ดาวหางซีซาร์

ดาวหางซีซาร์

ดาวหางซีซาร์ ท้องฟ้าและดวงดาว เป็นอะไรที่เราเองไม่มีวันจะเอื้อมไม่ถึง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทุกคนก็ต่างรู้กันดี    แต่ถึงเราจะไม่มีโอกาสที่จะสัมผัสมันด้วยมือของตัวเอง แต่ก็ใช้ว่าเราจะไม่สามารถที่จะเข้าถึงเรื่องราวของมันได้ แน่นอนว่าคนคนหนึ่งต้องมีประวัติ  ซึ่งจะดีหรือไม่ดีนั้นก้เป็นเรื่องของบุคคลนั้นๆ เช่นเดียวกับดวงดาวต่างมันก็มีเรื่องราวที่แต่ต่างกันออกไป

โดยที่บางทีเราไม่สามารถที่จะคาดเดาได้เลยว่ามันจะเป็นอย่างไร เรื่องราวของมันจะน่ากลัว หรือแต่ต่างจากคนเราอย่างไรเราไม่สามารถที่จะรับรู้ได้ถ้าว่าเราไม่ลองศึกษาเกี่ยวกับพวกมันดู ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเลยหากเราสนใจจริงๆ 

ดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์แคระ เป็นสิ่งที่มีอยู่ในระบบสุริยะของเราเช่นเดียวกับ ดาวหาง  ซึ่งในวันนี้เราจะไปทำความรู้จักเกี่ยวกับดาวหาง ที่มีชื่อตามชื่อเรื่องของเราเลย ดาวหางซีซาร์นี้เป็นดาวหางที่ลึกลับเอามากๆ และมันก็อาจจะเป็นดาวหางที่สว่างที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยก็ว่าได้ ซึ่งมันได้มีากรปรากฏในช่วง 43 ปี ก่อนคริสตกาล และได้มีการถูกบันทึกไว้ก่อนที่มันจะหายไป

โดยดาวหางดวงนี้ได้รับการ      ตั้งชื่อตามนายพล และรัฐบุรุษโรมันผู้โด่งดัง นั้นก็คือ Julius Caesar ซึ่งเขาได้ถูกลอบสังหารเมื่อวันที่ 15มีนาคม ในปีเดียวกัน ดาวหางซีซาร์ดวงนี้ปรากฏในเดือน กรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลา 4 เดือนหลังจาก      การตายของซีซาร์ และในเวลาที่ดาวหางซีซาร์ปรากฏมันสว่างมากและมองเห็นได้ชัดเจนในระหว่างวัน      

อีกทั้งมันยังปรากฏให้ได้เห็นติดต่อกันเป็นเวลาถึง 7 วันด้วยกันก่อนที่มันจะหายไป ซึ่งผู้คนต่างอ้างว่า     ดาวหางที่ปรากฏดวงนี้คือวิณาณของ Julius Caesar และการยืนยังเหล่านี้ก็ไม่แปลกอะไร เนื่องจากว่าซีซาร์เองก็เคยอ้างว่าตัวของเขานั้นเป็นพระเจ้า และครอบครัวของเขาก็อ้างว่าพวกเขาเป็นลูกหลายของ Aeneas     

วีระบุรุษคนหนึ่งในตำนานของประก่อตั้งอาณาจักรโรมันขึ้นมา อย่างไรก็ตามช่วงเวลา 44 ปี ก่อนคริสตกาลนั้นถือว่าเป็นครั้งเดียว ที่เราได้เห็นดาวหางซีซาร์ปรากฏตัวขึ้นมา ซึ่งก็ไม่มีการตั้งข้อสังเกตว่าดาวหางดวงนี้นั้น อาจจะไม่ได้มีการโคจรรอบดวงอาทิตย์  และนั้นก็หมายความว่ามันอาจจะไม่กลับมาอีกครั้ง แต่บางคน ก็มีความคิดเห็นว่ามันอาจจะแตกสลาย และถูกแบ่งย่อยออกไปเป็นชิ้นเล็กๆ 

อย่างไรก็ตามไม่ว่าซีซาร์จะกลับมาปรากฏตัวให้เราได้เห็นอีกครั้งหรือไม่นั้น มันก็ไม่ได้มีผลอะไรต่อโลกของเราอยู่แล้ว และยังมีดาวหางที่ลึกลับอีกมากมายหลายดวงที่รอให้เราได้ศึกษาอยู่อีกมากไม่ได้      มีซีซาร์เพียงดวงเดียว

 

 

สนับสนุนโดย   สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

ดาวฤกษ์ที่มีความส่องสว่างมากที่สุด

Vega Star

ดาวฤกษ์ที่มีความส่องสว่างมากที่สุด สิ่งต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้นรอบตัวของเรานั้น บางเรื่องเราเองสามารถที่จะทำความเข้าใจได้โดยง่ายดาย แต่บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่ยาก  เกินกว่าความสามารถของเราจริงๆ อย่างที่เขาว่ากันว่าคนเรานั้นไม่ได้  เก่งทุกด้าน มันจะต้องมีสิ่งที่ทุกคนเก่งแตกต่างกันไป แต่ไม่ใช่ว่าคุณไม่เก่งด้านนี้แต่คุณมีความสนใจก็ไม่ได้หมายความว่าคุณทำไม่ได้เพียงแตมันจะต้องใช้เวลาเพียงเท่านั้นเอง เช่น เดียวกันกับการศึกษาเรื่องราว         ที่เกิดขึ้นในจักรวาร  กว่าที่จะมีการพบสิ่งที่เกิดขึ้นนอกโลกของเรานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

หลายๆ คนอาจจะคิว่า นักวิทยาศาสตร์  หรือนักดาราศาสตร์นั้นงมงายกับเรื่องของสิ่งต่างๆ  ที่เกิดขึ้นนอกโลกมากเกินไป แทนที่จะสนใจสิ่งที่มีอยู่ในโลกมากกว่า แต่จะบอกให้เลยว่าเป็นความคิดที่ผิดเอามาก การที่นักวิทยาศาสตร์ หรืนักดาราศาสตร์นั้น ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในอวกาศนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นเอามาก เพราะมันทำให้เราได้รู้อะไรหลายๆ อย่าง อน่างเช่นในตอนนี้เราจะไปทำความรู้จักเกี่ยวกับดาวดวงหนึ่งที่มีชื่อว่า Vega Star  ดาวดวงนี้นั้นมันเป็นดาวฤกษ์ที่มีความส่องสว่างมากที่สุดในดาวพิณ มันอยู่ห่างจากโลกของเราเพียง 25 ปีแสงเพียงเท่านั้น ดาวฤกษ์ดวงนี้มีอายุ 450 ล้านปี

แต่ขนาดของมันนั้นใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ของเราประมาณ 2.1 เท่า อดีตมันเคยเป็นดาวเหนือมาก่อนเมื่อราวๆ 12,000 ก่อนคริสตกาล และนอกจากนี้ยังมัการคาดการณ์อีกว่าดาวฤกษ์ที่เคยเป็นดาวเหนือมากก่อนดวงนี้นั้นมันจะกลับไปเป็น    ดาวเหนืออีกครั้ง ในปี 13,727 ก่อนหน้านี้มันยังถูกสงสัยอีกว่ามันเป็นดาวแปรแสง เนื่องจากว่าความสว่างของมันมีคาวมแปรผัน

แต่น้อยมากๆ มันหมุนรอบเร็วถึง 274 กิโลเมตรต่อวินาที ด้วยเหตุผลที่กว่าไปข้างต้นนั้นส่งผลทำให้เส้นศูนย์สูตรของมันโปร่งจากการหนีศูนย์กลางในขณะที่มันกำลังหมุน มันมีรูปร่างที่คล้ายกับรูปไข่เอามากๆ รวมถึงการผันแปรของอุณหภูมิของพื้นผิวชั้นนอกทำให้ขั่วดาวทั้งสองด้านมีอุณหภูมิสูงสุด หากสังเกตการแผ่รังสีอินฟาเรด พบว่าบริเวณโดยรอบจะเต็มไปด้วยฝุ่น

เป็นผลมาจากการชนกันระหว่างวัตถุในแผ่นฝุ่นที่โคจรรอบวัตถุ ซึ่งคาวมผิดปกตินี้คาดว่าอาจจะมีดาวเคราะห์ขนาดเกือบเท่า   ดาวพฤหัสบดีโคจรอยู่รอบๆ ก็เป็นไปได้ แล้วคุณละคิดว่ามันคืออะไรกันแน่ แต่ไม่ว่ามันจะคืออะไร  ก็ตามแต่ สำหรับในการศึกษาค้นพบดาวดวงนี้นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่แปลกใหม่เอามากๆ เพราะลักษณะของมันนั้นแตกต่างจากดาวดวงอื่นๆ เพราะมันมีรูปร่างที่คล้ายกับๆไข่ที่เราเคยกินกัน

 

 

สนับสนุนโดย   gclubฟรี500

KY Cygni

KY Cygni

KY Cygni แน่นอนว่าหลายๆ คนนั้นรู้กันดีอยู่แล้วว่าในระบบสุริยะ ที่โลกของเราอาศัยอยู่นี้แน่นอนว่าไม่ว่าจะเป็นดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์แคระหรืออื่นๆ นั้นจะต้องอาศัยแสงที่ดวงอาทิตย์นั้นปล่อยออกมา เพราะ      ดวงอาทิตย์นั้นเป็นดาวฤกษ์เพียงดวงเดียวที่อยู่ในระบบสุริยะของเราที่มีแสงสว่างในตัวเอง

จริงอยู่ที่ว่า     ดวงอาทิตย์นั้นเป็นดาวฤกษ์เพียงดวงเดียวที่อยู่ในระบบสุริยะของเรา ไม่คุณอย่างลืมอีกว่าระบบสุริยะไม่ได้ใหญ่ที่สุดในอวกาศแห่งนี้ เพราะระบบสุริยะก็ยังเป็นเพียงระบบหนึ่งในกาแล็กซ๊่ทางช้างเผือกเพียงเท่านั้น และแน่นอนว่ากาแล็กซี่ทางช้างเผือกก็ไม่ได้ใหญ่ที่สุดเช่นเดียวกัน เพราะสิ่งที่ใหญ่กว่ากาแล็กซี่ทางช้างเผือกนั้นก็คือ จักรวารที่รวมเอากาแล็กซี่มากมายเอาไว้ด้วยกัน

 

อย่างที่เรานั้นได้บอกไปข้างต้นว่าจักรวารนั้นกว้างใหญ่มาก และแน่นอนว่าถ้ามันกว้างใหญ่แบบนี้ ดวงอาทิตย์ที่เป็นดาวฤกษ์ของเรานั้นไม่ใช่ดาวฤกษ์เพียงดวงเดียว  ที่อยู่ในจักรวารนี้อย่างแน่นอน และมันก็คงจะมีมากกว่าพันดวงอีกด้วย  สำหรับในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักเกี่ยวกับดาวฤกษ์ดวงหนึ่งที่มีชื่อว่า KY Cygni ในส่วนของดาวฤฏษ์ดวงนี้นั้นเป็นดาวฤกษ์อีกดวงหนึ่ง 

ที่จัดอยู่ในประเภทของ Red Supergiant ซึ่งในจะอยู่ในกลุ่มของดาวหงค์ สำหรับดาวฤกษ์ดวงนี้นั้นมันต้องอยู่ห่างจากโลกของเราออกไปถึง 5,000 ปีแสง ในสว่นของขนาดของมันนั้นมันมัขนาดที่ใหญ่ และมีรัศมีที่ใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ของเราถึง 1,420 เท่ากันเลย แล้วก็นอกจากนี้ความสว่างหรือว่าแสงสว่างที่มันได้ปล่อยออกมานั้น  

มันความสว่างที่มากกว่าดวงอาทิตย์ของเราถึง 300,000 เท่า ซึ่งเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อเอามากๆ และหากว่าเรานั้นมีการนำเอา       ดาวฤกษ์ดวงนี้มาวางไว้ที่จุดศูนย์กลางของระบบสุริยะที่มีโลกของเราอาศัยอยู่นั้นมันจะมีการขยายใหญ่   ผ่านวงโคจรของดาวเคราะห์ดวงหนึ่งในระบบสุริยะ  ซึ่งดาวดวงนั้นก็คือดาวพฤหัสบดีนั้นเอง ซึ่งแน่นอนว่ามันคงจะย้ายตัวมาอยู่ในระบบสุริยะของเราแน่นอน

เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ โลกของเราก็ไม่รู้ว่าจะ        มีสภาพเป็นอย่างไรบ้าง และสุดท้ายนี้ในส่วนของดาวฤกษืที่มีรัศมี  และความสว่างที่มากกว่าดวงอาทิตย์ของเราขนาดนี้ไม่ได้มีเพียงดวงเดียวในจักรวารที่กว้างใหญ่นี้   แน่นอน สำหรับดาวฤกษ์ดวงนี้ถือว่าเป็นอีกความภูมิใจของนักดาราศาสตร์  ที่ได้ทำการค้นพบกับดาวฤกษ์ดวงนี้ สุดท้ายนี้ไม่วาอย่างไรก็ตามเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นในอวกาศมีอยู่มากมายและมันก็ยังรอที่จะให้ทุกคนออกไปศึกษาเกี่ยวกับพวกมันอยู่แน่นอน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   betufa

SN2006gy

เอสเอ็น 2006 จีวาย

SN2006gy จักรวารนั้นกว้างใหญ่กว่าที่เรานั้นได้มีการจิตนาการเอาไว้มาก  มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นในจักรวารแห่งนี้ มีดวงดาวมากมายเกิดขึ้้น และในขณะเดียวกันก็มีดวงดาวอีกมากมายที่มันหมดอายุขัยตามธรรมชาติ แล้วเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้น ซึ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้น้อยคนนักที่จะรู้ว่ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในจักรวารของเรา

หลายคนมีคำถามว่าจักรวารนั้นกว้างใหญ่แค่ไหน เราเองก็ไม่สามารถที่จะตอบได้ว่ามันใหญ่แค่ไหน เพราะในปัจจุบันนี้เราเองก้ยังไม่สามารถที่จะสำรวจจักรวารได้ครบทุกส่วนเลย

หลายสิ่งหลายที่เกิดขึ้นในจักรวารแห่ง  บางอย่างเรารู้ว่ามันเกิดจากอะไรได้เพียงใช้เวลาไม่นาน แต่บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่แปลกใหม่ จนต้องใช้เวลในการทำความเข้าใจและะหาคำตอบกินเวลาที่ยาวนานกว่าที่จะได้มีการเปิดเผยข้อมูลออกมาสู่สาธารณะ อย่างที่เรารู้ๆ กันดีว่าในการเกิดซูปเปอร์โนวาในแต่ละครั้งนั้นมันก็คือการจบชีวิตของดาวฤกษ์ดวงหนึ่ง

เมื่อมาถึงวันที่มันหมดอายุขัยแล้ว เพื่อที่จะได้ก่อตัวเป็นดาวดวงใหม่ แต่ก็ยังไม่มีดาวดวงไหนที่ระเบิดแล้วเกิดแสงสว่างมากที่สุดเท่ากับ เอสเอ็น 2006 จีวายอีกแล้ว โดยที่มันเกิดภายในกาแล็กซี่ที่มีชื่อว่า NGC 1260 ที่ห่างจากเราออกไปถึง 250 ล้านปีการตรวจพบมีแสงกันเลยทีเดียวว่ากันว่ามันมีความรุนแรงที่มากกว่าการระเบิดของซูปเปอร์โนวาปกติถึง 100 เท่ากันเลย

นักดาราศาสตร์ที่ได้มีการค้นพบได้มีการคาดการณ์ว่า สาเหตุที่ทำให้มันเกิดการระเบิดที่รุนแรงและยิ่งใหญ่แบบที่ไม่เคยมีมาก่อนก็เพราะว่า ดาวฤกษ์ที่ระเบิดตัวมันเองต้องมีมวลที่มากกว่าดวงอาทิตย์ของเราถึง 550 เท่าขึ้นไป ถึงแม้้ว่าจะเป็นดาวดวงแรกๆ ที่เกิดขึ้นในจักรวารแห่งนี้แต่มันก็ไม่น่าจะมีมวลสูงและทำลายตัวเองจนสะเทือนไปถึงอวกาศได้มากขนาดนี้

 แต่ก็ยังมีอีกข้อสันนิษฐานได้กล่าวไว้ว่า    มันอาจจะเป็นดาวแคระขาวที่เกิดการระเบิดท้ามกลางไฮโดรเจน จึงทำให้เกิดการระเบิดที่รุนแรงและมีแสงสว่างที่มากกว่่าปกติ แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนแต่ก็ดีแล้วแหละที่อยู่ไกลโลกของเราไม่อย่างนั้น เราคงจะไม่ได้มีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้แน่นอน

และมันคงงจะทำให้โลกรวมถึงดาวเคราะห์ที่อยู่ในระบบสุริยะมากมายเหลือเพียงแค่ชื่อแน่นอน อย่างไรก็ตามในการระเบิดของดาวฤกษ์ที่สิ้นอายุขัยแต่ละครั้งนั้น     มันเป็นการระเบิดที่ใหญ่เอามาก ๆ และดวงอาทิตย์ก็เป็นดาวฤกษ์ที่วันหนึ่งมันจะต้องเกิดการระเบิดขึ้น ซึ่งเรื่องนี้เราไม่สามารถที่จะหลีกเลี้ยงได้ เพราะมันเป็นเรื่องที่ได้มีการถูกกำหนดเอาไว้แล้วต่อให้มีเงินมากมมายแค่ไหนก็ไม่สามารถที่จะหยุดเหตุการณ์นี้ได้แน่นอน

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย   สมัครจีคลับ ไม่มีขั้นต่ำ