AI จะทดแทนวงการแพทย์ได้แบบสมบูรณ์หรือไม่

AI จะทดแทนวงการแพทย์ การแพทย์เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต มีการนำข้อมูลที่เกี่ยวกับยีนส์ในระดับเทราไบต์ (10 ยกกำลัง 12 ยีนส์) เข้ามาช่วยเรียกว่าเป็นข้อมูลแห่งความเป็นจริง ที่เข้ามาช่วยเหลือด้านยารักษาโลกและการประกันชีวิต โดยมีการนำคอมพิวเตอร์เข้ามาเพื่อวิเคราะห์ข้อมูล นักวิทยาศาสตร์สามารถกลั่นกรองเพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง ด้วยการช่วยเหลือจากระบบ Artificial Intelligence หรือ AI ในระบบคอมพิวเตอร์

การนำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาเพื่อช่วยในการดูแลสุขภาพของมนุษย์นี้ เพิ่งจะเริ่มมีอย่างจริงจังเมื่อกี่สิบปีที่ผ่านมานี้เอง ในวงการเภสัชได้มีการคิดค้นยาสูตรใหม่ๆ ขึ้นมาโดยนำระบบ AI เข้ามาช่วย 

จากตัวเลขของการผลิตยาช่วงปี 2003-2013 หรือในรอบสิบปีพบว่า วงการแพทย์มีค่าใช้จ่ายในการผลิตยาเฉลี่ยที่ 2.6 พันล้านดอลลาร์ แต่ว่าส่วนมากจะต้องทิ้งออกไปกว่า 9 ใน 10 ส่วน นับเป็นการสูญเสียเงินโดยใช่เหตุ 

แต่ระบบ AI แบบใหม่ที่นำเข้ามาใช้จะดูถึงในระดับเนื้อเยื่อ,เซลล์, ยีนส์และโปรตีน เพื่อไปรักษาในจุดที่บกพร่อง(หรือเสียหาย) เหล่านั้น 

ระบบ AI ที่เห็นเด่นชัดคือการตรวจสอบความผิดปกติภายในร่างกายของคนด้วย MRI หรือการฉายรังสี x-ray 

เรามาดูเรื่องความก้าวหน้าของ AI ในวงการยากัน ลำดับแรกเลยคือต้องการเก็บโปรตีน “เป้าหมาย” เข้าสู่ฐานข้อมูล 2.สารพิษจะต้องถูกกำจัดออกไป 3.โปรแกรมจะนำสารโปรตีนเหล่านั้นมาผลิตเป็นยา และมีการทดสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า 4. เมื่อการทดสอบได้รับการยืนยันว่ารักษาโรคได้จริง ก็จะนำเข้าสู่โรงพยาบาลต่อไป

การผลิตยาชนิดใหม่ๆ กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ก่อนที่จะมีระบบ AI เข้ามาใช้ จะใช้เวลาในการทดสอบหลายปี และในวงการคลินิกที่สหรัฐอเมริกา กว่า 84 เปอร์เซ็นต์นำระบบ AI เข้ามาช่วยในการรักษาแล้ว 

เลยมีคำถามว่าระบบ AI จะเข้ามาแทนที่แพทย์ได้แบบครบวงจรหรือไม่ ถ้าเป็นในเรื่องของการฉายรังสีแล้ว ระบบ AI อาจเข้ามาแทนที่นักรังสีเทคนิค เพราะว่าจากการทำแบบสอบถามของ นักศึกษาแพทย์ชาวแคนาดากว่า 68 เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่าระบบ AI จะทำให้ความต้องการของสถาบันการแพทย์ที่มีต่อนักรังสีเทคนิคลดลง 

แต่ผู้เชี่ยวชาญรายหนึ่งกล่าวว่า AI ไม่สามารถเข้ามาแทนที่แพทย์ได้ เพราะว่าร่างกายของมนุษย์เป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก คนไข้แต่ละรายก็มีเคสของโรคที่ไม่เหมือนกัน นายแพทย์จะต้องอาศัยประสบการณ์ที่มีเพื่อรักษาผู้ป่วยที่ต่างกัน 

AI หรือระบบคอมพิวเตอร์จะมีการเก็บข้อมูลเป็นสถิติเพื่อประโยชน์ในการวินิจฉัยของโรคมากกว่า เรียกได้ว่าถึงคอมพิวเตอร์มีความฉลาดเพียงใด แต่ก็ต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการรักษาโรคของนายแพทย์อยู่ดี 

หรือมีคำกล่าวจาก ลีโอ แอนโทนี่ย์ เชลี่ นักสรีระวิทยาของห้องแล็บ M.I.T. กล่าวว่า “ข้อมูลด้านสุขภาพที่ได้จาก AI ก็เหมือนน้ำมันดิบ หากว่าเราไม่กลั่นกรองเสียก่อน มันก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี”

 

สนับสนุนโดย.    ufabet เว็บแม่

สารกำมันตรังสี

สารกำมันตรังสี หลายๆ คนคงจะเคยได้ยินเกี่ยวกับสารชนิดต่างๆ ที่มีอยู่บนโลกและสามารถนำสารเหล่านนั้นมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย 

แล้วแต่คุณสมบัติของสารนั้น แต่ว่าถึงสารเหล่านั้นจะมีประโยชน์และสามารถ      ทำอะไรได้หายอย่างมากมาย  แต่แน่นอนว่าเมื่อมันมีประโยชน์มัน  ก็ย่อมที่จะมีทาเช่นเดียวกัน เพราะสิ่งต่างๆ เมื่อมีประโยชน์ก็ต้องมีโทษเช่นกัน  แต่อยู่ที่ว่าจะมากน้อยแค่ไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับสารเช่นเดียวกัน

สารที่มีประโยชน์ก็มีอยู่มากมายที่อยู่บนโลกของเรา ที่มนุษย์ก็ได้มีการนำมาใช้ในด้านต่างๆ หลายๆ ด้าน และแน่นอนว่าสารชิดหนึ่งที่หลายๆ  คนได้ยินกันอยู่บ่อยๆ นั้นก็คือ “สารกำมันตรังสี” นั้นเอง

ในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีทันสมัยต่างๆ ได้ทำให้อาหารนั้นสะอาดปราศจากเชื่อโรค  โดยที่ไม่เสียสุขภาพและไม่เสียรสชาติเลยแม้แต่น้อยได้เกิดขึ้นแล้ว โดยวิธีการที่เรียกกันว่า  การฉายกำมันตรังสีนั้นเอง แล้วสารกำมันตรังสี  คืออะไรหลายๆ คนอาจที่จะสงสัยอยู่ไม่น้อย

สำหรับการฉายรังสีนั้นจะทำโดยใช้สารกำมันตรังสี จะเกิดการแตกตัวของอะตอมของสารนั้นๆ เช่น อะตอม๘องธาตุยูเรเนียม  โคบอนลต์หกสิบ และซีเซียม สำหรับสารกำมันตรังสีนี้    มีทั้งประโยชน์และโทษในตัวของมันเหมือนกับสารชนิดอื่นๆ สารกำมันตรังสีมีประโยชน์ต่อทางด้านการแพทย์เป็นอย่างมากที่จะนำสารกำมันตรังสีมาใช้ในเครื่องเอ็กซเรย์ รักษามะเร็ง

และนอกจากนี้ยังใช้ในทางการเกษตรในเรื่องของการถนอมอาหาร  และการปรับปรุงพันธุ์พืชได้อีกด้วย แต่ถ้าหากว่าร่างกายของเรานั้นได้รับสารกำมันตรังสีที่มากเกิดไปแล้วนั้น

ก็สามารถที่จะเป็นอันตรายต่อชีวิตของเราได้เลยทีเดียว เพราะสารกำมันตรังสีนี้ละเข้าไปทำลายกลไกล  ของการสร้างเม็ดเลือดขาว ทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายของเรานั้นทำงานผิดปกติลงจนสามารถทำให้เราเสียชีวิตได้  ในที่สุดนั้นเอง สำหรับการฉายรังสีกำมันตรังสีนี้กำลังเป็น    ที่นิยมเป็นอย่างมากสำหรับเกษตรกรไทย  และก็ได้มีผลไม้ที่เกิดจากการฉายรังสีเป็นจำนวนมากที่ได้ส่งไปขายยังต่างประเทศ   

สุดท้ายนี้ไม่ว่าสารกำมันตรังสีจะมีประโยชน์ในหลายๆ ด้าน   แล้วยังเป็นที่นิยมในหมู่เกษตรกร      ต่อย่างไรก็ตามสารกำมันตรังสี  ก็ยังมีความอันตรายมากอยู่ดี ถ้าหากว่าสารกำมันตรังสีเกิดการรั่วไหลขึ้นมาแล้วมีคนจำมากที่ได้รับสารกำมันตรังสีเข้าสู่ร่างกาย  แล้วละก็ไม่อยากที่จะคิดเลยว่าผู้ที่โชครายเหล่านั้นจะมาจบชีวิตลงโดยที่ต้องเองยังไม่ทันได้ตั้งตัว

 

สนับสนุนโดย.  Ufabet เข้าสู่ระบบ

นักวิจัยสันนิษฐานว่าโอไมครอนมาจากสัตว์

ซึ่งในหลายปัจจัยที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์มีข้อมูลว่าโอไมครอนอาจจะเคยเกิดขึ้น.  นักวิจัยสันนิษฐาน และมีวิวัฒนาการในร่างกายของหนูมาก่อน และ ก่อนที่จะกลับมายังมนุษย์โดยเชื้อโอไมครอนอาจจะเข้าไปซุ่มแล้วเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมอย่างช้าๆอย่างค่อยเป็นค่อยไปนานกว่า1ปีอยู่ในร่างกายของพวกมันและคอยเก็บสะสมยีสต์กลายพันธุ์จำนวนมากเอาไว้

โดยรูปแบบของการกลายพันธุ์แบบนี้ที่เกิดขึ้นในร่างกายของหนูก่อนที่จะกลับมาสู่มนุษย์ไม่เคยพบการระบาดแบบนี้มาก่อนซึ่งตรงนี้มีความเป็นไปได้ว่าการกลายพันธุ์ในลักษณะแบบนี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบนบริเวณหนามโปรตีนอย่างน้อยๆ50ครั้งในร่างกายของหนูก่อนที่จะกลับมาสู่มนุษย์นั่นเอง

ปัจจุบันนี้ถ้าไปดูแนวทางเบื้องต้นที่เป็นข้อสันนิษฐานของบรรดานักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกมีการสรุปง่ายๆว่าที่มาที่ไปของเชื้อโอไมรอนน่าจะมาอยู่3สาเหตุด้วยกันหนึ่งก็คือการกลายพันธุ์ในร่างกายของผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องนี้ถือว่าเป็นข้อสันนิษฐานแรก

หลังจากที่เราได้ยินเรื่องของการกลายพันธุ์จนกระทั่งมาเป็นเชื้อโอไมครอนในแอฟริกาใต้นี้คือสาเหตุเองต้นหรือว่าอาจจะมาจากการกลายพันธุ์ในร่างกายของผู้ป่วยหลังจากติดเชื้อโควิดในลักษณะเรื้องรังนี่ก็มีความเป็นไปได้เหมือนกันหรือข้อสุดท้ายก็คือการกลายันธุ์

ในสัตว์ที่ติดเชื้อสายพันธุ์ดั้งเดิมจากมนุษย์แล้วตามมาด้วยสัตว์เหล่านั้นแพร่เชื้อกลายพันธุ์ใหม่แล้วค่อยๆมีวิวัฒนาการในร่างการของสัตว์ก่อนที่จะกลับมาติดมนุษย์อีกรอบหนึ่งนี่คือข้อสันนิษฐานที่วันนี้คุยกันที่ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์ยังมีแนวโน้มที่จะเชื้อว่า

เชื้อโมไมครอนนั้นอาจจะมาจากการกลายพันธุ์ของผู้ที่มีความคุ้มกันบกพร่องมากกว่าเพราะฉนั้นเรื่องของการที่สัตว์ต่างๆติดเชื้อจากคนแล้วก็มีการกลายพันธุ์ก่อนที่จะกลับมาสู่มนุษย์ใหม่นั้นถือว่าเป็นข้อสันนิษฐานใหม่

ซึ่งตรงนี้เองทำให้เชื้อมีวิวัฒนาการสายพันธุ์ใหม่ที่ต่างไปจากเดิมเป็นอย่างมากแล้วก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เชื้อเหล่านี้สามารถแพร่กระจายได้เร็วมากกว่าเดิมหลายเท่า แต่ว่าความรุนแรงเมื่อเทียบแล้วยังน้อยกว่าเดลต้าด้วยซ้ำเรื่องนี้ทาง ดร. นักไวรัสวิทยาจากโรงพยายาบาลประจำมหาวิทยาลัยในประเทศเยอรมนี

คาดว่าการกลายพันธุ์ของโอไมครอนจริงๆแล้วอาจจะไม่ได้เกิดในประเทศแอฟริกาใต้ด้วยซ้ำซึ่งตรงนี้มีความเป็นไปได้ว่าเชื้อนี้อาจจะมาจากในพื้นที่อื่นในประเทศอื่นแต่อยู่ในภูมิภาคแอฟริกาเหมือนกันในช่วงที่มีการระบาดในช่วงของฤดูหนาวโดยจะมีโอกาสที่ทำให้เชื้อโรคต่างๆจะแพร่กระจายได้เร็วถ้าเทียบกับเรื่องของฤดูกาลอื่นๆ

 

สนับสนุนโดย.    gclub ผ่านเว็บ

ข้อเท็จจริงกับอวกาศที่ไม่มีอยู่ในตำราเรียน

สำหรับดาวเคราะห์ ยูเรนัส หรือ ยูเรนัสเป็นดาวที่คุณไม่อาจเอาชนะได้เช่นกันดาวดวงนี้ได้หมุนไปด้านข้าง ข้อเท็จจริงกับอวกาศ และนักดาราศาสตร์ก็ยังไม่รู้ว่าทำไมมันถึงได้เลือกตำแหน่งที่พิสดารขนาดนี้ต้นเหตุของเจ้าสิ่งนี้อาจจะเกิดจากการปะทะครั้งโหราณตั้งแต่ยุคโบราณ

ซึ่งมาถึงตอนนี้ก็ยังเป็นเพียงแค่ทฤษฎีแล้วนี้ก็ยังได้เป็นดาวเคราะห์เพียงดาวเดียวที่หมุนไปด้านข้างดวงอาทิตย์ของเราใหญ่จนหน้าเหลือเชื่ออย่างเห็นหลักฐานไหม99.86%ของมวลทั้งหมดในระบบสุริยะคือปริมาณจากมวลดวงอาทิตย์หรือจะให้พูดเจาะจงไปกว่านั้นนั่นคือปริมาณก๊าซไฮโดรเจนและฮีเลี่ยมที่สร้างดวงอาทิตย์ขึ้นส่วน0.14%ที่เหลือส่วนใหญ่คือมวลดาวเคราะห์อื่นๆอีก8ดวงในระบบสุริยะ

นอกจากนี้โลกอาจจะไม่ใช่ดาวเคราะห์ดวงเดียวในระบบสุริยะที่มีแผ่นเปลือกโลกที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดนักดาราศาสตร์ได้ตรวจพบพื้นดินบางส่วนที่ดูคล้ายหน้าผาบนดาวพุธถาเป็นแบบนั้นการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกก็อธิบายของการหดตัวอย่างรวดเร็วของดาวพุธได้

เนื่องจากนี้ในหนังไซไฟเกี่ยวกับอวกาศส่วนใหญ่ตัวละครหลักที่เข้าไปในวงแหวนดาวเคราะห์น้อยจะต้องหลบหลีกดาวเคราะห์น้อยที่นับไม่ถ้วนที่พยายามจะทำลายยานอวกาศต้องขอโทษด้วยที่ต้องทำให้ผิดหวังเพราะว่ามันไม่เป้นความจริงวงแหวนดาวเคราะห์น้อยเพียงหนึ่งเดียวที่นักดาราศาสตร์รู้จักอยู่ระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัส

เพราะฉะนั้นแล้วที่แห่งนั้นมีดาวเคราะห์น้อยนับล้ายดวงแต่มันอยู่ห่างกันมากเสียจนโอกาสที่จะปะทะกับอะไรก็ตามแทบจะไม่มีคุณทำลายจินตนาการหมดเลย

ดังนั้นวงโคจรของดาวเนปจูนตรงแทบไคเปอร์ที่ยังคงเป็นปริศนานั้นที่นั่นเต็มไปด้วยวัตถุที่เป็นน้ำแข็งขนาดใหญ่ถึงอย่างนั้นสิ่งที่ช่วยน่าสงสัยที่สุดก็คือรูปแบบของสิ่งเหล่านี้นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถอธิบายรูปแบบของการเคลื่อนที่ของมันได้คำอธิบายเดียวคือดาวเนปจูนอาจจะซ้อนดาวเคราะห์ขนาดใหญ่อีกดวงหนึ่งจากสายตาของเราเอาไว้ดาวเคราะห์ในนามสมมุติฐานนี้ได้ชื่อเรียบร้อยว่าว่าเป็นดาวเคราะห์ดวงที่9

ซึ่งเราก็จะรอจนกว่าจะได้รับคำยืนยันว่ามันได้มีอยู่จริงหรือไม่ภูเขาไฟบนโลกได้มีความแตกต่างจากภูเขาไฟบนดาวพลูโตชนิดที่ว่าไฟกับน้ำแข็งเราก็ได้หมายความตามนั้นเลยขณะที่ภูเขาไฟบนดาวของเราได้พ่นลาวาออกมาภูเขาไฟบนดาวพลูโตพ่นน้ำแข็ง

เมื่อเกิดสภาพเยือกแข็งน้ำจะขยายตัวและแรงดันมหาสารจะทำให้เกิดปรากฏการร์นี้ในวันหนึ่งน้ำแข็งมันก็จะระเบิดออกมาในกระบวนการนี้ภูเขาไฟเยือกแข็งก็จะก่อตัวขึ้นมานั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.    gclub เว็บตรง