Quantum กับคอมพิวเตอร์

Quantum กับคอมพิวเตอร์ เรื่องราวความลึกลับซับซ้อนคำนามอัศจรรย์ใจต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาบนโลกของเราหรือแม้แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นนอกโลกของเราเองตาม  ซึ่งในวันนี้เรื่องราวที่เรากำลังจะพูดถึงนั้นมันจะเกี่ยวข้องกับอะไรและจะน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน  เราอยากให้ทุกคนติดตามและศึกษามาพร้อมกันแต่จะต้องแอบไปก่อนตรงนี้เลยว่าสิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงนั้น

  ไม่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของอนุภาคควอนตัมที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์อย่างเรานั่นเอง 

หลายคนเคยได้ยินเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสภาพความตามหลายคนก็อาจจะยังไม่เคยได้ยินคุณรู้หรือไม่ว่าอนุภาคควอนตัมนั้น  มันเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์มากๆเลยทีเดียวถ้าคุณได้ลองศึกษามันดูจริงๆเราก็ควรจะรับรู้ว่าอนุภาคหนึ่งอนุภาค  มันจะมีความลึกลับซับซ้อนได้มากมายเพียงนี้เชียวหรือ

นักวิทยาศาสตร์ต่างๆนั้นพยายามที่จะศึกษาเรื่องราวทั้งที่เกิดขึ้นมาบนโลกของเรา  หรือแม้แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นนอกโลกของเราเองก็ตาม

  ซึ่งในวันนี้สิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงนั้นก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว  เพราะว่ามันจะของอนุภาคควอนตัมอย่างที่เราได้กล่าวไว้ข้างต้นแต่ถ้าหากคุณอยากจะดูว่ามันเกี่ยวข้องยังไงเราไปทำความรู้จัก  และศึกษามันพร้อมกันเลยดีกว่ากับเรื่องราวที่มีชื่อว่า  Quantum กับคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ แบบคลาสสิค จะมีหน่วยย่อยที่สุดคือบิท ซึ่งมีสถานะ 0 หรือ 1 ตัวใดตัวหนึ่งในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น

  ส่วนคอมพิวเตอร์เชิงควอนตัมจะมีหน่วยย่อยที่สุดคือควอนตัมบิทด้วยคอมพิวเตอร์เชิงควอนตัมจะมีได้ทั้งสถานะ 1 และ 0 ไปพร้อมๆกันทำให้คอมพิวเตอร์เชิงควอนตัม จะมีการประมวลผลขั้นพื้นฐานที่เร็วกว่า  คอมพิวเตอร์คลาสสิค เป็นอย่างมาก

ในขณะที่คอมพิวเตอร์แบบคลาสสิคประมวลผล แบบเป็นเส้นตรงจากคอมพิวเตอร์เชิงควอนตัมจะประมวลผลพร้อมๆกันโดยใช้หลักการทับซ้อนของอนุภาคโดยจนถึงปัจจุบันนี้ ค่อนตามคอมพิวเตอร์ของ Google ได้ใช้หน่วยประมวลผล 53 ควอนตัมบิทในการทดลองสุ่มตัวเลขกว่าล้านชุดผ่าน algorithm ของ Google และเปรียบเทียบกับคอมพิวเตอร์คลาสสิค 

ปกติพบว่าตัวเลข ที่ออกมาบังถ้ามีผลลัพธ์ถูกต้องด้วยคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทดลองนั้นมีชื่อว่า Sycamore ประมวลผลได้รวดเร็วกว่า  คอมพิวเตอร์เครื่องที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างฉันกล่อง IPM หลายเท่าด้วย โดย Sycamore สามารถคำนวณโดยใช้เวลาแค่ 200 วินาทีส่วนซัมมิท ต้องใช้เวลาถึง 10,000 ปี

อย่างไรก็ตามเรื่องราวต่างๆเหล่านี้นั้น  ยังมีอะไรให้เราได้ศึกษากันอยู่อีกมากมายถ้าคุณสนใจที่จะศึกษาได้เรียนรู้เกี่ยวกับมันต่อแล้ว  ก็มันก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยสำหรับในยุคปัจจุบันนี้ซึ้งหาคนนี้ลองศึกษาเรื่องราวเหล่านี้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง แล้วก็คุณจะรับรู้ว่ามันมีความลึกลับซับซ้อนและความน่ามหัศจรรย์มากน้อยเพียงใด 

 

สนับสนุนโดย.  ufabet บาคาร่าออนไลน์

ควอนตัมคืออะไร

มีเรื่องต่างๆมากมายที่เกิดขึ้นมาบนโลกของเรา  ควอนตัมคืออะไร หรือแม้แต่เกิดขึ้นนอกโลกของเราเองตามสิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ  และน่าศึกษาไม่น้อยเลยทีเดียวจะต้องบอกให้ก่อนตรงนี้เลยว่าสำหรับเรื่องราวที่เรากำลังจะกล่าวถึงต่อไปนี้นั้น  มันเกี่ยวข้องกับเรื่องคุณสมบัติของควอนตัมที่เกี่ยวกับตัวเรานั่นเอง

ได้เลยว่า  หลายคนเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับควอนตัม  แต่หลายคนก็อาจจะยังไม่เคยได้ยินมาก่อนซึ่งแน่นอนมันอาจจะเป็นเรื่องที่แปลกใหม่สำหรับใครหลายๆคน  แต่คุณเชื่อหรือไม่ว่าถ้าคุณได้ลองไปศึกษามันดูจริงๆแล้วเราก็ควรจะรับรู้ว่าสิ่งที่เรากำลังจะกล่าวถึงต่อไปนี้นั้น   มันมีความน่าสนใจมากมายเพียงใดถ้าหากคุณอยากจะรู้แล้วว่า  เรากำลังจะพูดถึงเรื่องอะไรเราไปติดตามและศึกษามันพร้อมกันเลยดีกว่า 

คุณรู้หรือไม่ว่าต่อให้จะเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งแค่ไหนมัน  ก็ยังคงมีบางเรื่องเราอยู่ดีที่พวกเขาไม่สามารถศึกษาและหาคำตอบเกี่ยวกับสิ่งต่างๆเหล่านั้นได้  อาจจะต้องใช้เวลายาวนานหรือว่ารออีกสักหน่อยเพื่อให้การวิจัยหรือว่าการสำรวจนั้น  เป็นที่แน่ชัดว่าสามารถที่จะพิสูจน์ได้จริงๆสำหรับในวันนี้เรื่องราวที่เรากำลังจะพูดถึงก็อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น 

ถ้าคุณอยากจะรู้ว่ามันเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับอะไรเราไปศึกษาและทำความรู้จักกันเลยดีกว่ากับเรื่องราว  ที่มีชื่อว่าควอนตัมคืออะไรนั่นเอง ควอนตัมศัพท์มาจากภาษาละติน คำหนึ่งซึ่งแปลว่าเท่าไหร่นั่นเอง  ควอนตัม  นั้นมีความหมาย แปลว่า ก้อนหมายถึงกลุ่มก้อนของพลังงานจากการแผ่รังสีของวัตถุดํา  กลศาสตร์ควอนตัมใช้อธิบายปรากฏการณ์ที่วัตถุดําแผ่รังสีออกมาได้ดีกว่ากลศาสตร์นิวตัน

หรือกลศาสตร์แม่เหล็กไฟฟ้า ของแมกซ์เวลล์ ง่ายๆคือยกตัวอย่างเช่นเมื่อโลหะโดนความร้อนสูง  มันจะแผ่รังสีความร้อนออกมาที่ความถี่เฉพาะค่า 1 เสมอ  ทำให้เมื่ออุณหภูมิสูงถึงจุดหนึ่งโลหะจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง  และเมื่ออุณหภูมิร้อนขึ้นกว่าเดิม  มันก็จะเปลี่ยนเป็นสีฟ้าซึ่งกลศาสตร์นิวตันที่อธิบายเรื่องแรง  หรือกลศาสตร์แม่เหล็กไฟฟ้า 

ไม่สามารถอธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ได้ด้วยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวัตถุอนุภาคเล็กกว่าอะตอม  เพราะในโลกที่อนุภาคมูลฐานเล็กกว่าอะตอมจะมีปรากฏการณ์ที่ผิดกับหลักสามัญสำนึกเกิดขึ้น  ไม่มีอยู่ในโลกไม่ทั่วไปแม้แต่นักฟิสิกส์อย่าง Richard feynman ซึ่งได้รับรางวัลโนเบล  ก็ยังพูดว่าเขาไม่เข้าใจควรตามเลยและถ้ามีใครที่คิดว่าเขาก็ใจมันแล้วก็แสดงว่าเขายังไม่เข้าใจหรือแม้แต่คนคิดทฤษฎีกลศาสตร์ควอนตัมขึ้นมา  ก็ยังงงกับทฤษฎีของตัวเองว่าแสงเป็นทั้งคลื่นและอนุภาคได้

อย่างไรแสงที่มีคุณสมบัติเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านี้ปล่อยพลังงานออกมาเป็นก้อนอนุภาคได้อย่างไรโดยเราเรียกอนุภาคของแสงว่าโฟตอน  ซึ่งมีก้อนพลังงานเล็กๆที่เรียกว่าพี่ควอนต้าซึ่งเป็นจุดกำเนิดของทฤษฎีควอนตัมนั่นเอง 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  สมัคร sbobet โดยตรง

คลื่นแม่เหล็กพิศวงที่ทะเลสาบโลน่า

มีเรื่องอะไรอีกหลายอย่างมากมาย  ที่มีความน่าสนใจ คลื่นแม่เหล็กพิศวง และน่าศึกษาเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาบนโลกของเรา  หรือแม้แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นนอกโลกของเราเองก็ตามซึ่งในวันนี้เรื่องราวที่เรากำลังจะมาถึงมันเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์แปลกลึกลับ  ที่วิทยาศาสตร์ยังหาคำตอบไม่ได้มีเรื่องราวต่างๆมากมายที่วิทยาศาสตร์ 

ไม่สามารถหาคำตอบได้แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ไม่เคยหยุดที่จะศึกษาและค้นหาพวกมันเลยแม้แต่น้อยไม่พูดมาถึงขนาดนี้แล้ว 

หลายคนก็คงอยากจะรู้ว่าเรากำลังจะกล่าวถึงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับวันใด  ถ้าคุณอยากรู้ก็ต้องลองศึกษาและติดตามพร้อมกันแต่จะต้องแอบกระซิบไว้ก่อนเลยว่าเรื่องราวที่เรากำลังจะพูดถึงเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว 

มีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมายรักและดวงดาว  ที่เรายังไม่ได้พูดถึงและแน่นอนว่าสิ่งที่เรากำลังจะถึงดาวไปนี้นั้นมันเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์สุดแปลกและลึกลับ  ที่นักวิทยาศาสตร์ยังหาคำตอบไม่ได้แน่นอนว่าเรื่องราวดังกล่าวนั้นมันเกิดขึ้นมาบนโลกของเรา 

ซึ่งทหารทุกคนอยากจะรู้เราไปทำความรู้จักและศึกษามาพร้อมกันเลยดีกว่ากับเรื่องราว  ที่มีชื่อว่าคลื่นแม่เหล็ก ที่สูงที่ทะเลสาบโลน่านั้นเอง นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางไป  ยังเมืองออรังกาบัด  ประเทศอินเดีย  เพื่อเยี่ยมชม ถ้ำมรดกโลกอย่าง ashura ที่ได้ชื่อว่าเป็นวัดธรรมในพระพุทธศาสนาที่งดงามใดเก่าแก่ที่สุดในโลก

  ถึงแม้ว่าจะมีคนจำนวนมากเดินทางมาท่องเที่ยว ณ ที่แห่งนี้แต่ยังมีอีกสถานที่หนึ่งที่มีน้อยคนนัก  จะรู้จักกับทะเลสาบสุดลึกลับอย่างทะเลสาบ Luna ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองออรังกาบัดเพียง 4 ชั่วโมงเท่านั้น  ทะเลสาบโลน่า  อยู่ที่เขตบุดดา ห่างจากส่วนราชการทางตะวันตกของประเทศอินเดีย

  ในเดือนพฤศจิกายนปี 2004 ดาวเทียม terra ของ NASA และตรวจพบผ้าบางอย่างที่ดูผิดปกติ  ซึ่งรายได้จากดาวเทียมถูกรบกวนด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า  บริเวณเหนือทะเลสาบโลนาและดูเหมือนว่าทะเลสาบแห่งนี้  จะหายไปจากจอเรดาร์อย่างน่าพิศวง

  ซึ่งหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวนักวิทยาศาสตร์ของ NASA   และเจ้าหน้าที่สำรวจทางธรณีอยากของประเทศอินเดียได้พยายามหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ผิดปกติ  ที่ทะเลสาบโลน่าแห่งนี้   มีลักษณะเป็นวงกลมมีความลึกราว 150 เมตรกว้างประมาณ 1800 30 เมตร 

ซึ่งหลังจากที่นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการสำรวจจึงพบว่าทะเลสาบแห่งนี้มีการรบกวนของคลื่นแม่เหล็กที่สูงมาก  ผิดปกติจนทำให้เข็มทิศใช้งานไม่ได้เมื่ออยู่ในบริเวณแห่งนี้และหลังจากนั้น  ได้มีการสำรวจทางธรณีวิทยาจึงได้ทราบว่าทะเลสาบโคลนหน้าอาจเกิดจากการพุ่งชนของอุกกาบาตเมื่อหลายล้านปีก่อน  จนกลายมาเป็นทะเลสาบในปัจจุบัน  ซึ่งสิ่งที่ถูกกว่าบาทที่ตกลงมายังพื้นที่บริเวณแห่งนี้มีการกระจายตัวของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่สูงมาก  ออกมารบกวนสัญญาณเรดาร์นั้นเอง 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    gclub slot เล่นผ่านเว็บ