ทำไมบางคนถึงหายจากการติดเชื้อ COVID-19

ในตอนนี้เชื่อได้เลยว่าหลายๆ คนก็คงจะอยู่บ้านกักตัวกันเนื่องจากว่า สถานะการณ์ตอนนี้มีโรคระบาดเกิดขึ้น โรคระบาดนั้นมีมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ความรุนแรงของแต่ละโรคก็แตกต่างกัน       ไปด้วย ในตอนนี้ไวรัสโคโรน่าหรือชื่ออย่างเป็นทางการก็คือ COVID-19 ที่ว่ามันทำให้เกิดผลกนะทบต่างๆ มากเป็นไวรัสที่กำลังระบาดอยู่ในช่วงนี้ ด้วยเหตุจึงทำให้เกิดผลกระทบต่างๆ มากมายตามมา

ไวรัสโคโรน่าหรือCOVID-19 แน่นอนว่าจะต้องมีคนสงสัยว่า ผู้ที่ติดเชื้อบางคนทำไมถึงหายเป็นปกติได้ ก่อนอื่นต้องบอกไว ณ ที่นี้ก่อนว่า จากเหตุการณ์ไวรัสโคโรน่าหรือ COVID-19 ที่ยังคงแพร่เชื้อระบาดอย่างหนักอยู่ในตอนนี้ มันจึงทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นไปอีก แต่ในช่วงเวลาก็ไก้มีการออกกฎมากมายมาบังคับใช้เพื่อให้ลดจำนวนของผู้ติดเชื้อลงบ้าง อย่างที่รู้ๆ กันว่าผู้ติดเชื้อ มัทั้งหายจากการติดเชื้อเป็นปกติได้

แต่บางคนก็อาการหนักถึงขั้นเสียชีวิต ในส่วนของผู้ที่หายจากการติดเชื้อได้ มีหลายการอธิบายว่าการติดเชื้อไวรัส และหายเป็นปกติได้เนื่องจากว่า ผู้ป่ายคนนั้นมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงมากพอที่จพกำจัดเชื้อไวรัสได้ และหลังจากที่กำจัดเชื้อไวรัสออกไปแล้วรางกายของเราก็จะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเพื่อปกป้องไวรัสชนิดนั้นๆ ออกมา

และถ้าหากมีครั้งต่อไปก็จะไม่ติดเชื้อเดิมซ้ำอีก แต่ถ้าหากว่ามีการติดเชื้อขึ้นมาอีกครั้งนั้นก็แสดงว่าได้มีการติดเชื้อตัวใหม่ขึ้น ไม่ใช่เชื้อตัวเดิมอย่างแน่นอน ดังนั้นแล้วผู้ที่จะมีโอกาสในกสรหายจากการติดเชื้อไวรัส ก็คือผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันที่ดีนั้นเอง แน่นอนว่าเมื่อมีผู้ป่วยเป็นจำนวนมากที่หายจากการติดเชื้อในครั้ง แต่ก็มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยเช่นเดียวกันที่ต้องจากจากการติดเชื้อไวรัสCOVID-19 

อย่างที่เราก็รู้กันดีว่าโอกาสที่จะรักษาหายก็มีมาก แต่โอกาสที่จะไม่หายก็มีเช่นเดียวกัน ดังนั้นเราก็ต้องยอมรับข้อนี้ให้ได้ เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็จงคิดเสียว่า ชีวิตของเราคงมาถึงจุดสิิ้นสุดแต่เพียงเท่านี้ แต่ถ้าหากคุณคิดว่าคุณจะหายจากโรคนี้ให้ได้ คุณก็ต้องสู้ถึงแม้ว่าอนาคตเราจะยังไม่รู้ผลลัพธ์ก็ตามที ทุกสรรพสิ่งบนโลกมีเกิด มีแก่ มีเจ็บ แล้วก็มีตายเป็นเรื่องธรรมดา 

แต่สุดท้ายนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เราอยากให้ทุกคนช่วยกับทำตามกฎข้อบังคับอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นการป้องกันตัวเองจากโรค และช่วยลดจำนวนของผู้ติดเชื่อให้น้อยลง และทีมแพทย์ก็จะได้พักเร็วขึ้นอีกด้วย แน่นอนว่าทุกคนมีความกังวลกันเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก แต่ทุกอย่างไม่ต้องผ่านพ้นไปได้ด้วยดีอย่างแน่นอน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สมัคร Gclub

ผู้หญิงจีนที่กำลังกินซุปค้างคาว

ตั้งแต่ในอดีตจนมาถึงปัจจุบันนี้มันเคยมีโรคระบาดร้ายแรงเกิดขึ้นมาก็หลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งก็กินเวลายาวนานเป็นอย่างมาก ในหลายๆ ครั้งๆ ที่มีโรคระบาดเกิดขึ้นมันทำให้เราได้เห็นในหลายมุมมองที่เราเองไม่เคยได้เห็นมาก่อน ได้เห็นผลกระทบต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้น จนบางคนเกิดความท้อแท้ต่อชีวิต แต่เชื่อเถอะว่าถ้าหากผ่านช่วงนี้ไปได้แล้ว ไมว่าจะทำอะไรมันก็จะดูเป็นเรื่องที่ง่ายไปเสียทุกอย่าง ถ้าหากเราเป็นผู้โชคดีที่ไม่ติดเชื่อเราก็ยังมีดอกาสที่จะสู้ชีวิตต่อไป ชีวิตของคนเรามันไม่สิ้นสุดเพียงเท่านั้นหรอก

หลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นมาในช่วงนี้มันมีผลต่ออะไรหลายอย่างมากๆ ผู้คนมากมายต่างเกิดความกังวลต่อสิ่งที่เรากำลังเผชิญ ที่เรียงว่าโรคระบาด กังวลว่าเราจะติดไหม และอีกหลายเรื่องมากมายเต็มไปหมด การเกิดโรคระบาดในครั้งนี้ก็ได้มีหลายคนออกมาแสดงความคิดเห็นต่างๆ มากมาย เช่นเดียวกับเรื่องที่เรากำลังจะนำเสนอต่อไปนี้ มนุษย์เนสเชื่อว่าได้รับเชื้อ COVID-19 มาจากค้างคาว

ในคณะที่นักวิทยาศสตร์ยังไม่ได้สามารถเข้าใจได้อย่างแน่ชัดว่า COVID-19 มาจาแหล่งใดกันแน่ และถึงแม้ว่าการเปรีบยเทียบลำดับทางพันธุ์หรรมของไวรัสในสกุล เบต้าโคโรน่าไวรัส มันได้แสดงคาวมคล้ายคลึงของไวรัสโคโรน่าในค้างคาวถึง 96%     แต่จากการวิจัยเพิ่มเติมล่าสุดสามารถที่จะระบบุได้ว่า COVID-19 นั้นมีข้อมูลทางพันธุกรรมเดียวกนกับไวรัสติดเชื้อในตัวนิ้ม

ซึ่งมันมีความคล้ายคลึงกันมากถึง 99% แต่คนส่วนใหญ่แล้วก็ยังคงเชื่อว่า COVID-19 ได้แพร่กระจายไปยังมนุษย์ หลังจากที่มีคนกินค้างคาวที่ติดเชื้อเข้าไป และหนึ่งในนั้นก็คือผู้บล็อกเกอร์สาวชาวจีน Wang Mengyun ซึ่งได้มีการปรากฏคลิปของเธอในคณะที่กำลังกินซุปค้างคาวที่อ้างว่าเกิดขึ้นในภัตาคารแห่งหนึ่ง

ที่เมืออู่ฮั่นในประเทศจีน ซึ่งเป็นแห่งของเชื้อไวรัสCOVID-19 ที่กำลังระบาดอยู่ในตอนนี้ และคลิปของเธอก็ได้ถูกวิจารฯ์อย่างกหนักว่าเป็นส้วนหนึ่งของการแพร่ระบาด จากคนสู่คนจนกลายมาเป็นภาวะวิฤกตในคณะนี้  Wang Mengyun ได้ออกมายอมรับว่าเธอคือบุคคลในคลิปจริงแต่เธอได้บอกว่าคลิปกินซุปค้างคาวเกิดขึ้นเมื่อปี 2016

ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อน ก่อนที่ไวรัส  COVID-19 จะปรากฏตัวขึ้นมา แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามที่สถานะการณ์ของก็ยังไม่ได้ดีขึ้นเลย ดังนั้นในเวลานี้ถ้าเราเอาเวลา ที่ไปโทษคนนั้นคนนี้ว่าเป็นสาเหตุก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา สู้เรามาช่วยกับทำให้มันหายไปจากโลกของเราในเร็วจะดีกว่า

 

สนับสนุนโดย  gclub ฝากขั้นต่ำ 20

ไวรัสต่างกับแบคทีเรียยังไง

ไวรัสกับแบคทีเรียนั้น แน่นอนว่าเราต้องเคยได้ยินผ่านๆ มาอยู่แล้ว โดยเฉพาะในช่วงนี้มีโรคระบาดเกิดขึ้น และดรคที่ว่านี้ก็มีชื่อว่า Covid 19 นั้นเอง ในส่วนของแหล่งที่มาหรือว่าต้นตอของเรื่องหลายๆ คนก็อาจจะรู้กันดีอยู่แล้ว แต่วันนี้เราไม่ได้จะมาพูดเกี่ยวกับ โรคระบาดโรคนี้หรอกนะ แต่เรื่องที่เรากำลังจะพูดถึงนั้นก็คือ เรื่องเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างไวรัสกับแบคทีเรีย ว่าสองอย่างนี้มันมีความแตกต่าง หรือว่าเหมือนกันอย่างไรบาง

เชื่อว่าหลายๆ คนในที่นี้ เคยผ่านการเรียนชีวะกันมาก่อน หรือใครที่ไม่เคยไได้เรียน ก็คงจะเคยได้ยิน คำว่าไวรัสกับแบคทีเรียกันมาบ้างไม่มากก็น้อย คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าไวรัสและแบคทีเรียสองอย่างนี้มันแตกต่างกันอย่างไร

และในวันนี้เราจะมาหาคำตอบกัน ข้อแตกต่างระหว่างไวรัสกับแบคทีเรีย มีอยู่ดังนี้ แบคทีเรียนั้นจัดได้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็กเอามากๆ  ไม่สามารถมองด้วยตาเปล่าได้ แบคทีเรียจัดได้ว่า เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีออร์แกเนลล์ที่มีเยื่อหุ้ม

ในส่วนของตัวแบคทีเรียนี้รูปร่างหน้าตาของมันก็จะแตกต่างกันออกไป แล้วแต่ชนิด ในส่วนของไวรัส ทุกวันนี้นักวิทยาศาสตร์ก็ยังมีการเถียงกันอยู่ว่า เราควรจะจัดไวรัสให้เป็น สิ่งมีชีวิต หรือ สิ่องไม่มีชีวิตดี

  เพราะว่าบางเวลามันก็ทำตัวเหมือนกับสิ่งมีชีวิต แต่ว่าบางเวลามัน     ก็ทำตัวเหมือนกับไม่มีชีวิต สำหรับในตัวของวันไรรัสนั้นข้างในของมันก็จะประกอบไปด้วนสารพันธุกรรมของเรานั้นเอง  มันไวรัสแบ่งออกได้เป็นสองประเภทคือ RNA Virus และ DNA Virus ซึ่งไวรัสนี้ก็มีขนาด   ที่เล็กมาๆ เช่นเดียวกัน

แต่ว่าเล็กกว่าแบคทีเรียลงไปอีก  ขนาดแบคทีเรียที่เราว่าเล้กแล้ว แต่มันก็ยังสามารถ      ที่จะมองเห็นได้ด้วยกล้องจุลทรรศน์ แต่ว่าไวรัสมองไม่เห็น ซึ่งไวรัสนั้นไม่สามารถที่จะอยู่ได้ด้วยตัวเองจำเป็นที่จะต้องมี Host ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ พืช หรือว่าเป็นอะไรก็ตามมันจะต้องอาศัยสิ่งมีชีวิตเหล่านี้เพื่อให้มันมีชีวิจอยู่ต่อไป และนี้แหละเป็นเหตุผลที่คนเถียงกันว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต

เพราะมัน  ไม่สามารถที่จะอยู่รอดได้ด้วยตัวของมันเอง  เห็นกันแล้วใช้ไหมว่า แบคทีเรียและไวรัสนั้นต่างกันอย่างไร และนอกจากนี้วิธีการรักษาของมันก็แตกต่างกันอีกด้วย  อย่างไรก็ตามเรื่องราวที่เกี่ยวกับไวรัส และแบคทีเรียยังมีให้เราได้ศึกษากันอีกมาก

เพราะมันถือได้ว่าก็เป็นเรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่เราควรจะใส่ใจ สุดท้ายนี้  ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ทั้งไวรัสและแบคทีเรียมันเป็นสิ่งที่เรามองไม่เห็น  เพราะฉะนั้นเราควรจะศึกษาวิธีรับมือกับสองสิ่งนี้ไว้ก้เป้นเรื่องที่ดีอีกอย่างหนึ่ง

 

สนับสนุนโดย  www.ufabet.com เริ่มเดิมพัน

น้ำแข็งติดไฟ

ไฟนั้นเป็นสิ่งที่เราเองคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีเลยทีเดียว  ก็ว่าได้ เพราะไฟก็เป็สิ่งที่จำเป็นที่จำเป็ต่อการดำรงชีวิตของเราอีกอย่างหนึ่ง เพราะถ้าหากว่าเราต้องการทำอาหาร เรามีแต่แก๊สเพียงอย่างเดียวไม่ได้ถ้าเรา  มีแก๊สในมือแต่ไม่จุดไฟก็ไม่สามารถ ที่จะเริ่มทำอาหารได้

แน่นอนว่าหลายสิ่งหลายอย่างบนโลกของเราใบนี้นั้นสามารถที่จะนำมาทำให้ไฟติดได้ แต่ในปัจจุบันนี้ ก็ได้มีการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้เรามากมาย แต่มันอาจจะมีอยู่สิ่งหนึ่งที่คุรอาจจะคิดไม่ถึงว่ามันสามารถที่จะนำมาติดไฟได้ 

อย่างที่เราได้กล่าวไปข้างต้นว่าในการจุไฟนั้นสามารถทำได้หลายวิธีด้วยกัน และอุปกรณ์ในการ   จุดไฟก็มีหลากหลายไม่แพ้กันเลยทีเดียว แต่ในวันนี้เราจะมาพูดถึงสิ่งที่หลายๆ คนอาจจะนึกไม่ถึงว่ามันจะนำมาติดไฟได้ และสิ่งที่เรากำลังจะได้พูดถึงกันต่อไปนี้นั้นก็คือ  น้ำแข็งติดไฟนั้นเอง ในส่วนของน้ำแข็งติดไฟนั้น มันมีชื่อที่เป็นทางการว่า Methane Clathrate หรือ Methane Hydrate

มันถือว่าเป็นน้ำแข็งชนิดหนึ่งที่สามารถเผาไหม้ได้จริง เพราะคุณสามรถใช้ไฟแช็ก หรือไม้ขีดจุดไฟ และทำให้มันลุกไหม้เหมือนกับกระดาษแผ่นหนึ่งได้ เนื่องจากว่ามันประกอบด้วยมีเทนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ในระดับความลึกของมหาสมุทร รวมถึงในระดับเพอร์มาฟรอส พื้นดินที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส ติดต่อกันเป็นเวลานาน

การเกิดน้ำแข็งติดไฟนั้นเริ่มต้นจากการที่ก๊าซมีเทน ถูกบีบอัดและแช่แข็งซึ่งก๊าซมีเทนที่ถูกแช่แข็งนั้น ในไม่ช้ามันก็จะถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง โดยที่นักวิทยาศาสตร์ได้มีการพิจารณาว่าน้ำแข็งติดไฟเหล่านี้เป็นแหล่งเชื้อเพลิงที่เป็นไปได้ เนื่องจากว่ามีก๊าซมีเทนจำนวนมาก โดยที่น้ำแข็งติดไฟหนึ่งลูกบากศ์เมตรนั้น สามารถที่จะปลดปล่อยมีเทนได้มากถึง 10 ลูกบากศ์เมตรกันเลยนทีเดียว

และนอกจากนี้มันยังเป่นเชื้อเพลิงที่มีความสะอาดกว่าถ่านหินอีกด้วย น่าเสียดายที่หลายประเทศไม่สามารถที่จะแทนที่ถ่านหินด้วยน้ำแข็งติดไฟเหล่านี้ได้ เนื่องจากว่ามันเป็นการยากที่จะทำให้พวกมันแตกจากใต้น้ำ อีกทั้งมันยังไม่มีความเสถียรภาพเมื่อถูกนำขึ้นสู่พื้นผิวและมันจะยังทำให้สภาพอากาศเลวร้ายลงอีกด้วย ซึ่งสิ่งนี้จะเกิดขึ้นเมื่อเพอร์มาฟรอสที่ปรากฏประกอบ  Methane Clathrate ละลาย และปล่อยก๊าซมีเทนขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ 

สุดท้ายนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตามถึงแม้ว่ามันจะมีความสะอาดกว่าถ่าหินก็จริง แต่ถ้าหากเรานำมันขึ้นมาใช้ แล้วจะเป็นพิษต่อสภาพอากาศแบบนี้เราก็ควรจะเก้บมันไว้ใต้ดินต่อไป ไม่นำมันขึ้นมายังพื้นผิวโลก  ของเรา

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  สล็อตไม่ต้องโหลด