เบ็ดตกน้ำแข็ง

เคยทดลองเล่น ..เบ็ดตกน้ำแข็งกันบ้างไหม ?

                    

          เบ็ดตกน้ำแข็ง วิทยาศาสตร์คือการเรียนรู้ เราสามารถนำสิ่งที่มีอยู่รอบตัวเรามาทดลองเพื่อให้ทราบผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น มีการทดลองมากมายที่เด็กๆสามารถนำมาทดลองทำเล่นๆ และสามารถไขความลับได้ด้วยตนเองว่าเหตุใดจึงเกิดผลลัพธ์อย่างที่เห็นเมื่อมีความสงสัยเราจึงควรทำการทดลองให้เกิดความกระจ่าง การทดลองทางวิทยาศาสตร์นอกจากจะช่วยให้เราเกิดความรู้แล้ว ยังส่งผลมีความสนุกสนานเพลิดเพลินด้วย สำหรับการทดลองต่อไปนี้เป็นการทดลองง่ายๆ ที่เด็กๆสามารถทำเองได้โดยไม่เกิดอันตรายใด 

           การทดลอง Ice Fishing   สำหรับการทดลองนี้เป็นการทดลองทำเบ็ดเพื่อตกน้ำแข็ง เหมือนเราทำเบ็ดตกปลาแต่เพียงแค่เปลี่ยนจากปลาเป็นน้ำแข็งเท่านั้น และที่สำคัญเบ็ดของเราไม่ต้องมีตะขอเอาไว้เกี่ยวก็สามารถตกน้ำแข็งขึ้นมาได้ เรามาลองดูวิธีการทดลองกันเลย ก่อนอื่น ต้องเตรียมอุปกรณ์สำหรับที่จะทดลองก่อน นั้นก็คือ  อ่างน้ำใหญ่พอประมาณเอาไว้สำหรับใส่น้ำ  1 ใบ  ก้อนน้ำแข็งหลายๆก้อน   เกลือป่น   และเชือก เพียงแค่มีอุปกรณ์  4 อย่างนี้เราก็สามารถทำการทดลองเบ็ดตกน้ำแข็งกันได้แล้ว เมื่ออุปกรณ์พร้อมแล้วเราก็มาเริ่มกันเลย

           การทดลองเริ่มจากนำน้ำเปล่าไปใส่ในอ่างน้ำที่เตรียมไว้ หลังจากนั้นให้นำน้ำแข็งใส่ลงไปในน้ำที่อยู่ในอ่างที่เตรียมเอาไว้  เอาเชือกที่เตรียมไว้มาวางพาดบนก้อนน้ำแข็ง เสร็จแล้วนำเกลือป่นที่เตรียมไว้เทไปบนเชือกที่อยู่บนก้อนน้ำแข็ง ทิ้งไว้สักพักประมาณ 5-10 นาที  หลังจากนั้นให้ลองดึงเชื่อทั้งสองด้านขึ้นมา  แล้วคุณจะพบกับสิ่งที่น่าทึ่งที่สุด เพราะคุณจะเห็นว่า น้ำแข็งจะติดเชือกขึ้นชนมาด้วย 

          ที่นี้คุณอยากจะรู้ไหมล่ะว่า มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เป็นการเล่นมายากลหรือเปล่า หรือมีสิ่งเร้นลับคอยช่วยหรือไม่  สำหรับคำตอบคือไม่ใช่ทั้งสองอย่าง สิ่งที่เราทำกันนี้คือการทดลองทางวิทยาศาสตร์และที่สงสัยว่าทำไมก้อนน้ำแข็งถึงติดกับเชือกได้นั้นก็อธิบายสาเหตุการเกิดได้ง่ายๆคือ  เพราะตอนเราทำการทดลองเราใส่เกลือลงไป ซึ่งเกลือมีคุณสมบัติในการลดอุณหภูมิของน้ำที่แข็งตัวอยู่ให้ละลาย และเมื่อเราทิ้งไว้สักพักมันก็จะหลอมตัวใหม่ ทำให้น้ำแข็งยึดติดกับเชือกได้นั่นเอง

           เห็นไหมคะว่า สิ่งของไม่กี่อย่างที่เราหาได้ภายในบ้านของเราเอง  ก็สามารถนำมาเป็นอุปกรณ์สำหรับสอนให้ลูกหลานของเราเรียนรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ได้แล้ว  ทุกๆอย่างที่อยู่รอบตัวเรามีเหตุผลและผลที่สามารถอธิบายได้ทั้งสิ้นว่าเหตุใดจึงเกิดปรากฎการณ์เช่นนั้น ทุกคำตอบที่คุณอยากรู้วิทยาศาสตร์ช่วยไขคำตอบให้คุณได้ค่ะ

 

 

สนับสนุนโดย  ดูบอล

สายตาที่ออดอ้อน

มนุษย์เอ็นดูสายตาที่ออดอ้อน

สายตาที่ออดอ้อน การตอบสนองต่อสิ่งเร้าต่างๆรอบตัวของร่างกายมนุษย์นั่นถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ปกติทั่วไป แต่ในความปกตินั้นก็ยังมีความน่าสนใจอยู่ด้วยกับปฏิกิริยาที่แสดงออกมาเพื่อตอบสนองต่อสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นรอบตัว โดยที่ทุกคนอาจจะไม่ทันได้สังเกตตัวกันว่าปฏิกิริยาต่างๆที่ตัวเองแสดงออกมาในการตอบสนองสิ่งเร้าแต่ละสถานการณ์นั้นออกมาเป็นอย่างไร

ดังนั้นเราจึงอยากจะยกตัวอย่างหนึ่งในปฏิกิริยาที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าอย่างเรื่องของการที่มนุษย์นั้นได้เกิดอาการเอ็นดูต่อสายตาที่มีความออดอ้อน

      เคยลองสังเกตตัวเองดูหรือไม่ว่าในบางเหตุการณ์นั้นเราก็มีการแสดงออกซึ่งพฤติกรรมบางอย่างออกมาโดยที่เราเองก็ไม่ได้รู้สึกตัวในขณะเวลานั้นๆเลยด้วยซ้ำ ซึ่งหนึ่งในพฤติกรรมที่เราหลายๆคนมักจะไม่ทันได้สังเกตตัวเองกันนั่นก็คืออาการที่แสดงออกมาตอนที่ได้เห็นสายตาที่ออดอ้อนน่าเอ็นดูนั่นเอง โดยพฤติกรรมเช่นนี้นั้นจากการวิจัยพบว่าเป็นเรื่องที่ปกติ และน่ายินดีมากๆ

เพราะในตอนที่เราแสดงออกซึ่งพฤติกรรมนี้นั้นถือเป็นสิ่งที่ดีที่เกิดขึ้นเพราะในช่วงเวลานั้นจะเป็นตอนที่เราเองรู้สึกได้ถึงความสบายใจและปลอดโปร่งในช่วงขณะเวลาที่เกิดขึ้น ซึ่งจะช่วยส่งผลดีไปยังระบบสมองของเราให้ได้หลั่งสารแห่งความสุขออกมาได้นั่นเอง โดยการที่คนเราจะแสดงพฤติกรรมเช่นนี้ออกมาได้นั้น ก็มักจะต้องเจอกับเหตุการณ์ที่เป็นดังเครื่องที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดเสียก่อน

ซึ่งหลักๆแล้วมักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เรานั้นได้เข้าไปมีบทบาทและใช้เวลาร่วมกับสิ่งมีชีวิตรอบๆตัวนั่นก็อาจจะเป็นการที่ได้อยู่ด้วยกันระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ หรืออาจจะเป็นมนุษย์กับสัตว์เลี้ยงก็ได้เช่นกัน แต่ที่แน่นอนอย่างหนึ่งเลยก็คือในทุกๆครั้งที่เราได้เห็นสายตาที่ออดอ้อนนั้นก็มักจะมีความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไประหว่างมนุษย์กับมนุษย์ก็อาจจะเป็นความรู้สึกอีกแบบที่ส่งผลไปยังสมองให้เกิดการคิดวิเคราะห์แล้วส่งผลให้มีการแสดงออกมาทางพฤติกรรมผ่านเป็นการแสดงออกทางสีหน้า ทางร่างกาย หรือคำพูดได้นั่นเอง

แต่ในส่วนที่เป็นความเอ็นดูระหว่างมนุษย์อย่างเราๆกับสัตว์เลี้ยงก็จะมีพฤติกรรมการแสดงออกในอีกแบบที่แตกต่างกันออกไปซึ่งก็อาจจะไม่ได้มีความแปลกไปจากกันมากเท่าไรนัก แต่ทั้งนี้การที่เกิดปฏิกิริยาแบบนี้ขึ้นนั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่จะช่วยส่งผลดีต่อตัวเราเองทั้งในแง่ของความรู้สึก และสุขภาพ ซึ่งแน่นอนว่าที่เป็นผลดีมากที่สุดต่อร่างกายเลยก็คือการที่มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นได้ด้วยนั่นเอง

       อย่างไรก็ตามการที่เราได้มีการแสดงออกซึ่งพฤติกรรมที่ดีออกมานั้น ก็ตรงกับผลการวิจัยในทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับการหลั่งสารในร่างกายออกมาซึ่งจะช่วยส่งผลดีไปถึงการผลิตฮอร์โมนที่จะมีการนำไปใช้ประโยชน์ต่อในร่างกายมนุษย์อย่างเราๆต่อไปได้ด้วยนั่นเอง และจากการวิจัยนี้ก็ได้มีผลออกมาว่ามันสามารถช่วยให้เรามีความรู้สึกผ่อนคลายได้ดีอีกด้วย และทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อมูลดีๆที่ทางเราอยากจะมานำเสนอให้ทุกๆคนได้ทำความรู้จัก และสามารถที่จะนำไปลองสังเกตดูตัวเองได้ด้วย

 

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท

สิ่งมีชีวิตนอกโลก

สิ่งมีชีวิตข้างนอกโลก

สิ่งมีชีวิตนอกโลก เพราะจักรวาลของเรานั้นมีระยะทางที่ถูกเรียกว่าเป็นอนันต์ ซึ่งมีความหมายว่าเราอาจทราบได้เลยว่าตรงไหนคือจุดสิ้นของจักรวาลที่เรากำลังอาศัยอยู่ ถึงว่ามนุษย์เราจะมีการวิวัฒนาการเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้นแค่ไหน ก็ยังไม่สามารถออกไปสำรวจได้ทั่วจักรวาลแห่งนี้ได้ การค้นพบรูหนอนที่ยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่แน่ชัดว่า เราเราเดินทางผ่านรูหนอนนั้นออกไปแล้วจะต้องเจอกับอะไร

หลายคนก็สันนิษฐานว่า นั้นคือทางออกของจักรวาลแห่งนี้ อีกฝั่งของรูหนอนคือจักรวาลใหม่ แต่เพราะว่ารูหนอนนั้นมีขนาดที่เล็กมาก และยังไม่มีใครเดินทางไปหารูหนอนนั้นได้เลย จึงมีเพียงแค่แนวคิดต่างๆนานาเท่านั้น แต่สิ่งใดแล้วเพราะการที่จักรวาลถูกพูดขึ้นมาตามแนวคิดที่ว่า จักรวาลแห่งนี้นั้นกว้างใหญ่ไพศาล จะมีแค่โลกเราเพียงใบเดียวจริงๆหรือที่มีสิ่งมีชีวิตดำรงอาศัยอยู่ เชื่อว่าหลายคนต่างก็สงสัย เพราะก็ยังถือว่าเป็นเรื่องที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ บางคนนั้นเชื่อเพราะว่าเคยเห็นด้วยตัวเอง หรือที่เรามักเรียกสิ่งเหล่านั้นว่า มนุษย์ต่างดาว

อันที่จริงแล้วสิ่งมีชีวิตเหล่านี้มีรูปลักษณะอย่างไรนั้นก็ไม่แน่ชัด แต่แน่นอนว่าภาพในจินตนาการที่ถูกเล่าขานกันมาคือ รูปร่าลักษณะคล้ายมนุษย์โลกอย่างพวกเราคือ มีขา มีแขน มีหัวที่มีลักษณะทั้งตา หู จมูก ปาก เหมือนกัน แต่ที่แตกต่างออกไปก็คือร่างกายที่ผอมบางเรียวสูงผิดออกไป พวกคนเหล่านี้เดินทางมายังโลกพร้อมยานบินที่ดูทันสมัยและล้ำกว่าเครื่องบินหรือบานบินอวกาศของมนุษย์เราเสียอีก

มนุษย์อย่างเราบางกลุ่มก็ปักใจเชื่อว่ามนุษย์ที่เดินทางจากโลกต่างดาวนั้นมีอยู่จริง ตามแนวคิดที่เคยได้กล่าวไปแล้ว จักรวาลแห่งนี้มีระยะทางเป็นอนันต์ เพราะทฤษฎีบิ๊กแบงจึงทำให้เกิดโลกขึ้น แล้วไม่คิดเลยหรือว่า ก็อาจจะทำให้โลกอื่นๆถูกสร้างขึ้นมาได้ด้วยเช่นกัน แต่เพราะการเกิดบิ๊กแบงทำให้ชิ้นส่วนต่างระเบิดออกไปไกลกันอย่างมหาศาล

แล้วถ้าหากกลุ่มมนุษย์ต่างดาวเดินทางมาหาเราได้ ทำไมมนุษย์โลกอย่างเราจึงไม่สามารถเดินทางไปยังโลกอื่นได้เช่นกันล่ะ นั้นเป็นเพราะเราไม่สามารถสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่จะเดินทางได้ไวเท่าแสงได้ ขนาดอะพอลโล่ที่ใช้เดินทางไปสำรวจดวงจันทร์นั้นขึ้นชื่อว่าเร็วที่สุดในโลกแล้ว ยังต้องการความเร็วเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าเพื่อจะได้เทียบเท่ากับความไวแสง

นี่จึงเป็นสิ่งที่ทำให้เห็นว่ามนุษย์จากดาวโลกดวงอื่นๆนั้นมีการวิวัฒนาการและความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์กับเทคโนโลยีมากกว่าดาวโลกอย่างเรา หรือพวกเขานั้นมีทฤษฎีและการคำนวณที่แต่ต่างจากของเรากันแน่ที่ทำให้เขาก้าวหน้าไปมากกว่าเรา แล้วคุณเชื่อหรือไม่ว่าพวกเขามีอยู่จริง

 

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ฝากขั้นต่ำ 100