถ้าจะจำได้ก็คงจะเป็นดาวในระบบสุริยะของเรา

ถ้าเป็นดาวนอกระบบสุริยะก็คงจะเป็นอะไรที่จำยากนิดหน่อย อวกาศนั้นเป็นสิ่งกว้างใหญ่เอามากๆ ดาวดวงต่างๆ ที่ได้มีการถูกค้นพบ ก็มีมากเช่นเดียวกัน แต่ถึงแม้ว่าจะค้นพบดาวเคราะห์มากมาย   แค่ไหนนักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์ก็ยังไม่หยุดที่จะค้นหา เพราะพวกเขาเชื่อว่ายังมีดาวเคราะห์ต่างๆ ที่เรายังไม่สามารถค้นพบ

ดาวบีเทลจุส แน่นอนว่าเมื่อได้ยินชื่อดาวดวงชื่อนี้คงจะไม่คุ้นเคยกับคุณเท่าไหร่นัก และ 645 ปีแสงคือระยะห่างที่โลกของเรากับดาวบีเทลจุสห่างกัน ดาวบีเทลจุศที่ว่านี้มีสีส้มและยังปรากฏในเราได้เห็นมาตั้งแต่ในอดีต แสงของมันเป็นหนึ่งในดาวที่มีความสว่างมากที่สุดบนท้องฟ้า และถ้าเมื่อเรานำดาวดวงนี้มาแทนที่ของดวงอาทิตย์ มันจะกันวงโคจรไปจนถึงดาวพฤหัสบดีกันเลยนับว่าเป็นดาวที่ใหญ่เอามากๆ

แต่ดาวระยะถึง    645 ปีแสงทำให้เรานั้นมองเห็นมันเป็นเพียงจุดเล็กๆ บนท้องฟ้าเท่านั้น และแสงที่มันได้ปล่อยออกมามันจะเดินทางมาถึงโลกของเรานั้นใช้เวลาคือ 642 ปี

สำหรับแสงของมันนั้นเดินทางมาให้เราเห็นมาตั้งแต่ยุคมืดของยุโรป หรือตอนนั้นยังเป็นยุคสุโขทัยของเราอยู่เลย และเมื่อไม่นานมานี้ได้มีการค้นพบว่าดาวบีเทลจุสที่ว่านี้นั้นมีความไม่ปกติเกิดขึ้นกับมัน ในการสังเกตความผิดปกติ  ของดาวบีเทศจุสดวงนี้นั้นก็ทำได้ไม่ยากเลย เพียงแค่คุณเดินออกไปหน้าบ้านในตอนกลางคืนแล้วมองขึ้นไปบนท้องฟ้า

เราก็จะสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงของมันได้แล้ว สำหรับความผิดปกติที่ได้มีการสังเกตเจอเกี่ยวกับดาวบีเทลจุสที่ว่านี้ ก็คือแสงสีส้มที่ส่องมาให้เราเห็นเป็นจุดเล็กๆ นั้นแสงของมันได้หรี่ลงเรื่อย จากการสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของดาวบีเทลจุสนี้ทำให้   นักดาราศาสตร์ได้คำตอบมาว่ามันคงจะใกล้สิ้นสุดอายขัยของมันแล้ว

สุดท้ายนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีว่าดาวฤกษ์ คือ ดาวที่มีแสงสว่างในตัวเอง ดาวบีเทลจุสก็เช่นกันที่มันมีแสงสีส้มออกมา แสดงว่าดาวดวงนี้นั้นเป็นดาวฤกษ์ เช่นเดียวกันกับดวงอาทิตย์ และแน่นอนว่าคงจะไม่มีใครที่ไม่รู้ว่าดาวฤกษ์ที่มีแสงสว่างในตนเองที่ว่านี้ สักว่ามันก็ต้องสิ้นสุดอายุขัยของมันลง

 

สนับสนุนโดย.  ufabet สมัครสมาชิก

โลกคือดาวเคราะห์อย่างหนึ่ง

โลกคือดาวเคราะห์อย่างหนึ่งที่เอาไว้อยู่อาศัยของคนทั่วโลกหรือสิ่งต่างๆที่มีชีวิตรวมทั้งต้นไม้หรือเขายังมีทะเล โลกนั้นจะมีออกซิเจนอยู่ทำให้คนทั่วโลกสามารถดำเนินใช้ชีวิต 

โลกนั้นเป็นสิ่งสำคัญของคนทั่วโลกถ้าไม่มีโลกก็จะไม่มีคนหรือสิ่งต่างๆ โลก ได้ให้ชีวิตมากมาย โลกนี้ได้มีอายุมานานมากเกิดขึ้นมาแล้วในหลายล้านปี

 สิ่งมีชีวิตหรือคนนั้นได้มีการพัฒนามาจากในยุคเก่าหรือในอดีตที่ต้องเอาตัวเองอยู่รอดให้ได้ปัจจุบันนี้โลกของเราได้ถูกพัฒนามาจากอดีตเพื่ออยู่อาศัยและยังได้ตัดไม้ทำลายป่าเพื่อเอามาแปรรูปในการอยู่อาศัย

 สิ่งต่างๆหรือสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นบนโลกนั้นได้มีการพัฒนามาจากแสงแดดหรือดวงอาทิตย์นั่นเอง ดวงอาทิตย์นั้นเป็นแหล่งต้นพลังงานๆต่างโลกนั้นจะหมุนรอบดวงอาทิตย์และยังมีดาวอื่นๆอีกด้วย

โลกนั้นจะมีหลายยุคสมัยเพราะคนในอดีตรวมทั้งปัจจุบันได้ศึกษาสิ่งต่างๆบนโลกอีกทั้งยังได้จุดในที่ต่างๆบนโลกเพื่อศึกษาหรือสงสัยในสิ่งที่ตัวเองได้เรียนมาหรือได้ยินมา 

และยังได้ขุดพบเจอกระดูกสัตว์ต่างๆที่อาศัยอยู่ในยุคนั้นๆจะระบุอายุได้จากกระดูกนั่นเองทำให้รู้ว่าโลกใบนี้ได้เกิดขึ้นมานานแล้วนั่นเอง โลกใบนี้ได้ถูกคนพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆรวมทั้งพวกโรงงานทั้งหลายจะปล่อยของเสียออกมารวมทั้งควันที่เป็นพิษต่อโลกใบนี้

ทำให้ทุกวันนี้โลกของเราได้ถูกแสงแดดกินไปทีละนิด อีกทั้งยังมีคนที่ความรู้ได้พัฒนาให้ตัวเองขึ้นไปสำรวจบนดาวต่างๆได้ คนที่อยู่บนโลกจะมองเห็นทั้งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ได้ คนได้สามารถทำให้ตัวเอง

สามารถไปเหยียบดวงจันทร์ได้ทำให้คนทั้งโลกดีใจหรือภูมิใจในความเป็นคน ที่ที่อยู่ของดวงจันทร์นั้นจะอยู่นอกโลกหรือที่ทุกคนเรียกว่าจักรวาล 

โลกนั้นจะมีแรงโน้มถ่วงที่ทำให้ผู้คนสามารถเดินหรือวิ่งบนพื้นดินได้ส่วนจักรวาลหรืออวกาศนั้นจะไม่มีออกซิเจนเพื่อการหายใจของคนและยังไม่มีแรงโน้มถ่วงจำทำให้สิ่งต่างๆได้ยากลำบาก การที่คนเรานั้นออกไปบนนอกโลกเป็นการศึกษาอีกทั้งคนได้ทำสิ่งประดิษฐ์ที่เรียกว่าดาวเทียมเพื่อสอดส่องสิ่งต่างๆบนโลกได้ง่ายขึ้น

ปัจจุบันยังไม่พบสิ่งมีชีวิตข้างนอกโลกหรือดาวอื่นๆอีกทั้งคนบนโลกเรายังได้มีการทดลองเพื่อไปอาศัยนอกโลกอยู่แต่มีไม่มากเพราะยังเสี่ยงอยู่นั่นเอง การที่โลกนี้จะน่าอยู่มากขึ้นนั้นทุกคนจะต้องช่วยกันรักษาโลกใบนี้ให้น่าอยู่มากขึ้น

 

สนับสนุนโดย.    สมัครเอเย่นต์ ufabet

หุ่นยนต์

หุ่นยนต์ คือเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างหนึ่งที่มนุษย์คิดค้นและประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์เทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้าทั้งในด้านคอมพิวเตอร์และไอที เพื่อการทำงานที่ล้ำสมัยของธุกิจอุตสาหกรรมทั่วไปที่ใช้เมคคาทรอนิกส์ในการเป็นตัวเชื่อมในการทำงานของหุ่นยนต์ การสั่งการ การควบคุมภายใต้ระบบคอมพิวเตอร์ที่มนุษย์ประดิษฐ์และคิดค้นสร้างขึ้นมา เพื่อนำมาใช้ในความสะดวกสบายในการผลิตของบางชนิด

โดยที่ไม่ต้องใช้แรงงานจากคน ไม่ต้องจ้างงานจ้างเงินคนไห้เปลืองค่าใช้จ่าบเพราะยุคเศรษฐกิจฟุ้งเฟ้อแบบนี้ จะทำอะไรต้องนึกถึงถึงผลที่ตามมาด้วยว่าค่าใช้จ่ายมันพอสร้างหรือเปล่าพอจ่ายหรือเปล่าเป็นต้น หุ่นยนต์นั้นก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในภาคอุตสาหกรรมและวิศวกรรมที่ต้องการเทคโนโลยีสมัยใหม่แบบนี้ไปใช้ในการทำงาน

เพื่อลดระยะเวลาการทำงานไห้รวดเร็วและไห้ทันท่วงที หุ่นยนต์เป็นสิ่งประดิษฐ์อย่างหนึ่งที่ทำงานเหมือนกับมนุษย์อย่างเราได้ทุกประการ เช่นการทำงานตามเครื่องจักรกลของโรงงาน สิ่งประดิษฐ์หุ่นยนต์นี้สามารถใช้ได้ระยะยาวอยู่ได้หลายสิบปีเลยทีเดียวเพราะการใช้สิ้นส่วนวัสดุในการคิดค้นประดิษฐ์หุ่นยนต์นั้น

ต้องมีการเลือดอย่างละเอียดอ่อนพอสมควร และการเลือกใช้วัสดุที่แข็งแรงและทนทานเพื่อยืดระยะในการใช้งานของหุ่นยนต์ ซึ่งในอนาคตทีมคิดค้นและนักประดิษฐ์ในด้านนี้ก็จะสร้างหุ่นยนต์ที่ทำงานแทนมนุษย์ได้ทุกอย่างเลยทีเดียวก็ว่าได้เพื่ออำนวยความสะดวกสบายไห้แก่มนุษย์ ซึ่งในปัจจุบันก็มีมาบ้างแล้ว

ที่เห็นได้ชัดเจนเลยคือในต่างประเทศนั้นได้ประดิษฐ์หุ่นยนต์มาแล้ว แต่ประดิษฐ์ไห้พูดได้และเคลื่อนไหวร่างกายได้เสมือนอย่างมนุษย์ได้อย่างน่าทึ่ง อีกทั้งยังมีการป้อนข้อมูลคำพูดใส่ในหุ่นยนต์ไปอีก ทำไห้คนทั่วโลกอึ้งไปเลยทีเดียวกับหุ่นยนต์แบบนี้ ซึ่งประโยชน์ของหุ่นยนต์สาเหตุหลักก็คือ

1.ประดิษฐ์เพื่อตามเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพราะในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีสำคัญที่สุดกับชีวิตประจำวันของเรามาก

2.ลดแรงงานจากมนุษย์ ใช้หุ่นยนต์เข้าแทนที่คน ลดต้นทุนและลดการใช้แรงงานจากมนุษย์

3.ลดระยะเวลาการผลิต ไห้การผลิดเร็วขึ้นโดยใช้หุ่นยนต์ควบคุมการทำงานแทน เพราะการใช้หุ่นยนต์จะทำงานได้เร็วกว่าการใช้แรงงานจากคน

4.เปิดโลกเทคโนโลยีสมัยใหม่ เปิดการใช้เทคโนโลยีแบบการใช้หุ่นยนต์เพื่อสนองความต้องการของนักเทคโนโลยีบางกลุ่มที่สนใจด้านเมคคาทรอนิกส์

5.เป็นแรงงานสมัยใหม่ที่ไม่ต้องใช้คนมาทำ เพราะการจ้างแรงงานจากคนต้องจ่ายเงินเดือนเป็นจำนวนมาก

ซึ่งเห็นว่าประโยชน์ของหุ่นยนต์นั้นมันไม่ได้มีแค่นี้นะคะเพราะการที่เราจะสั่งการควบคุมในการใช้หุ่นยนต์นั้นมันก็ยากระดับหนึ่ง แต่ถ้าว่าด้วยเรื่องของเทคโนโลยีแล้วนั้น หุ่นยนต์คือเป็นที่ต้องการและมีแพลนจะใช้ในอนาคตมากที่สุด

 

สนับสนุนโดย    Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

ฮีโมฟีเลีย (Hemophilia)

ในวัยเด็กแน่นอนว่าการวิ่งเล่นหรือเล่นอะไร ที่มันจะเกิดอันตรายต่อตัวเองนั้นย่อมจะต้องมีเรื่องของบาดแผลตามมาด้วย ถ้าเมื่อพูดถึงเรื่องแผลถ้ามีแผลก็ต้องมีเลือกอย่างแน่นอน คือสิ่งที่มนุษย์ทุกคนจะต้องมี

สำหรับใครที่มักมีบาดแผลตั้งแต่เด็กๆ แล้วเมื่อมีเลือดไหลออกมา ถ้าในเด็กปกติหรือคนที่ปกติเมื่อมีแผลที่เล็กมาแล้วเลือดออกเล็กน้อยไม่จำเป็นที่จะต้องห้ามเลือด มันก็จะหยุดไหลไปดอง แต่สำหรับเด็กหรือคนที่เป็นโรคฮีโมฟีเลียนั้น ก็คงจะต้องมีการห้ามเลือดกันเป็นแน่

หลายๆ คนเคยสงสัยไหมว่าผู้ที่เป็นโรคฮีโมฟีเลียหรือโรคเลือดไหลไม่หยุดนั้น มันเกิดมาจากอะไรทำไมผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้เมื่อมีแผลแล้วเลือดถึงไหลไม่หยุด ในการที่คนปกติเรามีแผลแล้วเกิดเลือดไหลออกมาในปริมาณที่มากพอสมควรนั้นถือว่าเป็นอะไรที่น่าเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย

แต่สำหรับคนที่ป่วยเป็นโรคฮีโมฟีเลียแล้วนั้นยิ่งจะมีเลือดที่ไหลออกมามากกว่าเรายิ่งน่าเป็นห่วงเข้าไปอีก และในแต่ละปีเด็กไทยในจำนวนไม่น้อยที่ได้รับการวินิฉันจากแพทย์ว่าเป็นโรคเลือดออกง่ายฮีโมฟีเลีย ซึ่งเป็นโรคที่ได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม หรือก็คือโรคที่สามารถติดต่อกันได้ทางพันธุกรรมนั้นเอง และถ้าหากผู้ที่ป่วยเกิดมีอาการเลือดออกอย่างรุนแรงก็ จะเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตได้เช่นกัน ส่วนใหญ่โรคนี้มักจะพบในเด็กที่เป็นเพศชาย สำหับอาการของผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะมีลักษณะที่มีรอยฟกซ้ำดำเขียวเกิดขึ้นง่าย

หลังจากที่มีการกระทบกระแทกเกิดขึ้น บางครั้งก็อาจะเกิดขึ้นเอง นองจากนี้ยังอาจจะมีเลือดออกในข้อได้เวลาที่เกิดวิ่งแล้วหกล้ม หรือมีเลือดออกในกล้ามเนื้อลึกๆ และบางครั้งอาจจะรุนแรงมากจนมีเลือดออกในสมองได้ สำหรับโรคฮีโมฟีเลียนี้เราออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ HemophiliaA และHemophiliaB

ซึ่งทั้งสองชนิดนี้เกิดจากการขาดโปรตีนที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือด ที่เรียกว่า แฟคเตอร์8 และแฟคเตอร์9 ตามลำดับ โรคนี้อย่างที่ได้กล่าวไปว่าส่วนใหญ่นั้น จะพบได้ในเด็กผู้ชาย และอาการก็จะมีเลือดออกง่ายแต่หยุดยากซึ่งเป็นอาการสำคัญของผู้ป่วยโรคนี้ อาการเลือดออกนี้  ยังขึ้นอยู่กับอายุอีกด้วย บางครั้งเราอาจจะพบได้ในตั้งแต่เด็กแรกเกิดเนื่องจากว่าหลังจากที่คลอดออกมาอาจจะมีเลือดออกในสมองได้นั้นเอง

อย่างไรก็ตามถ้าใครถ้าคุณมีผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้อยู่ในครอบครัว หรือว่าจะเป็นตัวคุณเองที่ป่วย จะต้องค่อยสังเกตอาการและค่อยระมัดระวังเป็นอย่างมากที่จะไม่ให้เลือดออก

 

สนับสนุนโดย  gclub